แก้วกาแฟเซรามิกสีดำด้านถูกวางกระแทกลงบนโต๊ะไม้สักทองเสียงดังทึบ รณกรไม่ได้สะดุ้ง เขายังคงกอดอกพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทีสบาย ๆ แต่สายตาคมกริบกลับจดจ้องไปยังเจ้าของคฤหาสน์ที่ยืนค้ำหัวเขาอยู่ ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนถึงข้อศอกกำลังขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นมา ชัดเจนว่าความอดทนของธันวาเดินทางมาถึงขีดจำกัดแล้วหลังจากที่เขาจี้ถามเรื่องโครงสร้างแปลกประหลาดบริเวณปีกตะวันตกของบ้านหลังนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
"คุณนี่มันรั้นไม่เข้าเรื่องเลยนะรณกร" ธันวาเอ่ยเสียงลอดไรฟัน นัยน์ตาคู่คมที่มักจะเรียบเฉยจนเดาอารมณ์ไม่ได้ บัดนี้กลับไหววูบด้วยระลอกคลื่นแห่งความเจ็บปวดที่พยายามปิด It กดซ่อนเอาไว้
"ถ้าผมไม่รั้น ป่านนี้บ้านหลังนี้คงพังลงมาทับหัวคุณตายไปนานแล้วครับคุณธันวา" สถาปนิกหนุ่มสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเจือความกวนประสาทแต่นัยน์ตากลับจริงจัง "โครงสร้างรับน้ำหนักตรงนั้นมันผิดหลักวิศวกรรมแบบตั้งใจทำชัด ๆ ใครเป็นคนออกแบบ? ศัตรูของคุณ หรือว่า... คนที่คุณเกลียดเข้าไส้?"
คำถามนั้นเปรียบเสมือนการขว้างก้อนหินลงไปในผืนน้ำนิ่งสงบ ธันวานิ่งงันไปอึดใจใหญ่ ร่างกายที่เคยตั้งตรงผ่อนคลายลงทีละน้อย ความเกรี้ยวกราดเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงความว่างเปล่าที่น่าใจหาย
ธันวาทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาฝั่งตรงข้ามอย่างคนหมดแรง เขายกมือขึ้นเสยผมลวก ๆ ก่อนจะถอนหายใจยาวเหยียด ราวกับกำลังชั่งน้ำหนักว่าควรจะเปิดปากพูดความจริงออกไปดีหรือไม่
"แม่ผมเป็นคนสั่งให้สร้างมันขึ้นมาเองครับ"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน รณกรที่เตรียมจะอ้าปากแซะต่อถึงกับชะงัก คำพูดที่กลั่นกรองไว้ในหัวหล่นหายไปหมดสิ้นเมื่อเห็นรอยยิ้มขื่นขมที่มุมปากของอีกฝ่าย
"คุณแม่เหรอครับ?" รณกรทวนคำ น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นโดยอัตโนมัติ
"ใช่" ธันวาพยักหน้ารับช้า ๆ สายตาทอดมองออกไปนอกหน้าต่างกระจกบานใหญ่ที่สะท้อนภาพสวนกว้าง "คุณแม่บอกว่ามันคือ 'ห้องโถงแห่งความทรงจำ' เป็นพื้นที่ที่ท่านตั้งใจสร้างขึ้นมาเพื่อรอคอย... ใครบางคนที่จะกลับมา"
รณกรขมวดคิ้วมุ่น "รอใคร? ในเมื่อบ้านหลังนี้คุณเป็นคนซื้อต่อมาไม่ใช่เหรอครับ หรือว่า..."
"มันคือบ้านเดิมของครอบครัวผมเอง" ธันวาหันกลับมาสบตา รณกรสังเกตเห็นประกายแสงบางอย่างในดวงตานั้น มันคือความโหยหาผสมผสานกับความแค้นเคืองที่ฝังรากลึก "บ้านที่พ่อทิ้งพวกเราไปเพื่อผู้หญิงอีกคน บ้านที่แม่ใช้เวลาช่วงสุดท้ายของชีวิตจมปรักอยู่กับความทรงจำปลอม ๆ และความเจ็บปวด"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องโถงอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่ความอึดอัดแบบก่อนหน้า กลับเป็นบรรยากาศที่เปราะบางและบีบคั้นหัวใจอย่างประหลาด รณกรเม้มปากแน่น ความรู้สึกปากจัดอยากเอาชนะเมื่อครู่วันนี้ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งกว่า ร่างเพรียวขยับตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้ เดินอ้อมโต๊ะทำงานตัวใหญ่ไปหยุดยืนอยู่ตรงหน้าโซฟาที่ธันวานั่งอยู่
"แล้วทำไมคุณถึงไม่ทุบมันทิ้งซะล่ะครับ?" รณกรเอ่ยถามเสียงนุ่มลงอย่างไม่รู้ตัว "ในเมื่อมันเป็นเครื่องเตือนใจถึงความเจ็บปวด ทำไมถึงยังเก็บโครงสร้างบ้า ๆ นั่นไว้ให้รกหูรกตา แถมยังจ้างผมมาปรับปรุงมันใหม่อีก"
ธันวาเงยหน้าขึ้นมองสถาปนิกหนุ่ม ระยะห่างระหว่างพวกเขาน้อยลงจนได้ยินเสียงลมหายใจ รณกรไม่ได้ถอยหนี เขากลับยืนนิ่ง ปล่อยให้อีกฝ่ายสำรวจความห่วงใยที่ฉายชัดผ่านแววตา
"เพราะผมเกลียดความอ่อนแอของตัวเอง" ธันวาตอบเสียงพร่า มือหนายื่นออกไปคว้าข้อมือเรียวของรณกรไว้โดยไม่ทันตั้งตัว แรงบิดไม่ได้รุนแรง แต่มันเต็มไปด้วยความสั่นเทา "ทุกครั้งที่ผมมองโครงสร้างบ้า ๆ นั่น ผมจะเตือนตัวเองว่าอย่าเป็นเหมือนแม่... อย่ารอคอยใครอย่างไร้ความหวัง และอย่าปล่อยให้ใครมีอิทธิพลเหนือหัวใจ"
รณกรกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง หัวใจเต้นผิดจังหวะเมื่อปลายนิ้วอุ่นของธันวาไล้เบา ๆ บนข้อมือของตน ความใกล้ชิดนี้มันอันตรายเกินไป อันตรายเสียยิ่งกว่าโครงสร้างวิศวกรรมที่กำลังจะพังทลายเสียอีก
"แต่บางทีนะคุณธันวา..." รณกรสูดหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อเรียกความมั่นใจกลับคืนมา แม้เสียงจะแอบสั่นเล็กน้อย "การสร้างห้องเพื่อรอใครสักคน กับการสร้างบ้านเพื่ออยู่ร่วมกับใครสักคน... มันอาจจะไม่เหมือนกันก็ได้"
ธันวานิ่งค้างไป นัยน์ตาส่ำระริกด้วยความท้าทายที่ถูกจุดประกายขึ้นมาอีกครั้ง ร่างสูงค่อย ๆ ยืนขึ้นเต็มความสูง จนรณกรต้องแหงนหน้ามอง
ก่อนที่บรรยากาศระหว่างทั้งคู่จะเลยเถิดไปมากกว่านั้น เสียงฝีเท้าหนัก ๆ พร้อมกับเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะ ตามด้วยเสียงเปิดประตูผางเข้ามาอย่างไร้มารยาท
"คุณธันวาคะ ดิฉันมีเรื่องด่วนต้อง..."
มินตราที่ถือแฟ้มเอกสารพรวดพราดเข้ามาถึงกับอ้าปากค้าง เมื่อเห็นภาพเจ้านายหนุ่มสุดเนี๊ยบกำลังยืนประชิดตัวกับสถาปนิกปากจัดในระยะประชิด ชนิดที่ปลายจมูกแทบจะชนกันอยู่แล้ว
ธันวาถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะผละตัวออกจากรณกรอย่างเสียดาย ขณะที่รณกรหน้าแดงก่ำ รีบกระแอมไอแล้วเดินถอยหลังไปตั้งหลักทันที
ขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยกันนะครับ
สถาปนิกปากจัดกับเจ้าของตึกนิสัยเสีย•ตอนที่ 17
ความทรงจำในห้องโถง
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับเจ้าของตึกนิสัยเสีย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!