เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่จากมินตราดังแทรกผ่านความเงียบของห้องโถงกว้าง ทำลายบรรยากาศตึงเครียดที่ลอยอلبเคว้งอยู่ระหว่างคนตัวสูงสองคนได้อย่างชะงัดนัก สถาปนิกหนุ่มร่างโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนขยับตัวเล็กน้อย ดวงตากลมโตฉายแววระอาใจปนเหนื่อยหน่ายกับสถานการณ์ตรงหน้าอย่างไม่คิดจะปิดบัง
"ถ้าจะยืนจ้องหน้ากันจนตาถลนขนาดนี้ รบกวนช่วยเปิดห้องประชุมแล้วไปตกลงกันข้างในเถอะครับคุณธันวา... ส่วนฉันขอตัวไปดูแบบแปลนฝั่งสวนหย่อมก่อนดีกว่า ขืนอยู่ตรงนี้นานกว่านี้ หูชาตายพอดี" มินตราเอ่ยด้วยน้ำเสียงติดตลกเพื่อคลายสถานการณ์ ก่อนจะส่งสายตาเชิงเตือนมาให้รณกรแวบหนึ่งแล้วเดินเลี่ยงหายไปทางระเบียงด้านนอกอย่างรู้จังหวะ
เหลือเพียงรณกรกับธันวาในระยะประชิด
รณกรไหวไหล่เบาๆ ขยับแว่นสายตาบนสันจมูกเรียวเล็กอย่างถือดี ใบหน้าหวานเชิดขึ้นเล็กน้อยตามนิสัยส่วนตัวที่ไม่เคยคิดจะยอมก้มหัวให้ใครโดยเฉพาะกับเจ้าของคฤหาสน์จอมเผด็จการคนนี้
"มองอะไรครับคุณธันวา หน้าผมมีรอยพิมพ์เขียวแปลนบ้านติดอยู่หรือไง ถึงได้จ้องซะขนาดนั้น" รณกรเปิดฉากยิงคำถามใส่ด้วยน้ำเสียงกวนประสาทตามฟอร์ม เพื่อกลบเกลื่อนความหวั่นไหวแปลกประหลาดที่แล่นริ้วขึ้นมาในอกเมื่อครู่
ธันวาไม่ได้ตอบคำถามนั้นทันที ดวงตาคมกริบสีนิลกาฬคู่นั้นยังคงจับจ้องสถาปนิกปากจัดนิ่ง ราวกับกำลังประเมินชิ้นงานศิลปะราคาแพงที่ดันมีตำหนิที่เขาขัดหูขัดตา สันกรามคมสันขบเข้าหากันแน่นจนเป็นสันนูน แสดงออกถึงอารมณ์กรุ่นโกรธที่เจ้าตัวกำลังพยายามสะกดกลั้นไว้อย่างสุดกำลัง
"ปากเก่งให้มันตลอดรอดฝั่งเถอะรณกร" ธันวาเค้นเสียงลอดไรฟัน น้ำเสียงทุ้มต่ำเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก "ทำเป็นอวดดีถือตัวว่าเก่งนักหนา ที่แท้ก็... เล่นละครเก่งไม่แพ้กันสินะ"
คิ้วเรียวของรณกรขมวดเข้าหากันทันที ความหงุดหงิดพุ่งปรี๊ดขึ้นมาจนต่อมรับความอดทนขาดผึ่ง "คุณพูดเรื่องอะไรของคุณอีกเนี่ย ธันวา! จู่ๆ ก็โผล่มาทำหน้ายักษ์ใส่แถมยังพูดจาหาเรื่องผมไม่เลิก สมองส่วนไหนของคุณมีปัญหาถึงได้หาเรื่องผมได้ทุกวี่ทุกวันห๊ะ!"
"หึ! สมองฉันปกติทุกส่วน... แต่ดูเหมือนว่า 'หัวใจ' และ 'สายตา' ของคนบางคนแถวนี้ต่างหาก ที่กำลังเล่นตลกกับความรู้สึกคนอื่นอยู่" ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึก ก่อนที่ปลายนิ้วแกร่งจะหยิบสมาร์ทโฟนเครื่องหรูในกระเป๋าเสื้อสูทออกมา เลื่อนหน้าจอสองสามครั้งแล้วพลิกหน้าจอเข้าหารณกรอย่างแรง
"ดูซะ... ว่าภาพนี้มันคืออะไร แล้วจะอธิบายว่ายังไง!"
รณกรก้มมองหน้าจอสมาร์ทโฟนตามสัญชาตญาณ ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ ภาพที่ปรากฏบนหน้าจอคือภาพถ่ายระยะใกล้ในมุมเผลอ รณกรกำลังยืนยิ้มกว้างอย่างสนתสนานขณะรับเอกสารจากชายหนุ่มร่างสูงหน้าตาดีคนหนึ่ง ซึ่งเป็นรุ่นพี่ในวงการสถาปนิกที่เพิ่งร่วมงานกันเมื่อสัปดาห์ก่อน บรรยากาศในภาพดูสนิทสนมและอบอุ่นจนเกินเลยในสายตาของคนมอง
แต่มันเป็นเพียงมุมกล้องและจังหวะเวลาที่ประจวบเหมาะเท่านั้น!
"นี่มัน... รุ่นพี่กรณ์นี่ครับ คุณไปเอารูปนี้มาจากไหน?" รณกรขมวดคิ้วมุ่น ถามกลับด้วยความงุนงงโดยไม่ทันคิดว่าน้ำเสียงของตัวเองที่เอמהชื่อผู้ชายคนอื่นออกไปด้วยความคุ้นเคยนั้น มันบาดลึกเข้าไปในความรู้สึกของคนฟังขนาดไหน
ธันวาแค่นยิ้มหยันหนักกว่าเดิม ความเย็นชาในแววตาถูกแทนที่ด้วยประกายไฟแห่งความเจ็บปวดที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความถือดี "รุ่นพี่กรณ์อย่างนั้นเหรอ? สนิทกันขนาดเรียกชื่อเล่นแถมยังส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มให้กันขนาดนั้น... ถึงว่าล่ะ ช่วงนี้ปฏิเสธงานของฉัน บ่ายเบี่ยงไม่ยอมเจอหน้า อ้างโน่นอ้างนี่ ที่แท้ก็มีคนคอยดูแลหัวใจอยู่แล้วนี่เอง!"
รณกรอ้าปากค้าง สมองประมวลผลคำพูดของคนตรงหน้าไม่ทัน "นี่คุณ... คุณกำลังเข้าใจว่าผมกับพี่กรณ์... คุณบ้าไปแล้วหรือไงธันวา! มันไม่มีอะไรเลยนะ!"
"ไม่มีอะไร? รูปคาตาขนาดนี้ยังจะกล้าปฏิเสธหน้าด้านๆ อีกงั้นเหรอ!" ธันวาตวาดกลับเสียงกร้าว ความอดทนที่สะสมมาพังทลายลงในพริบตา ความหึงหวงที่เจ้าตัวไม่เคยยอมรับกับตัวเองกำลังแปรเปลี่ยนเป็นเพลิงโทสะ "คิดว่าฉันเป็นตัวตลกอะไร ถึงคอยวิ่งตามคนปากจัดอย่างเธอ แล้วสุดท้ายก็โดนสวมเขาให้แบบนี้น่ะรณกร!"
คำว่า 'สวมเขา' กระแทกเข้ากลางใจรณกรอย่างจัง ความโกรธเกรี้ยวพุ่งพล่านจนมือบางสั่นระริก ใบหน้าหวานที่เคยแดงก่ำเพราะความเขินอายเมื่อครู่บัดนี้ซีดเผือดลงด้วยความเจ็บปวดและทิฐิที่ถูกเหยียบย่ำ
"ใช่ส! ผมมันก็แค่สถาปนิกปากจัด นิสัยเสีย ไร้ค่าในสายตาคุณนี่!" รณกรตะโกนสวนกลับเสียงดังลั่น ดวงตากลมโตเริ่มคลหน่วยน้ำใสๆ แต่เจ้าตัวพยายามกะพริบตาไล่ความอ่อนแอนั้นกลับเข้าไปอย่างเด็ดเดี่ยว "ในเมื่อคุณมองผมต่ำต้อยขนาดนั้น แล้วจะมาเดือดร้อนทำไมว่าผมจะไปยืนยิ้มให้ใคร! จะไปสนิทกับใคร! มันเรื่องส่วนตัวของผม คุณไม่มีสิทธิ์มาล้ำเส้น!"
"ไม่มีสิทธิ์เหรอ..." ธันวาก้าวเท้าเข้าประชิดตัวรณกรด้วยความรวดเร็ว แรงกดดันจากร่างสูงใหญ่ทำให้สถาปนิกหนุ่มต้องถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ ธันวาใช้มือข้างหนึ่งยันผนังกักขังร่างโปร่งไว้ตรงกลาง ใบหน้าคมคายโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้าหากันจนรับรู้ถึงความสั่นไหวข้างใน
รณกรกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเต้นระรัวราวกับกลองรบ ไม่ใช่เพราะความกลัว... แต่เป็นเพราะระยะห่างที่ใกล้เกินไป และแววตาตัดพ้อเจ็บปวดที่ฉายชัดอยู่ในดวงตาคู่คมของคนตรงหน้าต่างหากที่กำลังทำลายเกราะป้องกันของเขา
"ถ้าฉันไม่มีสิทธิ์... แล้วไอ้หัวใจเฮงซวยนี่มันเต้นแรงทุกครั้งที่ได้ยินเสียงเธอมันคืออะไรวะรณกร" ธันวาเอמהกระซิบเสียงพร่า, น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือความตัดพ้อและดุดันในเวลาเดียวกัน "เธอคิดว่าฉันอยากรู้สึกแบบนี้เหรอ... อยากหึงจนแทบคลั่งเวลาเห็นเธอไปยืนยิ้มให้ไอ้หน้าไหนอย่างนั้นเหรอ!"
รณกรนิ่งอึ้ง สมองขาวโพลนไปชั่วขณะ คำสารภาพที่หลุดออกมาจากริมฝีปากของเจ้าพ่อคฤหาสน์ผู้เย่อหยิ่งและเย็นชาคนนี้ ทำให้ทุกคำพูดติดอยู่ที่ลำคอ ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึงระคนไม่อยากเชื่อ
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจหอบถี่ของคนทั้งคู่ที่สะท้อนก้องอยู่ในความอึดอัด รณกรอ้าปากจะเอ่ยอะไรบางอย่างเพื่อทำลายความเงียบงันนี้ ดวงตาคู่สวยสั่นไหวอย่างรุนแรงเมื่อสบเข้ากับแววตาจริงจังที่ไร้ซึ่งการเสแสร้งของธันวา
ทว่า... ก่อนที่ริมฝีปากบางจะได้ขยับเปล่งเสียงคำตอบใดๆ ออกมาเพื่ออธิบายเรื่องเข้าใจผิดทั้งหมด
*แอ๊ด...*
เสียงเปิดประตูกระจกบานใหญ่ทางด้านหลังดังขึ้นทำลายบรรยากาศอันเปราะบางให้แตกละเอียดในเสี้ยววินาที ร่างโปร่งบางของมินตราที่เดินกลับเข้ามาพร้อมกับแฟ้มแบบแปลนหยุดชะงักกึก สีหน้าของเธอเปลี่ยนเป็นตกใจสุดขีดเมื่อเห็นเจ้านายหนุ่มและเพื่อนสนิทอยู่ในท่าทางแนบชิดอันตราย
"เอ่อ... ฉัน... ฉันเข้ามาขัดจังหวะอะไรหรือเปล่าคะ?" มินตราเอ่ยเสียงตะกุกตะกัก ใบหน้าเลิกลั่กทำตัวไม่ถูก
ธันวากัดฟันกรวดด้วยความหัวเสีย เขาค่อยๆ ถอนใบหน้าออกจากรณกรอย่างไม่สมาทานนัก ดวงตาคมกริบตวัดกลับไปมองบุคคลที่สามที่ก้าวเข้ามาขัดจังหวะชีวิตรักของเขาด้วยความหงุดหงิดขีดสุด
รณกรอาศัยจังหวะชุลมุนนั้นดันอกแกร่งของธันวาออกสุดแรง รีบก้าวถอยหลังเพื่อเว้นระยะห่าง ใบหน้าหวานแดงก่ำลามไปจนถึงใบหูด้วยความกระดากอาย หัวใจเต้นโครมครามจนแทบกระเด็นออกมานอกอก
ธันวาปรายตามองรณกรแวบหนึ่งด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกซับซ้อน ก่อนจะหันขวับไปมองมินตราที่ยืนกอดแฟ้มแน่นด้วยสีหน้าหวาดๆ และก่อนที่ใครจะได้เอ่ยปากพูดอะไรทำลายความเงียบ ธันวาก็กระชากเสียงก้องด้วยความหงุดหงิดระคนเด็ดขาด
"พรุ่งนี้เช้า... เคลียร์ตารางงานทั้งหมด แล้วมาพบฉันที่ห้องทำงานส่วนตัวตัวต่อตัว... เรายังมีเรื่องต้องเคลียร์กันอีกยาว รณกร!"
พูดจบ ธันวาก็สะบัดตัวเดินพ้นห้องประชุมออกไปด้วยฝีเท้าหนักหน่วง ทิ้งให้รณกรยืนเม้มปากแน่น หัวใจเต้นระส่ำไม่เป็นส่ำอยู่กับที่ ท่ามกลางสายตาอยากรู้อยากเห็นของมินตราที่มองสลับไปมาระหว่างเพื่อนสนิทกับแผ่นหลังกว้างของเจ้าของตึกที่เดินลับหายไปจากมุมสายตา
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "นาโนบอทมาสเตอร์" เสมอมานะครับ
สถาปนิกปากจัดกับเจ้าของตึกนิสัยเสีย•ตอนที่ 25
ความเข้าใจผิดที่ก่อตัว
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับเจ้าของตึกนิสัยเสีย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!