"ถ้าคุณยังเดินเร็วกว่านี้อีกก้าวเดียว ผมจะถือว่าคุณจงใจทิ้งผมไว้ให้หอบแฮกอยู่กลางไร่ชา แล้วเราจะได้เห็นดีกันแน่ครับ คุณธันวา"
เสียงบ่นกระปอดกระแปดดังขึ้นท่ามกลางทัศนียภาพอันเขียวชะอุ่มของไร่ชาขั้นบันไดทางภาคเหนือ รณกรหยุดยืนหอบหายใจเล็กน้อย มือข้างหนึ่งปาดเหงื่อที่ซึมตามไรผม ส่วนมืออีกข้างยังคงหอบแฟ้มสเกตช์ภาพและกล้องถ่ายรูปคู่ใจไว้แน่น เสื้อเชิ้ตลินินสีขาวที่เคยรีดมาเรียบเนยบ บัดนี้ยับยู่ยี่และแนบลู่ไปกับแผ่นหลังตามแรงเหงื่อ
คนถูกพาดพิงหยุดฝีเท้าลงโดยพลัน ธันวากลอกตาเล็กน้อยก่อนจะหมุนตัวกลับมามองสถาปนิกปากเก่งที่กำลังยืนทำหน้ามุ่ยอยู่เบื้องหลัง นัยน์ตาคู่คมภายใต้กรอบแว่นกันแดดฉายแววระยับระยับด้วยความขบขันระคนเอ็นดู แม้ริมฝีปากหยักจะได้รูปจะยังคงเม้มสนิทเพื่อรักษามาดเจ้าของตึกผู้เย็นชาตามเคย
"ผมไม่ได้ทิ้ง คุณเดินช้าเป็นเต่าคลานเองต่างหาก รณกร" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงกระแสท้าทาย "ไหนคุยนักคุยหนาว่าอยากมาหาแรงบันดาลใจในการรีโนเวตพื้นที่ส่วนกลางของโครงการใหม่ ทำไมแค่นี้ถึงหมดแรงซะแล้วล่ะครับ หรือว่าสถาปนิกมือหนึ่งยุคนี้หมดไฟเร็วกว่ากำหนด"
"ปากคอเราะร้ายไม่เปลี่ยนเลยนะ... เชอะ!" รณกรเชิดหน้าขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้ แม้ในใจจะแอบเถียงว่า *'นี่มันเดินขึ้นเขานะเว้ย ไม่ใช่เดินตรวจไซต์งานติดแอร์!'* แต่ศักดิ์ศรีมันค้ำคออยู่ จะให้แสดงความอ่อนแอต่อหน้าเจ้าของตึกนิสัยเสียคนนี้เป็นอันขาด
ทริปดูงานกระทันหันที่ถูกแป้ายี่ห้อว่า "การเดินทางไปหาแรงบันดาลใจ" เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่เช้าตรู่ เป้าหมายคือรีสอร์ทสไตล์มินิมอลกลมกลืนกับธรรมชาติบนยอดดอย เพื่อเก็บรายละเอียดงานไม้และโครงสร้างกระจกเปิดโล่งมาปรับใช้กับโปรเจกต์ใหญ่ แต่ดูเหมือนว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่งานสถาปัตยกรรมเสียแล้ว แต่อยู่ที่ระยะห่างระหว่างเขากับผู้ชายตัวสูงที่ยืนกอดอกมองอยู่ตรงหน้านี้ต่างหาก
ยิ่งเดินทางร่วมกันมากเท่าไหร่ รณกรยิ่งพบว่ากำแพงความเย็นชาที่ธันวาใช้สร้างระยะห่างจากโลกภายนอก มันช่างเปราะบางเสียเหลือเกินเมื่ออยู่ต่อหน้าเขา
"ถ้าไม่อยากเดินต่อ ก็มานี่สิครับ" ธันวาเอ่ยทำลายความเงียบ มือหนายื่นเข้ามาฉวยแฟ้มสเกตช์ภาพในมือของรณกรไปถือไว้เสียเองหน้าตาเฉย พร้อมกับเอื้อมมืออีกข้างมาคว้าข้อมือเรียวบางแล้วออกแรงดึงเบาๆ
"เฮ้ย! ทำอะไรของคุณเนี่ย ปล่อยนะ!" รณกรสะดุ้งสุดตัว หัวใจกระโจนขึ้นมาตีรัวที่คอหอย ความร้อนแล่นริ้วขึ้นมาบนพวงแก้มอย่างไม่ทราบสาเหตุ ไม่ใช่เพราะความเหนื่อย แต่เป็นเพราะฝ่ามืออุ่นจัดที่กุมรอบข้อมือของเขาอยู่นี่ต่างหาก มันทั้งแน่นหนาและชวนให้ใจสั่นจนแทบควบคุมจังหวะการหายใจไม่ได้
"เดินตามมาดีๆ ทางลาดชันตรงนี้มันแคบ ถ้าคุณสะดุดล้มกลิ้งลงไป ผมขี้เกียจแบกคุณกลับรีสอร์ทนะรณกร" ธันวาเอ่ยเสียงนิ่ง แต่ดวงตาคู่นั้นกลับพราวระยับราวกับจงใจแกล้งให้อีกฝ่ายเสียอาการเล่น
รณกรเม้มริมฝีปากแน่น ยื้อยุดเล็กน้อยพอกระstว,ง แต่สุดท้ายก็ต้องยอมปล่อยให้ร่างสูงกุมมือลัดเลาะไปตามแนวทางเดินดินท่ามกลางกลิ่นไอฝนและใบชา สัมผัสจากปลายนิ้วที่เกี่ยวพันกันแม้จะไม่มีคำหวานเลี่ยน แต่กลับอัดแน่นไปด้วยความใส่ใจที่ปฏิเสธไม่ได้เลย
ทั้งคู่เดินลึกเข้ามาจนถึงศาลาไม้สักทองที่ตั้งตระหง่านอยู่บนจุดสูงสุดของไร่ชา เบื้องหน้าคือวิวพาโนรามาของขุนเขาที่สลับซับซ้อนและสายหมอกจางๆ ที่เคลื่อนตัวผ่านไปช้าๆ ลมเย็นพัดปะทะร่างจนรณกรเผลอสูดหายใจเข้าลึก
"อ่า... สวยเป็นบ้าเลย" เสียงพึมพำหลุดออกจากปากของสถาปนิกหนุ่มโดยไม่รู้ตัว ลืมความเหนื่อยล้าไปจนหมดสิ้น รณกรปล่อยมือจากธันวาทันที แล้วรีบวิ่งไปที่ราวระเบียง ยกกล้องขึ้นรัวชัตเตอร์เก็บภาพมุมกว้างอย่างลืมตัว
ธันวาก้าวตามมาเงียบๆ ยืนกอดอกมองแผ่นหลังบางที่กำลังตื่นเต้นกับธรรมชาติเบื้องหน้า แววตาของเจ้าของตึกอ่อนแสงลงอย่างเห็นได้ชัด ความนิ่งขรึมที่เคยมีมลายหายไป เหลือเพียงความอบอุ่นที่ซ่อนอยู่ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย
"ชอบเหรอครับ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นใกล้ๆ จนรณกรต้องหันกลับไปมอง
"อืม ชอบมาก... การจัดวางอาคารให้กลืนไปกับภูมิประเทศแบบนี้แหละที่ผมตามหา มันทำให้คนกับธรรมชาติเชื่อมต่อกันได้โดยไม่มีอะไรมาขวางกั้น" รณกรอธิบายด้วยดวงตาเป็นประกาย ความหลงใหลในวิชาชีพฉายชัดอยู่บนใบหน้าจนธันวาแทบละสายตาไปไหนไม่ได้
"แต่ผมว่า..." ธันวาเว้นจังหวะ ก้าวเข้าไปประชิดตัวรณกรช้าๆ จนแผ่นหลังของอีกฝ่ายชนเข้ากับราวระเบียงไม้โดยมีร่างสูงกักกันไว้ตรงกลาง "สิ่งที่คุณกำลังสเกตช์ลงในหัวตอนนี้ น่าสนใจกว่าตัวตึกพวกนี้เสียอีกนะ"
รณกรลมหายใจสะดุดกึก ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเมื่อพบว่าใบหน้าคมคายของธันวาอยู่ห่างจากเขาเพียงแค่คืบ ระยะห่างที่ถูกลดทอนลงจนแทบไม่เหลือพื้นที่ว่าง ทำให้กลิ่นหอมสะอาดเจือกลิ่นอายธรรมชาติจากตัวของชายหนุ่มลอยวนอยู่ปลายจมูก
"คุณ... พูดบ้าอะไรของคุณเนี่ย ธันวา ถอยไปเลยนะ" รณกรพยายามดันอกแกร่งเอาไว้ แต่ทว่ามือคู่นั้นกลับนิ่งสนิท ราวกับกำแพงหินผา
"ผมไม่ได้พูดเล่น" ธันวาโน้มใบหน้าลงมาอีกนิด สายตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่กำลังไหวระริก "ตั้งแต่เราเดินทางมาด้วยกัน... สายตาของคุณที่มองผม ตอนที่เราเถียงกันเรื่องแบบแปลน ตอนที่คุณเหนื่อยแล้วทำหน้าเหมือนแมวถูกขโมยปลาทู... นั่นต่างหากคือแรงบันดาลใจเดียวที่ผมต้องการจริงๆ"
หัวใจของรณกรเต้นระรัวราวกับมีกลองชุดมาตีอยู่ข้างใน ใบหน้าร้อนผ่าวจนลามไปถึงใบหู คำพูดตรงไปตรงมาอย่างไร้ชั้นเชิงแบบนั้นทำเอาสถาปนิกปากจัดถึงกับไปไม่เป็น สมองที่เคยประมวลผลแปลนอาคารได้อย่างรวดเร็วกลับว่างเปล่าสนิท
"คุณ... คุณมันคนบ้า..." รณกรพึมพำเสียงสั่น หลบสายตาคมคายที่จ้องมองมาอย่างมีความหมาย
ธันวายกยิ้มมุมปาก นิ้วเรียวยาวเอื้อมขึ้นเกลี่ยปอยผมที่เคลียแก้มใสออกให้อย่างเบามือ สัมผัสนั้นแผ่วเบาราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะแตกสลาย ทว่ามันกลับหนักแน่นพอที่จะทำให้หัวใจของรณกรเต้นผิดจังหวะ
"ผมอาจจะบ้า... แต่ก็บ้าแค่กับคุณคนเดียวนั่นแหละครับ"
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกหยุดเวลาไว้ เสียงลมพัดผ่านยอดชา เสียงนกร้อง หรือแม้แต่เสียงหัวใจที่เต้นรัว ทุกอย่างกลบเกลื่อนความเงียบงันระหว่างกันจนหมดสิ้น รณกรเงยหน้าขึ้นสบตากับคนตรงหน้า หัวใจดวงน้อยสั่นไหวรุนแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ริมฝีปากหยักของธันวาเคลื่อนเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นที่รดรินอยู่บนพวงแก้ม...
ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่ริมฝีปากของทั้งคู่กำลังจะแตะเข้าหากัน เสียงฝีเท้าหนักๆ และเสียงตะโกนเรียกดังลั่นก็ทำลายบรรยากาศสีชมพูลงอย่างไม่ไว้หน้า
"คุณรณกรครับ! คุณธันวา! แย่แล้วครับ รีสอร์ทโทรแจ้งว่ามีปัญหาด่วนเรื่องโครงสร้างฐานรากของอาคารหลักที่คุณออกแบบไว้ ทีมวิศวกรติดอยู่ที่ไซต์งานแล้วโทรมาโวยวายใหญ่เลยครับ!"
เสียงของเลขาหนุ่มที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาหยุดชะงักกึก เมื่อเห็นเจ้านายของตนยืนประชิดตัวกับสถาปนิกหนุ่มในระยะประชิดชนิดที่เรียกว่าแทบจะสิงร่างกันอยู่บนศาลาไม้
ธันวาผละตัวออกช้าๆ ใบหน้าคมเข้มฉายแววหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่รณกรสะดุ้งสุดตัว รีบผลักอกอีกฝ่ายออกแล้วกระโดดถอยหลังไปสามก้าว ใบหน้าแดงก่ำด้วยความเขินอายปนตกใจ
ธันวาหันไปมองหน้าเลขาหนุ่มด้วยแววตานิ่งสนิทที่พร้อมจะฆ่าคนได้ทุกเมื่อ ก่อนจะเหลือบกลับมามองสถาปนิกคนเก่งที่ตอนนี้เสมองไปทางอื่นเพื่อซ่อนรอยยิ้มและอาการเขินอาย
"เรื่องงาน... ไว้เราเคลียร์กันต่อบนรถนะครับ รณกร"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้กันมาโดยตลอด แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
---
*นาโนบอทมาสเตอร์*
สถาปนิกปากจัดกับเจ้าของตึกนิสัยเสีย•ตอนที่ 22
การเดินทางไปหาแรงบันดาลใจ
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับเจ้าของตึกนิสัยเสีย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!