เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารบนโต๊ะทำงานกระจกใสในห้องประชุมใหญ่ไม่ได้ดังจนน่าตกใจ แต่มันหนักแน่นพอที่จะทำให้ทุกลมหายใจรอบบริเวณนั้นหยุดชะงักลงทันที รณกรยืนกอดอก ปลายลิ้นดันกระพุ้งแก้มซ้ายด้วยความหงุดหงิดระคนระอา สายตาคมกริบมองร่างสูงของคนที่นั่งอยู่หลังเก้าอี้หนังแท้ราคาแพง ซึ่งตอนนี้กำลังก้มหน้าตรวจแบบแปลนโครงสร้างรีโนเวตด้วยสีหน้าเรียบเฉยราดน้ำแข็ง
ราวกับว่าเหตุการณ์หวานชื่นเมื่อสองวันก่อนในห้องพักส่วนตัว เป็นเพียงภาพลวงตาที่ถูกลบเลือนไปอย่างไร้เยื่อใย
"คุณธันวาครับ ผมอธิบายรอบที่สี่แล้วนะว่าโครงสร้างคานรับน้ำหนักตรงปีกตะวันตกมันจำเป็นต้องขยับองศาออกไปอีกสามสิบเซนติเมตร เพื่อความปลอดภัยระยะยาว ไม่ใช่เพราะผมอยากแก้แบบเล่นสนุกแก้เซ็ง" รณกรเปิดฉากด้วยน้ำเสียงติดกระแทกกระทั้นนิดๆ ตามนิสัยสถาปนิกปากจัดที่ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร แม้กระทั่งเจ้าของตึกจอมเผด็จการ
ธันวาเงยหน้าขึ้นช้าๆ แววตาคู่นั้น... มันคือแววตาเดียวกันกับวันที่เขาก้าวเข้ามาประกาศกร้าวในฐานะเจ้าของตึกนิสัยเสียเมื่อหลายเดือนก่อน ความอบอุ่น ความอ่อนโยน และรอยยิ้มมุมปากที่เคยทำให้หัวใจของรณกรกระตุกวูบ มลายหายไปอย่างไร้ร่องรอย เหลือเพียงกำแพงน้ำแข็งหนาทึบที่พร้อมจะแช่แข็งทุกชีวิตให้กลายเป็นจุล
"ผมจ้างคุณมาเพื่อแก้ปัญหา ไม่ใช่มาฟังคุณออกความเห็นเรื่องความคุ้มค่าทางวิศวกรรมที่เกินหน้าที่" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมาเรียบเรื่อย ไร้คลื่นอารมณ์ใดๆ เจือปน "ถ้าแก้ไม่ได้ตามกำหนดสัญญา ก็เตรียมรับค่าปรับตามเงื่อนไขที่ตกลงกันไว้"
"เฮ้ย! พูดแบบนี้มันเกินไปหน่อยไหมครับคุณชาย!" รณกรตบโต๊ะเสียงดังลั่น ทนความไร้เหตุผลของคนตรงหน้าไม่ไหว "ผมทำงานแทบอ้วกแตกอ้วกแตnเพื่อตึกผีสิงนี่ มากี่รอบคุณก็หาเรื่องติโน่นตินี่ สรุปคือคุณมีปัญหาที่งาน หรือมีปัญหากับหน้าผมกันแน่!"
ธันวาไม่แม้แต่จะกระพริบตา เขานิ่งเงียบ ปล่อยให้ความอึดอัดแผ่ซ่านไปทั่วห้องประชุม ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเข้ามาประชิดตัวสถาปนิกหนุ่มอย่างเชื่องช้า กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ผสมผสานกับความเย็นชาอันเป็นเอกลักษณ์ลอยเข้าปะทะจมูก รณกรผะหนีบถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยอัตโนมัติเมื่ออีกฝ่ายโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน
ทว่า ดวงตาคู่นั้นไร้ซึ่งประกายความรู้สึก
"จำกัดความสัมพันธ์ของเราไว้แค่ 'ผู้ว่าจ้าง' กับ 'ผู้รับจ้าง' จะดีที่สุดครับ คุณรณกร" ธันวาเอ่ยกระซิบด้วยน้ำเสียงเยียบเย็นราวกับมีดโกนอาบน้ำแข็ง "เรื่องส่วนตัว... อย่าเอามาปะปนกับงาน มันดูไม่เป็นมืออาชีพ"
ประโยคเดียวเหมือนถูกสาดด้วยน้ำเย็นจัดจนชาไปทั้งร่าง รณกรเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ความโกรธพุ่งพล่านขึ้นมาจุกอก แต่สิ่งที่น่าเจ็บใจยิ่งกว่าความโกรธ คือความรู้สึกเจแปลบแปลกๆ ที่แล่นริ้วเข้ามาในใจอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำไมอยู่ๆ ถึงเปลี่ยนไปขนาดนี้? หรือแท้จริงแล้ว... สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดเป็นแค่เกมที่อีกฝ่ายสนุกด้วย แต่เขาดันเผลออินไปคนเดียว?
"ห-หึ เป็นมืออาชีพเหรอครับ?" รณกรเค้นหัวเราะในลำคอ ดวงตารื้นรอนิดๆ แต่ถูกซ่อนไว้ภายใต้แววตาดุดัน "ได้ครับ! ถ้าคุณอยากให้มันเป็นแค่ธุรกิจ งั้นเราก็คุยกันตามสัญญา ทุกอย่างต้องเป๊ะตามนั้น ห้ามเกินเวลา ห้ามต่อรอง และหลังจากจบโปรเจกต์นี้... เราก็ต่างคนต่างอยู่!"
พูดจบ รณกรก็คว้ากระเป๋าเอกสารของตัวเองขึ้นมาสะพายไหล่กระแทกกระทั้น หมุนตัวเดินดุ่มๆ ไปที่ประตูด้วยความเร็วสูงโดยไม่หันกลับมามองอีกเลย
ภายในห้องประชุมที่กลับมาเงียบสงบ ธันวายืนนิ่งค้างอยู่ที่เดิม มือหนาที่ซ่อนไว้ในกระเป๋าเสื้อกางเกงกำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ดวงตาคมกลาบมองตามแผ่นหลังบางที่หายลับไปพร้อมกับบานประตูที่ปิดลง ความเย็นชาที่แสดงออกไปเมื่อครู่ไม่ได้ช่วยให้หัวใจของเขาสงบลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... มันเหมือนกับการใช้มีดกรีดเนื้อตัวเองช้าๆ เพื่อแลกกับการปกป้องบางอย่างที่เขาไม่อาจเปิดเผย
*ขืนปล่อยให้คุณเข้าใกล้มากกว่านี้... คนที่จะพังทลายไม่ใช่ผม แต่จะเป็นคุณต่างหาก... รณกร*
ตัดภาพมาที่ร้านกาแฟกึ่งออฟฟิศย่านอารีย์ มินตรานั่งไขว่ห้างจิบลาเต้ร้อนมองเพื่อนสนิทที่กำลังระบายอารมณ์ด้วยการซัดเค้กช็อกโกแลตคำโตเข้าปากราวกับมันคือศัตรูคู่อาฆาต
"กินเบาๆ หน่อยเถอะกร เดี๋ยวสำลักตายก่อนจะได้เงินค่าจ้างงวดสุดท้าย" มินตราเอ่ยแซะเบาๆ พวางวางแก้วกาแฟลง "สรุปคือนายโดนคุณชายน้ำแข็งเทซ้ำสอง แบบเวอร์ชันอัปเกรดความเย็นชาติดลบว่างั้น?"
"อย่าเรียกว่าเทเลยมิน มันคือการเหยียบย่ำศักดิ์ศรีสถาปนิกชัดๆ!" รณกรวางช้อนกระแทกจานเสียงดังจนคนในร้านหันมามอง "วันก่อนยังกอดกันกลมบอกว่าให้เชื่อใจ... วันนี้ทำเป็นจำไม่ได้แถมไล่ส่งเหมือนหมูเหมือนหมา ประสาท! ผู้ชายอะไรวะ ผีเข้าผีออกยิ่งกว่าประจำเดือนเมนส์มาไม่ปกติ!"
"ใจเย็นก่อนเพื่อน บางทีเขาอาจจะมี..."
"ไม่มีอะไรทั้งนั้นแหละ!" รณกรตัดบทเสียงแข็ง นัยน์ตาไหววูบอย่างปิดไม่มิด "ฉันไม่ใช่ของเล่นนะเว้ย อยากจะเข้ามาก็เข้ามา อยากจะผลักไสก็ทำหน้าตายใส่ ฉันเจ็บเป็นเหมือนกัน!"
มินตราถอนหายใจยาวเหยียด รู้ดีว่าเพื่อนรักคนนี้ปากแข็งแค่ไหน แต่ลึกๆ แล้วเริ่มแสดงอาการหวั่นไหวจนน่าเป็นห่วง ก่อนที่เธอจะทันได้ปลอบใจอะไร เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าของรณกรก็แผדเสียงดังขึ้น ขัดจังหวะความดราม่ากลางวง
รณกรขมวดคิ้วหยิบเครื่องขึ้นมาดู หน้าจอแสดงเบอร์แปลกที่ไม่คุ้นเคย แต่พอกดรับสาย เสียงปลายสายที่ดังลอดเข้ามาทำเอาเลือดในกายของสถาปนิกหนุ่มเย็นเฉียบลงทันที
*(คุณรณกรใช่ไหมครับ? ผมเป็นผู้ดูแลตึกของคุณธันวา... ตอนนี้เกิดเรื่องใหญ่ที่ไซต์งาน โครงสร้างปีกตะวันตกที่เพิ่งตรวจไปเมื่อเช้า เกิดการทรุดตัวลงบางส่วนเนื่องจากแรงสั่นสะเทือนปริศนา และ... และตอนนี้คุณธันวายังติดอยู่ข้างในครับ!)*
สิ้นเสียงนั้น รณกรทำแก้วกาแฟหลุดจากมือร่วงแตกกระจายลงกับพื้นทันที!
นาโนบอทมาสเตอร์ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ
สถาปนิกปากจัดกับเจ้าของตึกนิสัยเสีย•ตอนที่ 26
กำแพงน้ำแข็งกลับมาอีกครั้ง
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับเจ้าของตึกนิสัยเสีย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!