"ผมไม่คิดเลยนะครับว่า สถาปนิกแถวหน้าของวงการ จะยังมีงานอดิเรกเป็นการยืนทำหน้าเอ๋อใส่กระดาษไขแบบนี้อยู่ด้วย"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือแววเย้าแหย่นั้นลอยมาปะทะโสตประสาท ก่อนที่รณกรจะทันได้ดึงสติกลับมาจากเหตุการณ์ชวนใจเต้นแรงเมื่อครู่ ร่างสูงโปร่งของธันวาในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนเสื้อขึ้นถึงข้อศอกก็ก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานตัวใหญ่ในห้องประชุมใหญ่ของไซต์งาน
รณกรสะดุ้งเฮือก รีบสะบัดหน้าหนีไปอีกทางราวกับกลัวว่ารังสีความร้อนจากใบหน้าของตัวเองจะแผ่ซองพรูให้คนตรงข้ามจับ
พิรุธได้ สถาปนิกหนุ่มกัดริมฝีปากล่างเบาๆ พยายามปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติ แล้วสวนกลับทันควันด้วยน้ำเสียงที่เฉียบคมราวกับใบมีดโกน
"ถ้าคุณเจ้าของตึกนิสัยเสียว่างมากจนไม่มีอะไรทำ เดินไปตรวจดูระบบท่อน้ำทิ้งชั้นใต้ดินโน่นครับ จะได้ไม่ต้องมาเดินก่อกวนสมาธิคนอื่นเขา งานออกแบบคฤหาสน์หลังนี้มันต้องการความละเมียดละไม ไม่ใช่สักแต่จะใช้เงินฟาดหัวแล้วเร่งเอาวันเสร็จแบบที่คุณทำอยู่ทุกวันนี้"
ธันวาไม่โกรธสักนิด หนำซ้ำมุมปากหยักลึกยังกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มพราวระยับที่เห็นแล้วชวนหมั่นไส้ ดวงตาคมกริบกวาดมองแผ่นแปลนสถาปัตยกรรมที่กางอยู่บนโต๊ะสลับกับใบหน้าเนียนใสที่ขึ้นสีแดงจางๆ ตรงพวงแก้ม
เขารู้ดีว่าเกิดอะไรขึ้นก่อนที่เขาจะเดินเข้ามา และนั่นมันทำให้ความรู้สึกพึงพอใจบางอย่างแล่นพล่านอยู่ในอกอย่างน่าประหลาด
"ปากเก่งไม่เปลี่ยนเลยนะครับ..." ธันวาโน้มตัวลงมา ใช้มือข้างหนึ่งค้ำขอบโต๊ะไว้จนเหมือนเป็นการกักตัวรณกรไว้กลายๆ "แต่แปลกนะครับ พอเป็นเรื่องงานทีไร คุณมักจะเสียงดังกลบเกลื่อนความจริงทุกที... ความจริงที่ว่า เมื่อกี้คุณกำลังคิดอะไรอยู่ตอนที่ผมเดินเข้ามา"
"ผมไม่ได้คิดอะไรทั้งนั้น! เลิกมโนแล้วถอยออกไปไกลๆ เลยนะ หายใจรดต้นคอผมอยู่ได้ อึดอัด!" รณกรผลักไหล่กว้างออกห่างสุดแรง แต่คนตัวโตกว่ากลับมั่นคงราวยอดเขา ไม่ขยับเขยื้อนแถมยังโน้มหน้าเข้ามาใกล้กว่าเดิมจนปลายจมูกเกือบจะชนกัน
บรรยากาศระหว่างทั้งคู่กำลังคุกรุ่นไปด้วยกระแสไฟฟ้าแรงสูงที่พร้อมจะช็อตทุกวินาที หากไม่มีเสียงกระแอมกระไอจากประตูห้องประชุมเสียก่อน
"Ehem... ขัดจังหวะอะไรสำคัญอยู่หรือเปล่าครับ พอดีผมเอารายงานวัสดุมาส่ง"
เสียงของทีมงานวิศวกรหนุ่มหน้าตาดีคนหนึ่งดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงโปร่งในชุดเซฟตี้ที่ก้าวเข้ามาด้วยรอยยิ้มเป็นมิตร รณกรผุดลุกขึ้นยืนพรวดเดียวจนเก้าอี้เกือบคว่ำ ถือโอกาสนี้มุดตัวหลุดจากการกัก
ขังของธันวา แล้วรีบเดินไปรับแฟ้มเอกสารจากมือวิศวกรหนุ่มทันที
"อ๋อ... คุณกรณ์ ใช่ไหมครับ ขอบคุณมากเลยครับที่เอามาให้ ผมกำลังรออยู่พอดีเลย งานเนี่ย ละเอียดเรียบร้อยดีจัง คุณกรณ์นี่รอบคอบจริงๆ นะครับ ทำงานด้วยแล้วสบายใจจัง" รณกรจงใจพูดเสียงดังฟังชัด พร้อมส่งยิ้มหวานหยดที่นานๆ ทีจะได้เห็นให้วิศวกรหนุ่ม เพื่อแกล้งประชดคนตัวโตที่ยืนหน้าตึงอยู่ข้างหลัง
วิศวกรหนุ่มหน้าแดงขึ้นมาทันทีด้วยความเขินอาย เกาหัวแก้เขินแล้วตอบรับด้วยน้ำเสียงเก้ๆ กังๆ "ครับ... ยินดีครับคุณรณกร ถ้ามีอะไรให้ช่วยเพิ่มเติม บอกได้ตลอดเลยนะครับ ผมยินดีดูแลเป็นพิเศษเลย"
บรรยากาศในห้องประชุมอุณหภูมิลดฮวบลงทันทีราวกับติดแอร์ติดลบสิบองศาเซลเซียส
ธันวาหรี่ตามองภาพตรงหน้า รังสีความเย็นยะเยือกแผ่ซ่านออกมาจากร่างหนาจนวิศวกรหนุ่มยังต้องเผลอถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว กรามคมขบเข้าหากันแน่นจนเป็นสันนูน ดวงตาคมกริบที่เคยพราวระยับเมื่อครู่ ตอนนี้กลับมืดสนิทราวกับก้นบึ้งของมหาสมุทรที่เต็มไปด้วยพายุุคลั่ง
เจ้าของคฤหาสน์ก้าวเท้าฉับๆ เข้ามาแทรกกลางระหว่างทั้งสองคนอย่างไร้มารยาท มือหนาดึงแฟ้มเอกสารออกจากมือรณกรหน้าตาเฉย แล้วโยนมันลงบนโต๊ะเสียงดัง *ปึก!*
"หมดธุระของคุณแล้วนี่ครับ เชิญไปทำงานส่วนอื่นต่อได้แล้วมั้งครับ ทางนี้เขามีสถาปนิกคอยดูแลความเรียบร้อยอยู่แล้ว ไม่รบกวนเวลาอันมีค่าของคุณหรอกครับ" ธันวาเอ่ยไล่เสียงเรียบ แต่กดดันจนวิศวกรหนุ่มกลืนน้ำลายเอื้อม รีบโค้งศีรษะขอตัวเดินออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว
รณกรอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง ก่อนจะระเบิดอารมณ์ใส่ทันทีเมื่อประตูห้องปิดลง
"นี่คุณ! ไปไล่เขาทำไมเนี่ย! มารยาทไปไว้ที่ไหนหมดฮะ คนเขามีน้ำใจเอาเอกสารมาส่งให้แท้ๆ!"
"มีน้ำใจเหรอครับ?" ธันวาทวนคำ เสียงหัวเราะในลำคอดังขึ้นอย่างเยียบเย็น ร่างสูงก้าวเข้าไปหาช่างภาพหนุ่มทีละก้าว บีบพื้นที่ให้รณกรต้องถอยหลังจนสะโพกชนติดขอบโต๊ะทำงาน "ผมจ้างคุณมาออกแบบคฤหาสน์ ไม่ได้จ้างมาเปิดบริการรับจัดหาคู่ให้ใครหน้าไหนทั้งนั้น!"
"คุณพูดบ้าอะไรเนี่ย! ผมจะคุยกับใคร ชื่นชมใคร มันก็เรื่องของผม คุณเป็นแค่... เป็นแค่เจ้าของบ้าน ย้ำนะครับว่าแค่เจ้าของบ้าน ไม่มีสิทธิ์มาบงการชีวิตส่วนตัวของผม!" รณกรเถียงกลับเสียงแข็ง แม้หัวใจจะเต้นรัวแรงด้วยความตกใจกับสายตาดุดันที่อีกฝ่ายส่งมาให้
"ไม่มีสิทธิ์เหรอ?" ธันวาก้มตัวลงกระซิบชิดริมหู เสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าแต่เต็มไปด้วยแรงอารมณ์ที่ถูกกดทับไว้ "จำไว้รณกร... ทุกตารางเมตรในโปรเจกต์นี้ รวมถึงตัวสถาปนิกปากจัดอย่างคุณ... ผมจ่ายเงินซื้อเวลาและความสนใจไว้หมดแล้ว!"
รณกรนิ่งอึ้ง สมองขาวโพลนกับประโยคประกาศความเป็นเจ้าของที่พุ่งตรงมาอย่างไร้การป้องกัน ความร้อนผ่าวแล่นริ้วขึ้นมาถึงใบหู ร่างกายแข็งทื่อ ขยับเขยื้อนไม่ได้ดั่งใจเมื่อปลายนิ้วอุ่นจัดของธันวาเอื้อมมาแตะที่ปลายคางมน บังคับให้เขาเงยหน้าขึ้นสบตา
"อย่าไปยิ้มแบบนั้นให้ใครเห็นอีก..." น้ำเสียงของธันวาอ่อนลงเล็กน้อย แต่นัยน์ตากลับลุกโชนด้วยไฟแห่งความหึงหวงที่ปิดไม่มิด "ผมหวง... และผมไม่ชอบให้ใครมามองของของผมด้วยสายตาแบบเมื่อกี้"
คำว่า *"ของของผม"* วิ่งวนอยู่ในหัวของรณกรซ้ำไปซ้ำมาจนสติหลุดลอย ร่างบางอ้าปากจะเถียงกลับเพื่อกู้ศักดิ์ศรี แต่ยังไม่ทันจะได้เปล่งเสียงสักแอะ ประตูห้องประชุมก็ถูกผลเปิดผางเข้ามาเสียงดังลั่นพร้อมกับเสียงหอบแฮกของมินตรา
"รณกร! แย่แล้ว... เกิดเรื่องใหญ่ที่หน้าไซต์งานแล้ว มีคน..."
มินตราหยุดชะงักกึกทันทีเมื่อเห็นสภาพของเพื่อนสนิทที่ถูกธันวากลัดกุมไว้ในระยะประชิด ชนิดที่เรียกว่าหน้าผากแทบจะชนกันอยู่รอมร่อ สถาปนิกสาวอ้าปากค้าง ตาโตเท่าไข่ห่าน กะพริบตปริบๆ สลับมองหน้าทั้งสองคนด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด
และในจังหวะที่บรรยากาศกำลังค้างเติ่งอยู่บนเส้นด้ายแห่งความตกใจนั้นเอง ธันวาก็โน้มใบหน้าลงมา กระซิบประโยคสุดท้ายข้างริมฝีปากของรณกรด้วยน้ำเสียงที่ทำให้คนฟังหยุดหายใจไปชั่วขณะ
"เรายังคุยกันไม่จบ... เตรียมตัวหาคำแก้ตัวไว้ได้เลยครับ คุณสถาปนิก"
(ขอบคุณที่ติดตามอ่านและเป็นกำลังใจให้กันมาตลอดนะครับ)
สถาปนิกปากจัดกับเจ้าของตึกนิสัยเสีย•ตอนที่ 12
ความหึงหวงที่ซ่อนไว้
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับเจ้าของตึกนิสัยเสีย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!