เสียงปังสนั่นที่ดังขึ้นเมื่อครู่ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของรณกร สถาปนิกหนุ่มผู้ไม่เคยเกรงกลัวใครหน้าไหนในวงการออกแบบ ต้องมายืนค้างเติ่งอยู่หน้าบานประตูไม้สักทองบานใหญ่ที่ปิดสนิทอย่างไร้เยื่อใย ช่องว่างระหว่างเขากับเจ้าของคฤหาสน์นิสัยเสียถูกกั้นขวางด้วยความหนาของเนื้อไม้และกำแพงแห่งความเงียบงันที่อีกฝ่ายจงใจสร้างขึ้น
ไม่มีเสียงตอบรับ ไม่มีแม้แต่เงาเคลื่อนไหวผ่านช่องลอดใต้ประตู มีเพียงความเย็นเยียบของอากาศยามค่ำคืนที่พัดผ่านแผ่นหลังของเขา
"ธันวา... เปิดประตูเดี๋ยวนี้ครับคุณชาย อย่ามาทำตัวเป็นเด็กอมมือหนีปัญหาแบบนี้" รณกรเคาะประตูซ้ำด้วยความหงุดหงิดระคนร้อนรน ปลายนิ้วเรียวที่เคยจับดินสอและปากกาเขียนแบบอย่างไร้ที่ติ บัดนี้กำเข้าหากันจนแน่นจนข้อต่อนิ้วขึ้นสีขาว
ภายในห้องนอนใหญ่ที่ปิดตาย ธันวากำลังยืนพิงแผ่นหลังเข้ากับบานประตูฝั่งด้านใน ดวงตาคมกริบที่มักฉายแววเย่อหยิ่งและเย็นชา บัดนี้กลับไหวระริกด้วยคลื่นอารมณ์ที่ซัดสาดอย่างรุนแรง หัวใจของเจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์ผู้กุมบังเหียนธุรกิจนับพันล้านกำลังเต้นระรัวจนเจ็บแปลบที่หน้าอก คำพูดของรณกรเมื่อครู่ยังคงวนเวียนซ้ำไปซ้ำมาในหัวราวกับแผ่นเสียงตกร่อง
*‘ถ้าคุณไม่ยอมพูดความจริงออกมาให้หมด ผมก็จะยืนอยู่ตรงนี้จนกว่าคุณจะเบื่อหน้าผมไปข้างหนึ่ง!’*
เสียงนั้น... ทั้งดื้อรั้น ทั้งเอาแต่ใจ และที่สำคัญที่สุดคือ มันเต็มไปด้วยความห่วงใยที่เขาไม่คู่ควรจะได้รับ ธันวาหลับตาลงช้าๆ พยายามสูดลมหายใจเข้าปอดเพื่อระงับความสั่นเทาของมือทั้งสองข้าง เขามีปมในอดีตที่ฝังรากลึกเกินกว่าจะเปิดใจให้ใครง่ายๆ ยิ่งกับรณกร... คนที่เข้ามามีอิทธิพลต่อหัวใจของเขาอย่างเงียบเชียบ ยิ่งทำให้เขากลัว กลัวว่าวันหนึ่งความลับที่เขาปกปิดไว้จะทำลายทุกอย่างลง
ก๊อกๆ! เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้หนักแน่นและยาวนานขึ้น
"คุณได้ยินผมไหมธันวา! จะหลบหน้าผมไปถึงไหน เรื่องเมื่อตอนเย็นมันแค่ความเข้าใจผิด ทำไมคุณถึงต้องทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ขนาดนี้ด้วยวะ!" รณกรหมดความอดทน น้ำเสียงที่เปล่งออกมาเจือความหงุดหงิดอย่างชัดเจน แต่ลึกลงไปในน้ำเสียงนั้นกลับมีความสั่นเครือที่เจ้าตัวพยายามปกปิดไว้อย่างมิดชิด
ธันวาเม้มริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด เขากัดฟันกรอดพลันเอ่ยพึมพำกับความว่างเปล่าเบื้องหน้า "นายไม่เข้าใจหรอก... รณกร นายไม่รู้หรอกว่าฉันปกป้องอะไรอยู่"
ภายนอกห้อง รณกรถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความอึดอัด เขาเสยผมที่เริ่มยุ่งเหยิงจากการขยี้ด้วยความเครียด ดวงตาคมปลาบกวาดมองไปรอบโถงทางเดินที่เงียบสงัด มินตราเพื่อนสนิทและคู่คิดของเขาเคยเตือนไว้แล้วว่าผู้ชายอย่างธันวาเป็นพวกกำแพงหนาเตอะ การจะพังกำแพงนั้นเข้าไปไม่ใช่เรื่องง่าย ใช้กำลังไม่ได้ ใช้เหตุผลยิ่งพังพาบ แต่จะให้เขายอมถอยกลับไปเฉยๆ โดยไม่เคลียร์ให้รู้เรื่อง... ฝันไปเถอะ!
รณกรตัดสินใจทรุดตัวลงนั่งพิงผนังฝั่งตรงข้ามประตูห้องนั้น ดึงเข่าข้างหนึ่งขึ้นมาตั้งศอกแล้ววางคางลงไป ดวงตาสีเข้มทอดมองไปยังความว่างเปล่าเบื้องหน้า เขายอมรับกับตัวเองในความเงียบนี้ก็ได้ ว่าเขาแพ้... แพ้ให้กับความเยชาที่ซ่อนความเปราะบางของเจ้าของห้องคนนี้อย่างราบคาบ
"โอเค... อยากปิดนักใช่ไหมครับ งั้นผมนั่งเฝ้าตรงนี้แหละ ดูซิว่าคุณจะขังตัวเองอยู่ในนั้นได้สักกี่น้ำ" สถาปนิกหนุ่มพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงทุ้งต่ำแกมประชดประชัน แต่แววตากลับอ่อนแสงลงอย่างเห็นได้ชัด
เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่ ภายในคฤหาสน์หลังใหญ่ตกอยู่ในความเงียบงัน มีเพียงเสียงนาฬิกาโบราณที่ดังติ๊กต่อกเป็นจังหวะ รณกรเริ่มรู้สึกเมื่อยขยับตัวไปมา แต่สายตายังคงไม่ละไปจากบานประตูไม้คู่นั้น ความคิดมากมายวิ่งวนอยู่ในหัว สมองของเขาพยายามประติดประต่อเรื่องราวทั้งหมด ตั้งแต่เหตุการณ์วันที่พวกเขาเริ่มร่วมงานกัน จนถึงความผิดปกติทางอารมณ์ของธันวาในช่วงนี้ มันต้องมีสาเหตุ... สาเหตุที่เจ้าตัวเก็บงำไว้คนเดียว
ในขณะเดียวกัน ทางฝั่งของธันวาที่นั่งกอดเข่าอยู่กับพื้นอีกด้านของประตู หัวใจที่เคยด้านชามาตลอดหลายปีกลับรู้สึกอุ่นวาบขึ้นมาอย่างประหลาด ความเงียบงันที่ปกติเป็นเกราะคุ้มกันภัยให้เขากลับกลายเป็นความอ้างว้างในวินาทีที่รู้ว่า... มีใครอีกคนกำลังนั่งรอเขาอยู่หลังบานประตูนี้ โดยไม่ยอมหนีไปไหน
เสียงลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอของอีกฝ่ายที่ลอดผ่านช่องใต้ประตูเข้ามา ทำให้ธันวารู้ว่ารณกรยังคงอยู่ เขาไม่ได้เดินหนีไปเหมือนคนอื่นๆ ในอดีต
มือหนาของเจ้าของคฤหาสน์เอื้อมไปแตะที่ลูกบิดประตูช้าๆ นิ้วเรียวสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อความลังเลเข้าครอบงำ เขากำลังจะหมุนมัน... เขากำลังจะเปิดโอกาสให้คนนอกก้าวเข้ามาในพื้นที่ปลอดภัยสุดท้ายของตัวเอง
คลิก...
เสียงกลไกภายในลูกบิดประตูดังขึ้นเบาๆ ท่ามกลางความเงียบ รณกรที่กำลังเคลิ้มจะหลับสะดุ้งตื่นเต็มตา ดวงตาคู่คมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ รีบดีดตัวลุกขึ้นยืนตรงทันที หัวใจเต้นโครมครามด้วยความคาดหวัง
บานประตูไม้สักค่อยๆ แง้มเปิดออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นความมืดสลัวภายในห้อง และร่างสูงของธันวาที่ยืนนิ่งอยู่หลังบานประตู แสงไฟสีส้มอ่อนจากโคมไฟหัวเตียงสาดส่องกระทบใบหน้าด้านข้างของอีกฝ่าย เผยให้เห็นร่องรอยความเหนื่อยล้าและดวงตาที่แดงก่ำอย่างชัดเจน
รณกรอ้าปากค้าง เตรียมจะพ่นคำบ่นยาวเหยียดใส่คนที่ทำให้เขาต้องมานั่งรอเป็นชั่วโมง แต่ทว่า... คำพูดทั้งหมดกลับติดอยู่ที่ลำคอ เมื่อธันวาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาคู่นั้นไม่มีความเย่อหยิ่งหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความเปราะบางที่พร้อมจะแตกสลายได้ทุกเมื่อ
"นาย..." ธันวาเอמהด้วยเสียงแหบพร่า เกือบจะเป็นกระซิบ "ทำไม... ถึงไม่ยอมไปไหนสักที"
รณกรกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความโกรธเคืองเมื่อครู่มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความรู้สึกบีบคั้นในอกที่รุนแรงยิ่งกว่าเดิม เขาขยับเข้าไปใกล้ร่างสูงอีกก้าวหนึ่ง จนระยะห่างระหว่างเขากลุ่มลมหายใจแทบจะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน
"ก็เพราะ..." รณกรเว้นจังหวะ ดวงตาสีเข้มมองลึกเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่ายด้วยความรู้สึกที่อัดแน่นเต็มอก "เพราะผมไม่อยากเห็นคุณแบกรับทุกอย่างไว้คนเดียวยังไงล่ะครับ... ไอ้คนบ้า"
ธันวาสั่นสะท้อนไปทั้งร่างเมื่อได้ยินคำตอบนั้น กำแพงที่สร้างขึ้นมาตลอดชีวิตพังทลายลงในพริบตา ทว่าก่อนที่คนทั้งคู่จะได้พูดอะไรต่อ ความเงียบยามดึกก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่ดังขึ้นมาจากโถงทางเดินชั้นล่าง พร้อมกับเสียงเรียกชื่อที่ทำให้ทั้งสองคนต้องชะביกูรหันขวาไปมองพร้อมกัน
"คุณรณกรคะ! คุณธันวา! เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ!"
เสียงตะโกนด้วยความตื่นตระหนกของแม่บ้านเก่าแก่ที่วิ่งกระหืดกระหอบขึ้นบันไดมา ทำให้บรรยากาศที่กำลังตึงเครียดและอบอวลด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดขาดสะบั้นลงในทันที รณกรขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ ในขณะที่ธันวาแววตาเปลี่ยนกลับมาคมกราบและเย็นชาขึ้นอีกครั้งเมื่อหันไปมองต้นเสียง
"มีอะไร" ธันวาเอ่ยถามเสียงเข้ม พยายามดึงสติกลับมาควบคุมสถานการณ์
แม่บ้านวิ่งมาหยุดหอบหายใจอยู่ตรงหน้าทั้งสองคน สีหน้าซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด เธอชี้มือไปทางปีกตึกฝั่งตะวันออกที่ควรจะปิดตาย ก่อนจะเอמהประโยคที่ทำให้รณกรและธันวาต้องหน้าถอดสี "คือ... คือมีคนบุกรุกเข้าไปในห้องนิรภัยใต้ดิน และตอนนี้... ระบบความปลอดภัยทั้งหมดกำลังถูกรีเซ็ตครับคุณธันวา!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับความสัมพันธ์ที่ทั้งปะทะและลึกซึ้งของพวกเขานะครับ
สถาปนิกปากจัดกับเจ้าของตึกนิสัยเสีย•ตอนที่ 28
คำถามที่ไม่มีคำตอบ
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับเจ้าของตึกนิสัยเสีย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!