สถาปนิกปากจัดกับเจ้าของตึกนิสัยเสีย•ตอนที่ 11

แบบร่างฉบับพิเศษ

ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
“คุณเอามันไปไว้ตรงนั้นทำไม?” เสียงทุ้มห้วนที่เจือความหงุดหงิดดังขึ้นทันทีที่ธันวาก้าวพ้นธรณีประตูห้องทำงานส่วนตัว ร่างสูงในชุดสูทสั่งตัดเนี๊ยบกริบหยุดชะงัก ฝ่าเท้าที่กำลังจะก้าวต่อต้องชะงักค้างเมื่อภาพตรงหน้าทำลายระเบียบวินัยในสมองของเขาจนย่อยยับ รณกรไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองเจ้าของห้องทันที สถาปนิกหนุ่มในเสื้อเชิ้ตพับแขนเสื้อขึ้นจนถึงข้อศอกกำลังใช้มือข้างหนึ่งดันแว่นตากรอบบางขึ้นสันจมูก ส่วนมืออีกข้างถือม้วนกระดาษแปลนพิมพ์เขียวขนาดยักษ์ เขายืนอยู่ตรงมุมอับสายตาที่เคยเป็นชั้นหนังสือบิวต์อินทึบทึบ—ซึ่งตอนนี้ ถูกทุบออกจนโล่งโปร่ง และแทนที่ด้วยม้านั่งยาวบุนวมสีเทาเข้มรับกับหมอนอิงสีเอิร์ธโทนอย่างลงตัว แถมยังมีโคมไฟอ่านหนังสือดีไซน์มินิมอลทอดแสงสีส้มอบอุ่นลงมาพอดีเป๊ะ “เอาตาข้างไหนมองถึงไม่เห็นว่ามันคือโซฟา?” รณกรสวนกลับทันควันโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด น้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่วาจาเชือดเฉือนตามสไตล์สถาปนิกปากจัด “หรือเพราะกระจกตาคุณมันเคลือบด้วยความเจ้าระเบียบ จนมองไม่เห็นพื้นที่สำหรับ ‘การหายใจ’ ร่วมกับคนอื่นเขา” ธันวาขบกรามแน่น สันกรามคมชัดขึ้นจนเห็นเป็นรอยนูน เขาไม่ได้โกรธเรื่องที่ผนังห้องถูกรื้อ—เพราะเซ็นอนุมัติแบบรีโนเวทไปแล้ว—แต่เขารำคาญ... รำคาญที่ไอ้บ้านี่รู้ดีเกินไป รู้ดีจนน่าโมโห “ผมจ้างคุณมาออกแบบพื้นที่ทำงาน ไม่ได้จ้างมาทำจิตบำบัด” ธันวาก้าวเข้าไปใกล้ รัศมีคุกคามแผ่ออกมาจากตัวเจ้าของคฤหาสน์จนอุณหภูมิรอบตัวลดลง “แล้วมุมบ้าอะไรนี่ ทำไมมันถึงไม่มีโต๊ะทำงาน ทำไมมีแต่ม้านั่งกับหมอน? คุณจะให้ผมนอนกลางวันระหว่างตรวจงบการเงินหรือไง” “ปากคอเราะร้ายเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนนะครับ คุณธันวา” รณกรวางม้วนกระดาษลงบนโต๊ะไม้สักทองเสียงดังปั้ง ก่อนจะหันมาเผชิญหน้า ระยะห่างระหว่างพวกเขายืนอยู่ไม่ถึงก้าว ดวงตาคมปลาบของสถาปนิกหนุ่มมองสำรวจร่างสูงตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยแววตาวิเคราะห์เจาะลึก “ถ้าคุณใช้สมองส่วนหน้าคิดสักนิด ไม่ใช่เอาแต่ใช้ความเย่อหยิ่งคุมสติ คุณก็จะรู้ว่ามุมนี้มันไม่ได้เอาไว้ให้นอน” “แล้วมันเอาไว้ทำอะไร?” “เอาไว้ให้คุณนั่งพักเวลาที่สมองมันตันไงครับ” รณกรก้าวเข้าไปประชิดอีกนิด บีบให้ธันวาต้องถอยหลังโดยไม่รู้ตัว “คุณทำงานหามรุ่งหามค่ำ หน้าตาเคร่งเครียดจนเส้นเลือดตรงขมับเต้นตุบๆ มาเป็นอาทิตย์แล้ว ผมเป็นห่วง... เอ้ย หมายถึง ในฐานะสถาปนิกผู้รับผิดชอบโครงสร้างชีวิตคุณ ผมไม่อยากให้ตึกนี้พังเพราะเจ้าของตึกเส้นเลือดในสมองแตกตายคาโตซะก่อน” ธันวาชะงักไปชั่วขณะ คำพูดครึ่งๆ กลางๆ ของอีกฝ่ายสะกิดใจบางอย่าง ความตั้งใจจะต่อปากต่อคำหายวับไปกับตา เมื่อดวงตาคมกริบของรณกรไม่ได้ฉายแววเยาะเย้ยเหมือนทุกที แต่กลับมีความห่วงใยเจือจางซ่อนอยู่ภายใต้รอยยิ้มมุมปากกวนๆ นั่น บรรยากาศในห้องเงียบลงชั่วขณะ เสียงเครื่องปรับอากาศทำงานเบาหวิวเคล้ากับกลิ่นหอมจางๆ ของกาแฟคั่วบดที่รณกรแอบชงทิ้งไว้บนโต๊ะ “ผมไม่ได้ขอให้คุณมาใส่ใจเรื่องพวกนี้” ธันวาหลบสายตาไปมองม้านั่งตัวปัญหาแทน เสียงของเขาอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว แม้จะยังพยายามรักษาฟอร์มความเย็นชาเอาไว้ก็ตาม “พื้นที่ตรงนี้... มันรกหูรกตา” “แต่คุณชอบ” รณกรสวนกลับทันที น้ำเสียงมั่นอกมั่นใจจนน่าหมั่นไส้ “ยอมรับมาเถอะครับว่าตั้งแต่เดินเข้าห้องมา สายตาคุณกวาดมองมุมนี้ไม่ต่ำกว่าสามรอบแล้ว แถมยังมีอาการลังเลว่าจะลองหย่อนก้นลงไปนั่งดูสักตั้งดีไหม... จริงไหมล่ะ?” ธันวาเม้มปากแน่น เถียงไม่ออกเพราะมันคือความจริง ร่างสูงปรายตามองโซฟานุ่มนวลตัวนั้นอีกครั้ง ยอมรับเลยว่าการออกแบบของรณกรไร้ที่ติ แสงเงาที่ตกกระทบ มุมองศาที่รับกับหน้าต่างบานใหญ่พอดิบพอดี ทำให้มุมนี้กลายเป็นจุดที่สงบที่สุดในบ้านหลังใหญ่โตและอ้างว้างหลังนี้ “คุณนี่มัน... น่ารำคาญที่สุด” ธันวาพึมพำออกมาในที่สุด “แต่ก็ขาดผมไม่ได้ใช่ไหมล่ะครับ” รณกรยิ้มกริ่ม ขยับเข้าไปใกล้จนแทบจะแนบชิด ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ใกล้แค่เอื้อม “ยอมรับความจริงเถอะน่า คุณธันวา ว่าสถาปนิกคนนี้ไม่ได้มีดีแค่ปากจัด” ธันวาเงยหน้าขึ้นสบตาคนที่ยืนค้ำฟ้าอยู่ตรงหน้า ระยะห่างเพียงคืบทำให้เขาได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางบนตัวรณกร หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอเริ่มรัวเร็วจนน่าตกใจ ความรู้สึกแปลกประหลาดแล่นพล่านไปทั่วร่าง ความใกล้ชิดนี้มันอันตรายเกินไป... อันตรายต่อหัวใจที่เขาพยายามปิดตายมาตลอดหลายปี รณกรเองก็ชะงักไปเช่นกัน เมื่อเห็นประกายไหววับในดวงตาคู่คมของอีกฝ่าย รอยยิ้มกวนๆ บนริมฝีปากของสถาปนิกหนุ่มค่อยๆ เลือนหายไป แทนที่ด้วยความรู้สึกบางอย่างที่เตลิดเกินกว่าจะควบคุม พวกเขายืนนิ่งอยู่แบบนั้น ท่ามกลางบรรยากาศที่เปลี่ยนจากความขัดแย้งกลายเป็นความตึงเครียดอีกรูปแบบหนึ่ง... ชนิดที่ทำให้ลมหายใจสะดุด ปัง! เสียงประตูห้องทำงานถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับร่างของมินตราที่ก้าวพรวดพราดเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก โดยมีเอกสารกองโตอยู่ในมือ “รณกร! แย่แล้ว นายต้องรีบไปดูหน้าไซต์งานด่วนเลย เกิดเรื่องใหญ่แล้ว... เอ๊ะ” มินตราเบรกเอี๊ยดเมื่อเห็นสภาพของเพื่อนสนิทและเจ้าของบ้านที่ยืนประชิดกันจนแทบจะสิงร่าง ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นอย่างรู้ทัน ก่อนจะยกมือขึ้นปิดปากแล้วหัวเราะคิกคัก “อุ๊ย... ฉันมาขัดจังหวะอะไรหรือเปล่าเนี่ย เชิญพวกนายสวีทกันต่อได้นะ เดี๋ยวฉันค่อยมาใหม่” รณกรถอนหายใจเฮือกใหญ่ รีบถอยหลังออกมาตั้งหลักทันที ใบหน้าหล่อเหลามีริ้วแดงจางๆ พาดผ่านอย่างเสียฟอร์ม ส่วนธันวารemรีบปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบตึงเป็นน้ำแข็งเช่นเดิม เพื่อกลบเกลื่อนความวูบไหวเมื่อครู่ ขอบคุณมากครับสำหรับการติดตามอ่านตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับเจ้าของตึกนิสัยเสีย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%