"คุณช่วยเลิกทำหน้าเหมือนผมเป็นฆาตกรต่อเนื่องที่กำลังจะหั่นศพคุณบนเตียงได้ไหมครับ คุณธันวา"
เสียงทุ้มต่ำเจือความหงุดหงิดเล็กน้อยดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องพักขนาดกะทัดรัด รณกรสะบัดหยดน้ำออกจากปลายผม ปล่อยให้หยดน้ำซึมลงบนปกเสื้อเชิ้ตสีขาวที่แนบไปกับแผ่นอก เหตุการณ์ไม่คาดฝันบนท้องถนนเมื่อชั่วโมงก่อนทำให้พายุฝนฤดูร้อนกระหน่ำซัดจนเส้นทางหลักถูกน้ำท่วมสูง รถยนต์คันหรูของเจ้าของตึกนิสัยเสียเกิดเครื่องดับกลางทางอย่างไม่มีทางเลือก โรงแรมม่านรูดกึ่งบูติกโฮเทลข้างทางจึงเป็นทางรอดเดียว แต่ปัญหามันติดอยู่ตรงที่... ที่นี่เหลือห้องพักประเภท ‘เตียงเดี่ยวขนาดคิงไซส์’ เพียงห้องเดียวในรอบรัศมีสิบกิโลเมตร
ธันวาปรายตามองสถาปนิกปากจัดที่ยืนกอดอกพิงผนังห้องน้ำ ใบหน้าคมคายของเจ้าของคฤหาสน์บึ้งตึงยิ่งกว่าเดิม เขายกมือขึ้นปลดกระดุมเม็ดบนออกด้วยความหงุดหงิดไม่แพ้กัน
"ถ้าเลือกได้ ผมคงไม่ยอมเอาตัวมารอดอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมกลิ่นอับนี่กับคุณหรอกครับ คุณรณกร" ธันวาตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น แต่นัยน์ตาสีเข้มกลับไหววูบอย่างประหลาดเมื่อกวาดสายตามองสำรวจเรือนร่างชุ่มน้ำของอีกฝ่ายที่สะท้อนภายใต้แสงไฟสีส้มสลัวของห้องพัก
"อ้อเหรอครับ? งั้นเชิญออกไปกางเต็นท์นอนรับลมฝนข้างนอกได้เลยนะครับ ผมไม่ได้ล็อกกลอนประตูให้ด้วยซ้ำ" รณกรแค่นหัวเราะในลำคอ เขาเดินเลยผ่านร่างสูงโปร่งไปนั่งลงที่ปลายเตียงนุ่ม สปริงยุบตัวลงตามน้ำหนักทำให้ธันวาต้องขยับถอยหลังโดยสัญชาตญาณ ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงเหลือเพียงแค่เอื้อมมือ พื้นที่ในห้องนี้แคบเกินไป—แคบจนกระทั่งกลิ่นน้ำหอมเจือจางบนตัวของรณกรผสมผสานกับไอฝนลอยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัสของธันวาอย่างรุนแรง
ความเงียบเริ่มกัดกินบรรยากาศอีกครั้ง มีเพียงเสียงสายฝนที่สาดซัดกระทบกระจกหน้าต่างด้านนอกเป็นจังหวะน่ารำคาญ รณกรถอนหายใจยาวเหยียด เขาเอื้อมมือไปปลดเนกไทที่ชื้นแฉะออกโยนไว้บนโต๊ะข้างเตียง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับธันวาที่ยังคงยืนนิ่งราวกับรูปปั้นหินอ่อน
"แล้วนี่คุณจะยืนเป็นเสาหินทาราวดีอยู่อีกนานไหมครับ? ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าซะ จะได้รีบพักผ่อน ผมเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว ไม่อยากมานั่งต่อปากต่อคำกับคุณค่อนคืนหรอกนะ"
"พูดมากจริง..." ธันวาพึมพำลอดไรฟัน แต่ก็ยอมสาวเท้าเดินเข้าห้องน้ำไปอย่างจำยอม เสียงประตูห้องน้ำปิดลงพร้อมกับเสียงฝักบัวที่ดังขึ้นตามมาทิ้งให้รณกรนั่งอยู่ลำพังท่ามกลางความกดดันที่แปลกประหลาด
สถาปนิกหนุ่มยกมือขึ้นเสยผมลวกๆ หัวใจในอกเต้นผิดจังหวะอย่างน่าโมโห เขาไม่เคยรู้สึกว่าพื้นที่ส่วนตัวมันแคบและอึดอัดขนาดนี้มาก่อนเลยในชีวิต กลิ่นอายความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของที่แผ่ออกมาจากตัวธันวามันคอยแต่จะดึงดูดสติสัมปชัญญะของเขาให้หลุดลอยไปไกล ทุกครั้งที่ปะทะฝีปากกัน มันเหมือนมีกระแสไฟอ่อนๆ วิ่งพล่านอยู่ใต้ผิวหนัง และตอนนี้... สถานการณ์มันกำลังบีบให้พวกเขาต้องอยู่ลำพังในห้องที่มีเตียงนอนเพียงเตียงเดียว
ผ่านไปเกือบยี่นาที เสียงน้ำในห้องน้ำก็เงียบลง รณกรสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อประตูเปิดออกพร้อมกับไอน้ำอุ่นที่ลอยฟุ้งกระจายออกมา ธันวาเดินออกมาในสภาพที่มีเพียงผ้าขนหนูผืนเดียวพันรอบเอวสอบ หยดน้ำเกาะพราวอยู่บนแผงอกกว้างและลอนกล้ามเนื้อหน้าท้องที่รับกับแสงไฟ สภาพของเจ้าของตึกนิสัยเสียตอนนี้ช่างเซ็กซี่จนอันตรายต่อหัวใจคนมองเกินไป
รณกรเผลอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขาเบือนสายตาหนีไปทางอื่นทันทีด้วยใบหน้าที่เริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ "คุณ... ทำไมไม่ใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อยก่อนออกมาครับ!"
ธันวาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์ที่รณกรไม่เคยเห็นมาก่อน ร่างสูงก้าวเท้าเข้าหาเตียงนอนช้าๆ ไอร้อนจากร่างหนาทำให้บรรยากาศรอบตัวอุณหภูมิสูงขึ้นอย่างกะทันหัน
"เสื้อผ้าผมเปียกหมด จะให้ใส่ชุดเดิมหรือไงครับ... หรือว่าคุณรณกรกำลังกลัวอะไรบางอย่างอยู่?" เสียงทุ้มแหบพร่าเอ่ยถามขณะโน้มใบหน้าลงมาใกล้ รณกรที่กำลังจะขยับถอยหลังกลับถูกมือหนาคว้าเข้าที่ข้อแขนและดึงเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว แรงปะทะทำให้ร่างของสถาปนิกหนุ่มล้มลงไปนอนราบกับเตียงนุ่มโดยมีร่างหนาคร่อมทับอยู่ด้านบนอย่างพอดิบพอดี
"นี่คุณ! ปล่อยผมนะ!" รณกรตื่นตระหนก มือเรียวพยายามดันไหล่กว้างเอาไว้ แต่ธันวากลับตรึงข้อมือทั้งสองข้างของเขาไว้เหนือหัวด้วยมือข้างเดียวอย่างง่ายดาย
ดวงตาสีเข้มคมกริบมองสบตาเข้ามาในนัยน์ตาสั่นระริกของรณกร ระยะห่างระหว่างใบหน้าของพวกเขาสั้นจนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกัน ปลายจมูกแทบจะชนกันอยู่รอมร่อ ความดุดันที่เคยมีหายLวบไป เหลือเพียงประกายความปรารถนาบางอย่างที่ถูกเก็บซ่อนไว้ภายใต้ความเยชาชามานานปี
"ปากดีนักนะ... ไหนลองพูดประโยคเดิมให้ผมฟังอีกทีซิครับ ว่าอยากให้ผมออกไปข้างนอกหรือเปล่า" ธันวาเอ่ยเสียงกระซิบชิดริมฝีปาก ความใกล้ชิดนี้ทำให้สติของรณกรหลุดลอยไปไกลลิบ ริมฝีปากหยักได้รูปของอีกฝ่ายอยู่ห่างเพียงแค่เซนติเมตรเดียว หัวใจของรณกรเต้นระรัวราวกับกลองศึก เขารู้สึกได้ถึงความร้อนระอุที่แผ่ซ่านมาจากร่างที่ทับอยู่
รณกรเม้มริมฝีปากแน่น สมองประมวลผลแทบไม่ทันกับสถานการณ์ตรงหน้า มือที่ถูกพันธนาการไว้เริ่มอ่อนแรงลง ความรู้สึกต่อต้านถูกแทนที่ด้วยความหวั่นไหวที่พุ่งทะยานจนเกินต้านทาน
"ผม..." รณกรอ้าปากจะเถียง แต่คำพูดทั้งหมดก็ถูกกลืนหายไปในลำคอเมื่อธันวาโน้มใบหน้าลงมาปิดกั้นริมฝีปากของเขาด้วยความเร่าร้อนและดุดัน รสจูบที่ไม่มีการตระเตรียมใจทำให้รณกรเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ก่อนที่เปลือกตาจะค่อยๆ ปิดลงรับสัมผัสล้ำลึกที่อีกฝ่ายมอบให้อย่างยอมจำนน
ทว่า ในจังหวะที่หัวใจกำลังเต้นระรัวและสติกำลังจะหลุดลอยไปกับความหวานล้ำนั้นเอง...
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังสนั่นหวั่นไหวขึ้นที่ด้านนอก ตามด้วยเสียงตะโกนโกลาหลของพนักงานโรงแรมที่ดังแทรกเข้ามาในความเงียบ
"ขอโทษนะครับ! ทางโรงแรมแจ้งว่าเกิดเหตุไฟไหม้ขัดข้องที่หม้อแปลงด้านหลัง ทุกท่านต้องอพยพออกจากห้องพักเดี๋ยวนี้ครับ!"
- นาโนบอทมาสเตอร์ -
สถาปนิกปากจัดกับเจ้าของตึกนิสัยเสีย•ตอนที่ 23
โรงแรมห้องเดียวในคืนฝนพรำ
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับเจ้าของตึกนิสัยเสีย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!