เสียงกระแทกของแฟ้มเอกสารหนาปึึกบนโต๊ะไม้สักราคาแพงดังสนั่น จนรณกรที่กำลังก้มหน้าก้มตาตรวจแบบแปลนโครงสร้างถึงกับสะดุ้งสุดตัว สถาปนิกหนุ่มละสายตาจากหน้าจอแท็บเล็ต ปรายตามองเจ้าของคฤหาสน์ที่ยืนค้ำหัวอยู่ด้วยสีหน้าบึ้งตึงเหมือนคนท้องผูกมาสามวัน
"คุณจะรื้อตรงห้องโถงฝั่งตะวันตกไม่ได้" ธันวาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว สันกรามคมกริบขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน แววตาคู่นั้นไม่มีความลังเลเจืออยู่เลย มีแต่ความหวาดระแวงที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้มาKเย่อหยิ่ง
รณกรถอนหายใจยาว พับหน้าจอแท็บเล็ตเก็บด้วยความรำคาญใจ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ประจันหน้ากับเจ้าของตึกนิสัยเสียที่ชอบทำตัวเป็นเจ้าเข้าเจ้าของทุกตารางนิ้วในบ้านหลังนี้
"คุณธันวาครับ... นี่มันศตวรรษที่เท่าไหร่แล้วครับ? โครงสร้างปีกตะวันตกมันทรุดโทรมจนเหล็กเส้นข้างในขึ้นสนิมแดงแจ๋ ถ้าผมไม่รื้อแล้วสร้างคานเสริมรับน้ำหนักใหม่ อีกไม่นานเพดานห้องรับแขกของคุณได้หล่นลงมาทับหัวหมาที่คุณอุ้มเดินไปเดินมาจนแบนติดพื้นแน่ๆ ครับ" รณกรสวนกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่เชือดเฉือนทุกคำพูด
"ผมบอกว่าไม่ได้ก็คือไม่ได้!" ธันวาตวาดลั่น ดวงตาคมกริบวับโรยด้วยอารมณ์บางอย่างที่รณกรแปลความไม่ออก มันไม่ใช่แค่ความดื้อรั้น แต่มันคือความกลัว... ความกลัวขั้นสุดที่ถูกปิดตายไว้หลังใบหน้าเย็นชา
"เหตุผลล่ะครับ? ในฐานะสถาปนิกที่รับผิดชอบโปรเจกต์นี้ ผมมีสิทธิ์รู้ว่าทำไมคุณถึงยอมให้บ้านพังคาตาแต่ไม่ยอมให้แตะต้องห้องนั้น" รณกรก้าวเข้าไปประชิดตัวอีกฝ่ายโดยไม่เกรงกลัว ร่างโปร่งบางแต่เต็มไปด้วยความมั่นใจหยุดยืนห่างจากอกแกร่งเพียงคืบเดียว กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นกระดาษเก่าๆ ลอยเข้าจมูก "หรือว่า... มีความลับอะไรเน่าๆ ซ่อนอยู่ใต้พื้นไม้ปาร์เกต์ห้องนั้นกันแน่ครับ?"
ธันวากลืนน้ำลายลงคออึดใหญ่ สันกรามกระตุกวูบ เขาลดสายตาลงมองริมฝีปากที่กำลังขยับเถียงฉอดๆ ของคนตรงหน้า รณกรเป็นผู้ชายที่น่ารำคาญที่สุดเท่าที่เขาเคยเจอ ปากจัด ดื้อดึง และไม่เคยเกรงกลัวอำนาจเงินของใครเลยสักนิด แต่ในขณะเดียวกัน... ความใกล้ชิดในระยะประชิดแบบนี้ก็ทำให้จังหวะการเต้นของหัวใจใต้เสื้อเชิ้ตสีเข้มรวนเรอย่างน่าประหลาด
"มันไม่ใช่เรื่องของคุณรณกร" ธันวาเบือนหน้าหนี น้ำเสียงอ่อนลงเล็กน้อยอย่างไม่เป็นธรรมชาติ "คุณมีหน้าที่ออกแบบโครงสร้างใหม่ให้แข็งแรง ห้ามแตะต้องฝั่งตะวันตกเด็ดขาด จบนะ"
พูดจบ เจ้าของคฤหาสน์ก็หมุนตัวเดินจ้ำอ้าwหนีออกจากห้องทำงานชั่วคราวทันที ทิ้งให้สถาปนิกหนุ่มยืนกำหมัดแน่นด้วยความหงุดหงิด
"ให้ตายเถอะ... คนอะไรเอาแต่ใจเป็นเด็กสามขวบ!" รณกรสบถพึมพำกับตัวเอง พลางกวาดสายตามองไปรอบห้องแปลนบ้านเก่าที่ธันวาทิ้งไว้ให้ดูต่างหน้า
ความสงสัยมันกัดกินหัวใจยิ่งกว่ากรดเกลือ ทำไมธันวาต้องปกป้องห้องโถงฝั่งตะวันตกขนาดนั้น? มันมีอะไรอยู่ข้างในกันแน่? ห้องลับ? สมบัติโบราณ? หรือศพใครบางคนตามบทละครน้ำเน่า? รณกรสลัดความคิดไร้สาระออกไป แต่สัญชาตญาณนักออกแบบมันค้ำคอ เขาจำเป็นต้องรู้สภาพโครงสร้างที่แท้จริง ไม่อย่างนั้นถ้าเกิดถล่มลงมาจริงๆ เขานั่นแหละที่จะซวยในฐานะผู้ออกแบบ
ขาเรียวก้าวเดินออกจากห้องทำงาน ลัดเลาะไปตามทางเดินปูพรมหนานุ่มที่ทอดยาวไปยังปีกตะวันตกของคฤหาสน์ บรรยากาศรอบตัวเงียบสงัดจนน่าขนลุก แสงไฟสลัวจากโคมไฟระย้าด้านบนส่องกระทบฝุ่นละอองที่ล่องลอยในอากาศ ประตูไม้สักบานใหญ่แกะสลักลวดลายวิจิตรปรากฏอยู่เบื้องหน้า มันถูกล็อคตายด้วยแม่กุญแจตัวใหญ่อย่างแน่นหนา
รณกรหยิบเครื่องมือช่างพกพาออกมาจากกระเป๋าคาดเอว เขายิ้มมุมปากอย่างผู้มีชัย "คิดว่าจะขวางผมได้เหรอครับ คุณธันวา..."
เพียงไม่กี่วินาที เสียงคลิกเบาๆ ก็ดังขึ้น แม่กุญแจร่วงลงสู่พื้นพรมไร้เสียง รณกรค่อยๆ ผลักบานประตูไม้หนักอึ้งให้เปิดออกช้าๆ กลิ่นอับชื้นผสมกับกลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้แห้งลอยทะลักออกมาปะทะใบหน้า ความมืดสลัวภายในห้องทำให้เขาต้องเอื้อมมือไปควานหาสวิตช์ไฟข้างผนัง
พรึบ!
แสงไฟสีส้มอบอุ่นสว่างวาบขึ้นเผยให้เห็นภาพเบื้องหน้า และนั่นทำให้รณกรต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงจนพูดไม่ออก
ห้องโถงกว้างขวางถูกเนรมิตให้กลายเป็น "ห้องทำงานศิลปะ" ที่ถูกหยุดเวลาไว้ ภาพวาดสีน้ำมันนับสิบรูปแขวนเรียงรายอยู่บนผนัง ทุกภาพล้วนเป็นรูปคนคนเดียวกัน... ร่างโปร่งบางในชุดสถาปนิก กำลังก้มหน้าก้มตาเขียนแบบด้วยรอยยิ้มจางๆ ดวงตาเรียวรี เส้นผมหยักศกเล็กน้อย และมุมปากที่มักจะเชิดขึ้นเวลาเถียงคนอื่น ทุกลายเส้น ทุกรายละเอียด... คือ "รณกร" ทั้งหมด
หัวใจของสถาปนิกหนุ่มกระตุกวูบ ร่างกายชาวาบไปถึงไขสันหลังเมื่อกวาดสายตาไปเห็นภาพตรงกลางห้อง... ภาพวาดขนาดใหญ่ที่สุด เป็นภาพเขายืนกอดอกมองกล้องด้วยสายตาดุดัน พร้อมข้อความเขียนด้วยลายมือหวัดๆ ไว้ที่มุมกรอบว่า *'ดื้อด้านที่สุด แต่ก็ทำให้ใจเต้นแรงที่สุดเช่นกัน'*
แกร็ก!
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงดังขึ้นที่ด้านหลัง พร้อมกับเสียงเปิดประตูที่ดังสนั่นลั่นห้อง รณกรสะดุ้งสุดตัว หันขวับกลับไปมองด้วยความตกใจ
เงาร่างสูงใหญ่ของธันวายืนขวางทางเข้าออก แววตาเย็นชาในตอนแรกบัดนี้แดงก่ำเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวและตื่นตระหนก ประตูห้องถูกปิดล็อกลงอย่างรวดเร็วก่อนที่ร่างสูงจะก้าวเข้าประชิดตัวรณกรจนแผ่นหลังของคนตัวเล็กชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ ธันวายกแขนขึ้นกักขังอีกฝ่ายไว้ด้วยความเร็วที่เหนือกว่า ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอขาวผ่อง
"ใครอนุญาตให้คุณเข้ามาที่นี่... รณกร?" เสียงทุ้มต่ำรอดไรฟันออกมาอย่างน่ากลัว ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตที่กำลังไหวระริกด้วยความตกใจระคนสับสน
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความสัมพันธ์ที่เริ่มเดือดดาลขึ้นเรื่อยๆ ของทั้งคู่ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
สถาปนิกปากจัดกับเจ้าของตึกนิสัยเสีย•ตอนที่ 4
ความลับใต้พิมพ์เขียว
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับเจ้าของตึกนิสัยเสีย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!