สถาปนิกปากจัดกับเจ้าของตึกนิสัยเสีย•ตอนที่ 21

ความรู้สึกที่อธิบายไม่ได้

ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
"อย่าขยับ." เสียงทุ้มต่ำที่ลอดผ่านไรฟันของธันวาไม่ได้มีเพียงความราบเรียบเหมือนทุกครั้ง แต่มันเจือด้วยกระแสความตึงเครียดที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวอุณหภูมิลดฮวบลงอย่างฉับพลัน ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทเข้ารูปก้าวเข้ามาขวางหน้าตรฐานรณกรและมินตราไว้โดยสัญชาตญาณ แผ่นหลังกว้างเปรียบเสมือนโล่กำบังชั้นดีที่ถูกยกขึ้นตั้งรับภัยคุกคามจากเงาสลัวเบื้องหน้า รณกรขมวดคิ้วมุ่น ความหงุดหงิดพุ่งปรี๊ดขึ้นมาทันทีเมื่อถูกปฏิบัติราวกับตัวเองเป็นเด็กอนุบาลที่ต้องให้คนอื่นมาปกป้อง "นี่คุณ เป็นบ้าอะไรอีกเนี่ย หลบไปสิ ผมไม่ใช่เปราะบางขนาดนั้นนะ" ปากบางเอ่ยตอกกลับตามสัญชาตญาณความปากจัด พร้อมกับเอื้อมมือไปหมายจะคว้าแขนเสื้อของอีกฝ่ายให้ถอยพ้นทาง ทว่า... สัมผัสที่ปลายนิ้วสัมผัสโดนเนื้อผ้าและท่อนแขนแกร่ง กลับทำให้รณกรต้องชะงัก กล้ามเนื้อใต้สูทของธันวากำลังเกร็งแน่นจนแทบจะเป็นหิน ลมหายใจที่เป่ารดต้นคอและแผ่นหลังของเขาสะท้อนความกดดันบางอย่างที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้ และที่สำคัญที่สุด... มือหนาข้างหนึ่งของธันวาเอื้อมมาคว้าข้อมือเขาไว้แน่น พร้อมกับออกแรงดึงให้ถอยหลังไปหลบอยู่ด้านหลังอย่างแนบเนียน โดยไม่มีคำพูดโอို้อวดใดๆ มีเพียงการกระทำที่บ่งบอกชัดเจนว่า *ความปลอดภัยของคนข้างหลังคือสิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้* หัวใจของสถาปนิกปากจัดกระตุกวูบอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ความร้อนผ่าวแล่นริ้วขึ้นมาที่พวงแก้มอย่างไม่ทราบสาเหตุ ทั้งที่สถานการณ์ตรงหน้าคือความตึงเครียดระดับวิกฤต แต่ไออุ่นจากฝ่ามือที่กุมข้อมือเขาไว้กลับสร้างความปั่นป่วนในอกเสียยิ่งกว่าเสียงฝีเท้าของใครบางคนที่กำลังก้าวใกล้เข้ามา "เงียบปากแล้วอยู่หลังฉัน" ธันวาเอ่ยเสียงกระซิบลอดไรฟัน สายตาคมกริบดุจพญาอินทรีจ้องเขม็งไปยังร่างที่ค่อยๆ ก้าวพ้นจากความมืดของประตูไม้สักทอง แสงไฟสลัวจากโถงทางเดินสาดกระทบเข้ากับใบหน้าของผู้มาใหม่ ร่างนั้นเป็นชายวัยกลางคนในชุดสูทสไตล์วินเทจ เส้นผมสีดอกเลาถูกหวีเรียบร้อย ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มที่เคลือบไว้ด้วยความใจดี แต่ทว่าแววตากลับคมปลาบและเยียบเย็นจนน่าขนลุก "แหม... ดูอบอุ่นเสียจริงครับ คุณธันวา ไม่นึกเลยว่าเจ้าของคฤหาสน์ผู้เย็นชาไร้หัวใจ จะมีมุมที่คอยปกป้องผู้ชายหน้าตาดีขนาดนี้ด้วย" น้ำเสียงนุ่มทุ้มเอ่ยขึ้น ทว่าแฝงไว้ด้วยความเย้ยหยันและคุ้นเคยอย่างประหลาด มินตราที่ยืนอยู่ด้านข้างสูดหายใจเข้าลึกๆ ดวงตาเรียวรีหรี่ลงพิจารณาบุคคลมาใหม่ "คุณ... เป็นใครกันแน่ ทำไมถึงเข้ามาในเขตหวงห้ามนี้ได้" ชายวัยกลางคนหัวנסรับในลำคอเบาๆ "หวงห้ามงั้นหรือครับคุณผู้หญิง? สำหรับผมแล้ว ที่นี่ไม่มีมุมไหนที่เป็นความลับหรอก... เพราะผมคือคนที่สร้างโครงสร้างทั้งหมดนี่ขึ้นมาตั้งแต่แรกต่างหากล่ะ" คำพูดนั้นทำให้รณกรเบิกตากว้าง สัญชาตญาณความเป็นสถาปนิกทำงานทันที "คุณ... หรือว่าคุณคือสถาปนิกอาวุโส ‘ปรเมศร์’ ผู้รับผิดชอบโปรเจกต์ดั้งเดิมของคฤหาสน์หลังนี้เมื่อสามสิบปีก่อน!" ปรเมศร์ปรบมือเบาๆ สองครั้ง เสียงก้องกังวานในโถงทางเดินกว้าง "สมกับที่เป็นสถาปนิกมือรางวัลยุคใหม่ครับ คุณรณกร ข้อมูลแน่นใช้ได้ แต่น่าเสียดาย... ที่ความฉลาดของคุณกำลังจะพาตัวเองเข้ามาติดกับดักที่ผมวางไว้ตั้งแต่แรกเริ่ม" บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนเป็นอึดอัดทันที ธันวาก้าวเท้าขยับบังรณกรให้พ้นจากรัศมีสายตาของปรเมศร์อย่างมิดชิดยิ่งขึ้น มือหนาที่ยังคงกุมข้อมือของรณกรไว้เปลี่ยนเป็นการบีบกระชับแน่นขึ้นเล็กน้อย ราวกับต้องการส่งผ่านความมั่นใจและเตือนสติว่า *อย่าได้หวั่นไหวไปกับคำพูดของมัน* "เลิกเล่นลิ้นแล้วบอกมาว่าแกต้องการอะไร ปรเมศร์" ธันวาเอ่ยเสียงเย็นยะเยือก แววตาเต็มไปด้วยความเกลียดชังที่ปิดไม่มิด "เอกสารสิทธิ์และแปลนโครงสร้างที่แกพยายามขโมยไปเมื่อหลายปีก่อน มันยังไม่สะใจพอหรือไง ถึงได้ยังกล้าเสนอหน้ากลับมาที่นี่อีก" ปรเมศร์หัวเราะร่วน สีหน้าไม่ได้มีความหวาดกลัวต่อท่าทีคุกคามของเจ้าของบ้านเลยแม้แต่น้อย "ของแบบนั้นมันเป็นแค่เศษกระดาษครับคุณธันวา สิ่งที่ผมต้องการจริงๆ ในวันนี้... คือการทวงคืนสิ่งที่ตระกูลของคุณแย่งชิงไปจากผมต่างหากล่ะ!" ชั่วพริบตานั้นเอง ปรเมศร์ก็ควักรีโมทคอนโทรลขนาดเล็กสีดำออกจากกระเป๋าเสื้อสูท นิ้วโป้งเรียวยาวกดลงไปที่ปุ่มกลางอย่างเด็ดเดี่ยว! *ครืนนนนน—!* พื้นไม้ปาเก้ใต้ฝ่าเท้าสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เสียงกลไกโลหะขนาดมหึมาขูดขีดกันดังสนั่นหวั่นไหว เพดานด้านบนโถงทางเดินเริ่มร่วงหล่นลงมาเป็นเศษปูนและฝุ่นควันตลบอบอวล ระบบรักษาความปลอดภัยอัตโนมัติถูกแฮกจนไฟฉุกเฉินสีแดงฉานกะพริบถี่ระรัวสาดส่องไปทั่วบริเวณ "ระวัง!" ธันวาตะโกนลั่น ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตาย ร่างสูงพุ่งเข้าใส่รณกรแล้วใช้สองแขนโอบกอดร่างโปร่งไว้แนบอก ก่อนจะทิ้งตัวกลิ้งหลบเสาหินอ่อนขนาดใหญ่ที่กำลังจะล้มครืนลงมาทับจุดที่พวกเขายืนอยู่เมื่อครู่ได้อย่างเฉียดฉิว ฝุ่นควันและเศษซากปรักหักพังฟุ้งกระจายจนมองอะไรไม่เห็น รณกรถูกกอดรัดไว้แน่นใต้ร่างหนาของธันวา ไออุ่นจากร่างกายของอีกฝ่ายและกลิ่นอายน้ำหอมบุรุษผสมผสานกับกลิ่นฝุ่นดินสร้างความรู้สึกปลอดภัยอย่างประหลาดท่ามกลางความโกลาหล หัวใจของรณกรเต้นรัวระรัวไม่ใช่เพราะความกลัวต่อเหตุการณ์ตรงหน้า แต่เป็นเพราะสัมผัสแนบชิดและจังหวะการหายใจที่กระชั้นชิดของคนที่อยู่เหนือกว่า "คุณ... เจ็บตรงไหนไหม" เสียงทุ้มของธันวาเอמהถามอย่างร้อนรน ใบหน้าที่มักจะเรียบเฉยและเย็นชาในยามปกติ ตอนนี้กลับเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและห่วงใยจนปิดไม่มิด ดวงตาคู่คมสำรวจไปทั่วใบหน้าและเนื้อตัวของรณกรด้วยความกังวลอย่างสุดซึ้ง รณกรอ้าปากค้าง สมองตื้อตันไปหมด เขาไม่เคยเห็นธันวาในมุมนี้มาก่อน... มุมที่สลัดมาดเจ้าของตึกนิสัยเสียทิ้งไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงผู้ชายคนหนึ่งที่ยอมเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องเขา "ผม... ผมไม่เป็นไรครับ" รณกรตอบเสียงสั่นเล็กน้อย ใบ้าร้อนผ่าวขึ้นสีแดงจัดโดยไม่ต้องอาศัยแสงไฟช่วย ปากที่เคยจัดจ้านเถียงฉอดๆ ตอนนี้กลับไร้คำพูดจะเอ่ย มือเรียวเผลอยกขึ้นวางทาบบนแผ่นอกกว้างของธันวาโดยไม่รู้ตัว รับรู้ได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นโครมครามไม่แพ้กัน มินตราที่กลิ้งหลบไปอีกฝั่งรีบยันตัวลุกขึ้น ไอคอกแคกเบาๆ ก่อนจะร้องเรียกเสียงดัง "คุณรณกร! คุณธันวา! ไหวไหมครับ รีบหนีเร็វ มันกำลังจะถล่มลงมาแล้ว!" ธันวาสบตาปรเมศร์ที่ยืนอยู่ไกลออกไป ท่ามกลางซากปรักหักพัง รอยยิ้มเยาะเย้ยของชายวัยกลางคนยังคงประดับอยู่บนใบหน้า ก่อนที่ร่างนั้นจะถอยหลังหายลับเข้าไปในประตูลับที่ปิดตัวลงอย่างรวดเร็ว ทว่า ในจังหวะที่ธันวากำลังจะประคองรณกรให้ลุกขึ้นยืนเพื่อถอยร่นออกจากพื้นที่อันตราย สายตาคมก็เหลือบไปเห็นแสงไฟสีแดงกะพริบถี่จากวัตถุชิ้นเล็กๆ ที่ถูกซ่อนไว้ใต้ฐานเสาหินใกล้กับจุดที่รณกรนอนอยู่เมื่อครู่... มันคือชนวนระเบิดเวลาที่กำลังนับถอยหลังครั้งสุดท้าย! ตัวเลขดิจิทัลสีแดงกระพริบสว่างวาบ: **[ 0 3 . 0 2 ]** เหลือเวลาอีกเพียงสามวินาทีเท่านั้น! ธันวาหน้าถอดสีเป็นครั้งแรกในชีวิต เขารู้ดีว่าไม่มีทางวิ่งหนีพ้นแรงระเบิดในรัศมีนี้ทันแน่ๆ และหากเขาปล่อยให้รณกรต้องเผชิญหน้ากับมันเพียงลำพัง... เขาคงไม่มีวันให้อภัยตัวเองไปตลอดชีวิต ไม่รอช้า ธันวาตัดสินใจทำในสิ่งที่บ้าบิ่นที่สุด เขาโถมตัวเข้าทับร่างของรณกรลงไปกับพื้นอีกครั้ง พร้อมกับใช้ลำตัวทั้งหมดของตัวเองปกป้องแผ่นหลังและศีรษะของสถาปนิกหนุ่มไว้จนมิดชิด หลับตาแน่นและเตรียมรับแรงกระแทกที่จะเกิดขึ้น "ธันวา! คุณจะทำบ้าอะไร—!" *ตูมมมมมมมมมมม!* เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวกลบเสียงทักทายของรณกรจนหมดสิ้น แรงอัดมหาศาลและเศษหินกระเด็นว่อนไปทั่วทิศทาง ความมืดมิดเข้าปกคลุมสติสัมปชัญญะ พร้อมกับร่างของทั้งคู่ที่ถูกกลืนหายไปในกลุ่มควันสีดำทึบ... ... ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้กันมาโดยตลอด แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับเจ้าของตึกนิสัยเสีย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%