สถาปนิกปากจัดกับเจ้าของตึกนิสัยเสีย•ตอนที่ 27

งานที่ต้องหยุดชะงัก

ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
*เพล้ง!* เศษเซรามิกสีขาวเคลือบเงากระเด็นไปคนละทิศละทาง กาแฟสีดำเข้มข้นไหลนองไปตามร่องกระเบื้องเคลือบราคาแพง รณกรก้มมองเศษซากแก้วที่เคยอยู่ในมือเมื่อวินาทีที่แล้ว หัวใจของเขาเต้นกระหน่ำจนเสียงมันดังสะท้อนอยู่ในโสตประสาท ไม่ใช่เพราะตกใจเสียงแก้วแตก แต่เป็นเพราะประโยคเมื่อครู่ของคนที่นั่งไขว่ห้างอยู่หลังโต๊ะทำงานไม้สักทอง "คุณพูดว่าอะไรนะ... ธันวา" รณกรเงยหน้าขึ้น ดวงตาเรียวรีเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยก่อนจะหรี่แคบลงด้วยความกรุ่นโกรธที่พุ่งปรี๊ดทะลุขีดจำกัด "สั่งหยุดโครงการเหรอ? คุณบ้าไปแล้วหรือไง งานฐานรากตอกเสาเข็มไปหมดแล้ว แปลนเฟสแรกอนุมัติแล้ว ทีมวิศวกรหน้างานกำลังเร่งมือกันหามรุ่งหามค่ำ แล้วคุณมาบอกว่า 'สั่งหยุด' แบบนี้เนี่ยนะ!" ธันวาไม่แม้แต่จะกะพริบตา ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสั่งตัดเนี้ยบกริบยังคงนั่งนิ่งสนิทราวกับรูปปั้นหินอ่อน ความเย็นชาแผ่ซ่านออกมาจากตัวจนอุณหภูมิในห้องทำงานส่วนตัวลดฮวบลงหลายองศา ดวงตาคมกริบคู่นั้นมองตรงมาที่สถาปนิกหนุ่มด้วยแววตาเรียաբนิ่งไร้คลื่นอารมณ์ ซึ่งนั่นแหละคือสิ่งที่ทำให้รณกรอยากจะคว้าแจกันดอกไม้แถวนี้ฟาดหน้าเจ้าของตึกนัก "ผมพูดภาษาไทยชัดเจนดีนี่ครับ คุณรณกร" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบ ไร้ซึ่งความลังเล "ผมเป็นเจ้าของโครงการ ผมมีสิทธิ์ที่จะทบทวนความคุ้มค่าและความเหมาะสมทุกขั้นตอน และตอนนี้... ผมตัดสินใจแล้วว่าผมต้องการให้หยุดทุกอย่างไว้ก่อน" "ความคุ้มค่า?" รณกรแค่นหัวเราะในลำคอ ก้าวเท้าฉับๆ เข้าไปประชิดโต๊ะทำงานตัวใหญ่แล้วใช้มือทั้งสองข้างค้ำขอบโต๊ะไว้โน้มตัวลงไปหาอีกฝ่าย ดวงตาจ้องลึกเข้าไปในดวงตานิ่งสนิทคู่นั้นอย่างไม่เกรงกลัว "คุณเอาสมองส่วนไหนคิดวะครับธันวา? นี่ไม่ใช่การสร้างบ้านหมาหลังคาสังกะสีนะ นี่คือโปรเจกต์คอมเพล็กซ์มูลค่าหลายพันล้าน! การสั่งเบรกกะทันหันแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ค่าปรับผู้รับเหมา ค่าเสียหายทางธุรกิจ ค่าเสียเวลา... คุณจ่ายไหว แต่ทีมงานผมไม่ได้มีเงินถุงเงินถังพินาศไปกับความเอาแต่ใจของคุณนะ!" กลิ่นอายความดุดันและกลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางพุ่งปะทะกันในระยะประชิด รณกรตัวสั่นด้วยความโกรธ ปากบางเฉียบที่มักจะใช้พ่นวาจาเชือดเฉือนวิศวกรและผู้รับเหมามานักต่อนักตอนนี้เม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรง ในขณะที่ธันวา... แม้จะถูกรณกรบุกประชิดด้วยอารมณ์คุกกรุ่นถึงถิ่น แต่ใบหน้าหล่อเหลากลับไม่มีรอยสะท้อนความโกรธเคืองเลยแม้แต่น้อย เขากลับเงยหน้าขึ้นสบตาคนที่กำลังหัวเสียสุดขีด ปลายจมูกโด่งเป็นสันแทบจะชนกันอยู่รอมร่อ สัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือกลิ่นคาเฟอีนจางๆ ของอีกฝ่าย "ห่วงโปรเจกต์... หรือเป็นห่วงความรู้สึกตัวเองกันแน่ครับ ที่งานฝีมือชิ้นเอกของสถาปนิกคนเก่งต้องถูกพับเก็บใส่ลิ้นชัก" ธันวาเอ่ยเสียงกระซิบแผ่วเบา แต่ทว่าก้องกังวานในความเงียบ ดวงตาคมกริบเลื่อนลงมองริมฝีปากที่กำลังเม้มเข้าหากันอย่างถือดีครู่หนึ่ง ก่อนจะวนกลับขึ้นสบตาเช่นเดิม รณกรสะดุ้งเฮือก เผลอผถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว ความใกล้ชิดเมื่อครู่ทำเอาสติที่กำลังกระเจิดกระเจิงด้วยความโกรธหลุดลอยไปชั่วขณะ หัวใจเจ้ากรรมดันทรยศเต้นผิดจังหวะขึ้นมาเสียดื้อๆ *ไอ้บ้านี่... เล่นมุกอะไรวะเนี่ย! สถานการณ์ซีเรียสขนาดนี้ยังจะมีอารมณ์มาหยอดสายตาเจ้าชู้ใส่กันอีกเรอะ!* "อย่ามาเปลี่ยนเรื่องนะธันวา!" รณกรเสหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อตั้งสติ ก่อนจะหันกลับมาใช้นิ้วชี้หน้าอีกฝ่ายอย่างคาดโทษ "บอกเหตุผลผมมาดีๆ ว่าทำไมคุณถึงต้องสั่งเบรกโปรเจกต์นี้ ถ้าไม่มีเหตุผลที่ดีพอ... ผมจะฟ้องคุณข้อหาละเมิดสัญญา และขนทีมงานถอนตัวจากโปรเจกต์นี้วันนี้เลย!" ธันวานิ่งเงไปครู่หนึ่ง เขายันตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเดินอ้อมโต๊ะทำงานออกมาประชิดตัวรณกรจนคนตัวเล็กกว่าต้องผถอยหลังไปชนกับชั้นวางเอกสารด้านหลังอย่างไร้ทางหนี ร่างสูงใหญ่กักตัวรณกรไว้ด้วยแขนข้างหนึ่งที่ยันชั้นวางของไว้ ส่วนมืออีกข้างคว้าข้อมือเรียวที่กำลังชี้หน้าเขาอยู่ลงมาเบาๆ ไม่ได้บีบเค้นให้เจ็บ แต่เป็นการกุมไว้อย่างมั่นคงจนสลัดไม่หลุด "เหตุผลเหรอครับ..." ธันวาก้มหน้าลงกระซิบข้างใบหูของสถาปนิกหนุ่ม น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นเจือความอ่อนล้าที่ซ่อนไว้ภายใต้ความเย็นชาอย่างแนบเนียน "เพราะผมไม่อยากเห็นคุณต้องวิ่งวุ่นแก้ปัญหาหน้างานจนไม่ได้หลับไม่ได้นอนอีกแล้ว... และเพราะผมมีบางอย่างที่ต้องจัดการให้เรียบร้อยเสียก่อนที่ตึกนี้จะสร้างเสร็จ" รณกรชะงักกึก ลมหายใจสะดุดกวับ สมองที่เคยประมวลผลเรื่องงานอย่างรวดเร็วกลับว่างเปล่าลงชั่วขณะ ความใกล้ชิดที่แนบแน่นจนได้กลิ่นกายสะอาดสะอ้านจากตัวของเจ้าของตึกทำเอาสติสตางค์กระเจิงไปหมด คำพูดที่เตรียมจะเถียงกลับจุกอยู่ที่ลำคอ *หมายความว่ายังไง... ไม่อยากให้เหนื่อยงั้นเหรอ? นี่เขากำลังเป็นห่วงเรา... หรือแค่หาข้ออ้างบ้าๆ บอๆ กันแน่?* ก่อนที่รณกรจะได้อ้าปากเอ่ยถามอะไรออกไป เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างเร่งรีบ ตามด้วยเสียงเปิดประตูพรวดพราดเข้ามาโดยไม่รอให้เจ้าของห้องอนุญาต "ธันวา! คุณรณกร! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!" มินตรา เพื่อนสนิทและผู้ช่วยมือขวาของรณกรวิ่งหน้าตื่นเข้ามาในห้อง ใบหน้าสวยถอดสี เหงื่อซึมตามไรผม เธอถือแท็บเล็ตในมือแน่นจนข้อหนูขาวโพลน รณกรผละออกจากอ้อมแขนของธันวาด้วยความตกใจ รีบก้าวเข้าไปหามินตราทันที "มีอะไรมินตรา หน้าตาตื่นมาเชียว" รณกรถามเสียงเครเครียด มินตรากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอยื่นแท็บเล็ตหน้าจอแสดงข่าวออนไลน์พาดหัวใหญ่โตให้รณกรและธันวาดูพร้อมกัน "มีคนปล่อยภาพหลุดแบบแปลนโครงสร้างชั้นใต้ดินของคอมเพล็กซ์เราว่อนเน็ตครับ... แถมยังมีข่าววงในหลุดออกมาอีกว่า พื้นที่ก่อสร้างตรงนั้นทับซ้อนกับแนวเขตโบราณสถานใต้ดินที่ยังไม่มีการสำรวจอย่างเป็นทางการ ตอนนี้กระทรวงวัฒนธรรมเตรียมส่งทีมเข้าตรวจสอบด่วนแล้วครับ!" สิ้นเสียงของมินตรา รณกรหันขวับกลับไปมองหน้าธันวาแทบจะทันที ดวงตาเรียวรีเบิกกว้างด้วยความตระหนก สุดท้าย... เหตุผลที่ธันวาสั่งหยุดโครงการกะทันหันก็ปรากฏชัดเจนขึ้นมาในหัว ธันวานfไม่ได้รับรู้เรื่องนี้คนเดียว... และเขาก็จงใจหยุดมันก่อนที่เรื่องจะบานปลายใหญ่โตไปมากกว่านี้! ธันวายังคงยืนนิ่งสีหน้าเรียบเฉย แต่ดวงตาคมกริบกลับทอประกายความเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด เขามองหน้าสถาปนิกหนุ่มที่ตอนนี้ยืนแข็งทื่อเป็นหิน ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้รณกรต้องสูดหายใจเข้าลึกๆ "ทีนี้... คุณเข้าใจหรือยังครับว่าทำไมผมถึงต้องสั่งหยุดงาน?" ธันวาเอ่ยเสียงเรียบ แต่แววตากลับจริงจังอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน "และตอนนี้... เรามีเวลาเหลือไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมง ก่อนที่พวกมันจะบุกมาถึงไซต์งานของคุณ รณกร" --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและอยู่เคียงข้างคู่กัดคู่นี้มาจนถึงตอนนี้ รบกวนเตรียมใจรับมือความระทึกในตอนต่อไปด้วยนะครับ
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับเจ้าของตึกนิสัยเสีย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%