สถาปนิกปากจัดกับเจ้าของตึกนิสัยเสีย•ตอนที่ 18

เส้นขนานที่เริ่มบรรจบ

ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
"ถ้าคุณยังเดินวนไปวนมาทำหน้าเหมือนคนท้องผูกแบบนั้นอีกสามรอบ ผมจะถือวิสาสะเอาแบบแปลนฉบับแก้ใหม่ไปพับเรือกระดาษลอยน้ำเล่นซะเดี๋ยวนี้แหละครับคุณธันวา" เสียงทุ้มติดจะหงุดหงิดนิดๆ ของรณกรดังขึ้นทำลายความเงียบภายในห้องทำงานส่วนตัวของคฤหาสน์หลังใหญ่ สถาปนิกหนุ่มป้องปากหาวหวอดหนึ่งทีหลังจากผ่านการประชุมเครียดมาร่วมสี่ชั่วโมงเต็ม ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นสายตาKINปรายมองเจ้าของบ้านที่เอาแต่เดินตรวจตราความเรียบร้อยของห้องสมุดเก่าจนพื้นไม้สนแทบจะสึกเป็นร่อง ธันวาชะงักฝีเท้า ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะเรียบตึงจนเดาอารมณ์ไม่ออกหันขวับมามองคนพูด ดวงคมเข้มฉายแววดุดันตามสัญชาตญาณของคนเจ้าระเบียบ แต่พอนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืนก่อน—ตอนที่เผลอแสดงความรู้สึกเกินเลยออกไปจนเกือบจะก้าวข้ามเส้น ร่างสูงก็ต้องรีบหลบสายตาแล้วแสร้งทำเป็นจัดชั้นหนังสือแทนเพื่อซ่อนรอยแดงจางๆ ที่ลามเลียขึ้นมาถึงใบหู "ผมไม่ได้เดินวนเพราะท้องผูกครับคุณรณกร ผมแค่กำลังพิจารณาว่าตรงมุมห้องนี้... มันควรจะวางโซฟาหนังแท้สีชาหรือเก้าอี้โยกโบราณดี เพื่อให้คุณสามารถนั่งเถียงผมได้ถนัดขึ้นเวลาตรวจงาน" ธันวาตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ พยายามคุมโทนให้เป็นปกติที่สุด แม้หัวใจจะเต้นแรงผิดจังหวะทุกครั้งที่อีกฝ่ายเข้ามาอยู่ในรัศมีไม่ถึงสองเมตร รณกรแค่นหัวเราะในลำคอ ก้าวเท้าฉับๆ เข้าไปใกล้ร่างสูงที่ยืนทำเป็นฟอร์มจัดหนังสือ สถาปนิกหนุ่มยกมือขึ้นกอดอก สายตาคมกริบสำรวจเรือนร่างสมส่วนของเจ้าของบ้านตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความหมั่นไส้ "ปากเก่งขึ้นเยอะนะครับเจ้าของตึกนิสัยเสีย... หรือว่าติดใจรสชาติกาแฟฝีมือผมเมื่อวาน ถึงได้ลากผมมาทำงานนอกสถานที่ถึงนี่สามวันติดกันแล้ว ทั้งที่อีเมลสั่งงานทีเดียวก็จบ?" คำถามทิ่มแทงใจดำทำเอาธันวาชะงักมือที่กำลังจัดสันหนังสือ รณกรจงใจขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด กลิ่นน้ำหอมกลิ่นไม้จันทน์หอมอ่อนๆ ผสมกับกลิ่นกาแฟคั่วบดจางๆ จากตัวสถาปนิกหนุ่มโชยแตะจมูก ปลุกเร้าประสาทสัมผัสของธันวาให้ตื่นตัวอย่างรวดเร็ว สัญชาตญาณเตือนให้ถอยห่าง แต่ขาเจ้ากรรมกลับหนักอึ้งราวกับถูกตรึงไว้ด้วยแรงโน้มถ่วงของคนตรงหน้า "ผมแค่อยากแน่ใจว่างานบูรณะคฤหาสน์ตระกูลวรโชติ จะไม่พังไม่เป็นท่าเพราะสถาปนิกปากจัดชอบหาเรื่องเถียงเจ้าของบ้านมากกว่าทำงาน" ธันวาแก้ตัวเสียงแข็ง พยายามดึงมาดประธานบริษัทผู้เย็นชาและทรงอำนาจกลับคืนมา แต่สายตาที่ไหวระริกยามเมื่อสบตากับดวงตาสุกใสของรณกร กลับทรยศความตั้งใจทั้งหมด "ปากดีแบบนี้ ระวังจะโดนสถาปนิกคนนี้รื้อโครงสร้างชีวิตใหม่หมดไม่รู้ตัวนะครับ" รณกรโน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบชิดริมหรูกระจก พ่นลมหายใจอุ่นร้อนใส่ลาดไหล่กว้างจนธันวาต้องสะดุ้งเฮือก รีบถอยหลังก้นไปชนกับชั้นหนังสือด้านหลังอย่างจัง รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากของสถาปนิกหนุ่ม เป็นรอยยิ้มที่ทำให้ธันวาแทบคลั่ง—มันทั้งเย้ายوان ท้าทาย และอันตรายต่อหัวใจที่ด้านชามานานนับปี "นี่คุณรณกร..." ธันวาเอ่ยเสียงพร่า มือหนายื่นออกไปหมายจะคว้าจับข้อมือเล็กเพื่อหยุดการคุกคามที่ทำให้สติกระเจิง แต่ยังไม่ทันที่ปลายนิ้วจะได้สัมผัส เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อกาวน์ของรณกรก็แผדเสียงแหลมขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน สถาปนิกหนุ่มถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความเสียดาย ผละตัวถอยออกไปรับโทรศัพท์ปล่อยให้ธันวายืนหายใจหอบถี่ พยายามสูบอากาศเข้าปอดเพื่อเรียกสติที่กระจัดกระจายกลับคืนมา "ว่าไงครับคุณมินตรา... อ๋อ เสร็จแล้วเหรอ โอเค เดี๋ยวผมออกไปสมทบหน้าปากซอย" รณกรคุยโทรศัพท์สั้นๆ ก่อนจะกดตัดสายแล้วเก็บเข้ากระเป๋าตามเดิม เขากวาดสายตามองธันวาที่ยืนหน้าบึ้งตึงอยู่พิงชั้นหนังสือด้วยความขบขัน "หมดเวลาทำงานล่วงเวลาแล้วครับท่านประธาน เพื่อนผมมารับแล้ว" ธันวาขมวดคิ้วมุ่น ความหงุดหงิดพุ่งปรี๊ดขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุเมื่อได้ยินว่าอีกฝ่ายกำลังจะจากไป "มารับ? ทำไมต้องมารับ? คุณมีรถไม่ใช่เหรอ" "ผมขี้เกียจขับรถกลับคอนโดเหนื่อยๆ ครับ นั่งรถเพื่อนสบายกว่าตั้งเยอะ... อีกอย่าง" รณกรหยุดพูดไปนิด ปรี่เข้าไปกระซิบเบาๆ ใกล้ใบหูของคนตัวสูงที่ยังคงยืนหน้ามึน "ผมไม่อยากขับรถกลับคนเดียวในสภาพที่หัวใจเต้นผิดจังหวะเพราะใครบางคนแถวนี้หรอกครับ" พูดจบ รณกรก็ส่งยิ้มหวานหยดย้อยที่ชวนให้คนมองอยากจะคว้าตัวมาตีสักทีให้หายหมั่นไส้ ก่อนจะหมุนตัวเดินน่องยาวออกจากห้องทำงานไปอย่างไร้เยื่อใย ทิ้งให้ธันวายืนนิ่งค้างอยู่ลำพังท่ามกลางกองเอกสารแบบแปลน ธันวายกมือขึ้นสัมผัสแก้มข้างที่ยังรู้สึกร้อนผ่าว สายตาคมกวาดมองไปทั่วห้องที่บัดนี้ไร้เงาของคนปากเก่ง ความเงียบงันกลับมาเยือนอีกครั้ง แต่แปลก... ความเงียบครั้งนี้มันช่างน่าหงุดหงิดและอ้างว้างเสียจนเจ้าของคฤหาสน์ต้องสบถเบาๆ กับตัวเอง ร่างสูงตัดสินใจเดินตามออกไปที่ระเบียงชั้นสองเพื่อมองลงไปยังลานจอดรถด้านล่าง ผ่านม่านกระจกใส เขาเห็นรณกรกำลังเดินไปเปิดประตูรถเก๋งสีขาวคันหนึ่งที่มีร่างเพรียวบางของมินตรานั่งรออยู่หลังพวงมาลัย ก่อนที่รถคันนั้นจะเคลื่อนตัวออกไปอย่างนุ่มนวล ธันวาพ่นลมหายใจออกทางปากยาวเหยียด มือหนากำราวระเบียงแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวโพลน ความรู้สึกหวงแหนและไม่อยากให้อีกฝ่ายไปไหนเริ่มกัดกินหัวใจทีละน้อย—มันไม่ใช่ความรู้สึกของเจ้านายกับลูกจ้าง หรือแม้แต่คู่กัดทางธุรกิจ แต่มันคือความกลัว... กลัวว่าเส้นขนานที่เคยวิ่งคู่กันมาตลอด จะค่อยๆ เบี่ยงเบนออกห่างและหายลับไปจากสายตา ติ๊ง! เสียงแจ้งเตือนข้อความจากแอปพลิเคชันไลน์ดังขึ้นทำลายความคิดฟุ้งซ่าน ธันวารีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูด้วยความหวังลมๆ แล้งๆ หน้าจอปรากฏข้อความจากเบอร์แปลกที่เพิ่งบันทึกไว้เมื่อวาน *[รณกร]: "ข้าวเย็นอย่าลืมกินยาล่ะครับเจ้าของตึกนิสัยเสีย เดี๋ยวไม่มีแรงมาเถียงผมพรุ่งนี้ อย่าคิดถึงผมล่ะ"* พร้อมกับสติกเกอร์แมวหน้ากวนประสาทที่แลบลิ้นใส่ มุมปากหยักลึกของธันวาค่อยๆ ยกย่องขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบา—รอยยิ้มแรกในรอบหลายเดือนที่ออกมาจากใจจริง ดวงตาคมเข้มมองตามร่องรอยของรถยนต์คันนั้นที่ลับหายไปในความมืดของค่ำคืน "ใครเขาจะไปคิดถึงคุณกัน... เจ้าสถาปนิกตัวแสบ" ธันวาพึมพำเบาๆ กับความว่างเปล่า ทว่า ในวินาทีที่เขากำลังจะหมุนตัวเดินกลับเข้าห้องนอน สายตาก็เหลือบไปเห็นเงาสะท้อนของใครบางคนยืนอยู่ตรงมุมมืดสุดทางเดินฝั่งปีกตะวันตกของคฤหาสน์—เงาร่างสูงโปร่งที่คุ้นเคยในอดีต พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่ส่อแววอันตรายคืบคลานเข้ามาใกล้ตัวรณกรทีละนิดโดยที่สถาปนิกหนุ่มยังไม่รู้ตัวเลยแม้แต่น้อย! --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้กันมาโดยตลอดนะครับ!
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับเจ้าของตึกนิสัยเสีย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%