"ถ้าล็อตนี้มาไม่ทันวันพุธ งานบิวต์อินห้องโถงใหญ่ของผมที่ค้างไว้ก็คือจบเห่... คุณธันวา ช่วยกรุณาใช้เส้นสายอันกว้างขวางระดับเจ้าพ่ออสังหาฯ ของคุณ ไปกดหัวซัพพลายเออร์ให้มันส่งของมาเดี๋ยวนี้เลยนะครับ ไม่ใช่มายืนกอดอกทำหน้าเป็นรูปปั้นหินอยู่ตรงนี้"
รณกรกระแทกแฟ้มรายการวัสดุลงบนโต๊ะทำงานชั่วคราวกลางไซต์งาน เสียงกระดาษปึกใหญ่กระทบพื้นผิวไม้ดังปัง สะท้อนก้องไปทั่วโครงสร้างคอนกรีตเปลือยเปล่าที่ยังไม่ได้ฉาบปูน ฝุ่นผงจากการก่อสร้างลอยละล่องต้องกับแสงไฟนีออนชั่วคราว สถาปนิกหนุ่มในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนและกางเกงสแล็คเปื้อนฝุ่นกำลังขมวดคิ้วมุ่น นัยน์ตาคมกริบฉายแววหงุดหงิดระคนเคร่งเครียดอย่างปิดไม่มิด
รอบตัวพวกเขาคือความโกลาหลของหน้างานก่อสร้าง เสียงเครื่องเจาะกระแทกผนังดังระรัวสลับกับเสียงตะโกนสั่งงานของโฟร์แมน แต่วินาทีนี้ รณกรไม่ได้สนใจเสียงรบกวนรอบข้างเลยสักนิด สายตาของเขาจดจ่ออยู่กับวิกฤตตรงหน้า วิกฤตที่ชื่อว่า 'วัสดุขาดแคลน' ซึ่งกำลังจะพังกำหนดส่งมอบงานมูลค่าหลายสิบล้านให้พินาศย่อยับ
ธันวา เจ้าของคฤหาสน์ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเนี๊ยบและนิสัยส่วนตัวที่ยากจะเข้าถึง ปรายตามองเอกสารในแฟ้มแวบหนึ่ง ก่อนจะเงยขึ้นสบตากับสถาปนิกปากจัดที่ยืนหายใจฮึดฮัดอยู่ตรงหน้า ร่างสูงโปร่งในชุดสูทลำลองสีเข้มยังคงรักษาท่าทีเยือกเย็นได้อย่างน่าหมั่นไส้
"ผมจ้างคุณมาแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ไม่ได้จ้างมาสั่งให้ผมไปวิ่งเต้นแทนคุณนะครับ รณกร" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบ ไร้ซึ่งความตื่นตระหนกใดๆ ชายหนุ่มย่างสามขุมเข้ามาใกล้ ร่างสูงใหญ่บดบังแสงไฟจนเกิดเงาทอดทับร่างของสถาปนิกหนุ่ม "อีกอย่าง... คำว่า 'ต่อ' ที่เราคุยกันไว้เมื่อคืนเรื่องงานค้าง ดูท่าทางคุณคงไม่มีอารมณ์มาต่อแล้วมั้งครับ ถ้าสมองคุณยังคิดแต่เรื่องด่าผมแบบนี้"
รณกรถึงกับชะงัก ลมหายใจสะดุดไปเสี้ยววินาทีเมื่อถูกหยิบยกประโยคสัญญาลับเมื่อคืนขึ้นมาล้อเลียน ใบหน้าเนียนขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความหมั่นไส้ปนเขินอายที่เผลอพลั้งปากพูดอะไรชวนคิดลึกออกไปแบบนั้น แต่สถานการณ์หน้างานตอนนี้มันไม่เอื้อให้เขามาเสียฟอร์มต่อหน้าเจ้าของตึกจอมเผด็จการนี่หรอก
"เรื่องเมื่อคืนก็ส่วนเรื่องเมื่อคืนสครับ! ตอนนี้งานมันกำลังจะพังเพราะซัพพลายเออร์เจ้ากรรมของคุณมันเบี้ยวของ ถ้าไม้สักเกรดพรีเมียมล็อตนั้นไม่มาตามนัด แบบที่ผมดีไซน์ไว้คือจบเห่ ดีเทลซ่อนไฟที่ผมอุตส่าห์นั่งแก้จนตาแฉะเมื่อตีสามก็คือขยะเปียกดีๆ นี่เอง!" รณกรก้าวเข้าไปประชิด ปลายจมูกแทบจะชนกับปกเสื้อของอีกฝ่ายด้วยซ้ำ ความใกล้ชิดทำให้ได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ ผสมกับกลิ่นอายฝุ่นปูนแบบผู้ชาย ยิ่งทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะอย่างน่าหงุดหงิด
ธันวาไม่ถอยหนี แถมยังโน้มตัวลงมาเล็กน้อยจนใบหน้าคมคายอยู่ห่างกันเพียงคืบ นัยน์ตาคมกริบคู่นั้นทอประกายพราวระยับราวกับกำลังสนุกสนานบนความเดือดร้อนของเขา
"อยากได้ของด่วนเหรอครับ..." ธันวาจงใจเว้นจังหวะ น้ำเสียงทุ้มพร่ากระซิบชิดริมหูจนสถาปนิกหนุ่มต้องรีบถอยหลังกรูดด้วยความตกใจ "...งั้นก็พิสูจน์ให้ผมเห็นสิครับว่า คุณมีความสามารถมากพอที่จะทำให้ผมยอมใช้เส้นสายที่มีทั้งหมด ไปพลิกแผ่นดินหาของให้คุณภายในวันนี้"
รณกรกัดริมฝีปากล่างอย่างใช้ความคิด สมองอัจฉริยะประมวลผลอย่างรวดเร็วท่ามกลางความกดดัน เขารู้ดีว่าธันวาไม่ได้พูดเล่น เจ้าของตึกคนนี้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จในวงการอสังหาฯ หากยอมขยับตัวเพียงนิดเดียว ปัญหาสต็อกไม้ที่ขาดแคลนก็ได้รับการแก้ไขในพริบตา แต่ปัญหาคือ... ตาบ้านี่ไม่มีทางช่วยฟรีๆ แน่นอน
"คุณต้องการอะไรอีก..." รณกรหรี่ตามองอย่างระแวดระวัง "อย่าบอกนะว่าจะให้ผมเซ็นสัญญาเพิ่ม หรือว่า..."
"ใจเย็นครับ ผมไม่ใช่พวกหน้าเลือดขนาดนั้น" ธันวาหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงทุ้มต่ำนั้นช่างน่าฟังเสียจนคนฟังอยากจะหยิบประแจแถวนี้มาฟาดสักที "ผมแค่ต้องการให้คุณย้ายสัมภาระทั้งหมดมาเคลียร์งานที่ห้องทำงานส่วนตัวในบ้านผมตั้งแต่คืนนี้เป็นต้นไป จนกว่าโปรเจกต์นี้จะส่งมอบเสร็จสมบูรณ์... ห้ามปฏิเสธ เพราะนี่คือคำสั่งจากเจ้าของตึก"
"คุณมัน... ไอ้คนฉวยโอกาส!" รณกรชี้หน้าคาดโทษด้วยความคับแค้นใจ แต่ยังไม่ทันจะได้เอאะอะโวยวายอะไรต่อ เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงของธันวาก็แผדเสียงดังขึ้น
เจ้าของตึกหนุ่มหยิบเครื่องมือสื่อสารขึ้นมาดูหน้าจอ ชำเลืองมองรณกรแวบหนึ่งก่อนจะกดรับสายด้วยสีหน้าเรียบเฉย "ว่าไง... อ้อ จัดการให้เรียบร้อย ส่งของทั้งหมดไปที่ไซต์งานรณกรภายในพรุ่งนี้เช้า... ใช่ครับ ตามนั้น"
ธันวากดวางสายแล้วเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋าอย่างใจเย็น ราวกับว่าการสั่งซื้อไม้ราคาแพงระยับเป็นเรื่องง่ายยิ่งกว่าการสั่งกาแฟแก้วโปรด
รณกรอ้าปากค้าง มองหน้าอีกฝ่ายอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา "คุณ... สั่งไปแล้วเหรอ? แบบนี้ก็ได้เหรอ?"
"ผมบอกแล้วไงครับว่าถ้าคุณทำตามเงื่อนไขของผม ทุกอย่างมันก็ง่ายนิดเดียว" ธันวายิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์แต่กลับมีเสน่ห์เหลือร้ายจนคนมองใจกระตุก "ทีนี้... เรื่อง 'ต่อ' งานค้างของเราเมื่อคืน... คุณสะดวกเริ่มกี่โมงดีล่ะครับ สถาปนิกคนเก่ง?"
รณกรกลืนน้ำลงคออย่างยากลำบาก ความร้อนผ่าวแล่นริ้วขึ้นมาถึงใบหู ไม่ใช่เพราะความโกรธอีกต่อไป แต่เป็นเพราะบรรยากาศรอบตัวที่มันชักจะอันตรายต่อหัวใจเกินไปแล้ว
ทว่า... ก่อนที่รณกรจะได้ทันอ้าปากตอกกลับอะไรแสบๆ กลับไป เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงตะโกนเรียกชื่อเขากอดคอมาแต่ไกลก็ดังแทรกขึ้นท่ามกลางความเงียบของมุมตึก
"รณกร! แย่แล้วเว้ย! มินตราโทรมาบอกว่า... ที่โกดังเก็บวัสดุสำรองหลักเกิดไฟไหม้! ของข้างในเสียหายหมดเกลี้ยง!"
ร่างของโฟร์แมนหน้าตาตื่นวิ่งหน้าตั้งเข้ามาหยุดยืนหอบแฮกอยู่ตรงหน้า ข่าวร้ายระดับหายนะถูกโยนใส่หน้าพวกเขาทั้งคู่ในเสี้ยววินาที รณกรเบิกตากว้าง ความงุนงงและตกใจแล่นพล่านจนสมองขาวโพลนในพริบตาเดียว
ธันวาที่ยืนนิ่งสงบมาตลอด หุบยิ้มทันที นัยน์ตาคมกริบหันขวับไปมองกลุ่มควันสีดำจางๆ ที่ลอยมาจากทิศทางของโกดังสินค้าท้ายโครงการ ซึ่งอยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก พร้อมๆ กับเสียงไซเรนรถดับเพลิงที่ดังแว่วมาแต่ไกล
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ!
สถาปนิกปากจัดกับเจ้าของตึกนิสัยเสีย•ตอนที่ 15
วิกฤตวัสดุขาดแคลน
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับเจ้าของตึกนิสัยเสีย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!