สถาปนิกหน้านิ่งกับผู้กำกับมือทอง•ตอนที่ 9

เกมวัดใจ

ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
"โทษทีวะเพื่อน ขอยืมของแป๊บ..." เสียงทุ้มห้วนของธนัตถ์ที่ดังแทรกขึ้นมากลางดึก ไม่เพียงแต่ทำลายความเงียบงันภายในห้องทำงานของสถาปนิกหนุ่ม หากแต่มันยังดึงสติของกรณ์และภูผาให้หลุดออกจากแรงโน้มถ่วงประหลาดที่เพิ่งดึงพวกเขารastเข้าหา ธนัตถ์ชะงักกึกทันทีที่ก้าวพ้นธรณีประตู ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยยามกวาดมองสภาพของคนทั้งคู่ ซึ่งยืนประชิดกันในระยะเผาขนจนปลายจมูกแทบจะชนกัน ท่ามกลางบรรยากาศชวนคิดไปไกลลิบลิ่ว เอกสารในมือของภูผายังคงค้างเติ่งอยู่บนโต๊ะทำงาน ขณะที่มือเรียวของกรณ์เผลอยึดปกลายสก๊อตของอีกฝ่ายไว้โดยไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ บรรยากาศในห้องอุณหภูมิลดฮวบลงทันทีราวกับติดแอร์เบอร์ต่ำสุด ภูผาขยับตัวถอยหลังอย่างรวดเร็วด้วยความเร็วแสง ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะนิ่งสนิทราวกับรูปปั้นหินอ่อนเวลานี้กลับตึงเครียดขึ้นจนเห็นสันกรามชัดเจน ดวงตาคู่คมคมกริบตวัดมองเพื่อนสนิทด้วยแววตาที่แทบจะเชือดเฉือนให้ตายคาที "เคาะประตูก่อนเข้าห้อง มันเป็นมารยาทพื้นฐานที่มนุษย์มนาเขาทำกันนะ ธนัตถ์" ภูผาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท แต่น้ำเสียงนั้นเย็นเยียบจนคนฟังต้องลอบกลืนน้ำลาย ธนัตถ์กระแอมไอเบาๆ กลบเกลื่อนรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ผุดขึ้นตรงมุมปากอย่างรวดเร็ว เขายกมือขึ้นยอมแพ้อย่างไม่จริงจังนัก "โอ้โห ท่านสถาปนิก... ใจเย็นสิครับเพื่อน ฉันก็แค่นึกว่าลืมแฟลชไดรฟ์งานโปรเจกต์ใหม่ไว้ ใครจะไปรู้ว่านายกำลัง... เอ่อ ตรวจสถาปัตยกรรมภายในระยะประชิดแบบนี้ล่ะวะ" "ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ก็ไสก้นออกไปซะ" ภูผาไล่ตรงๆ แบบไม่ไว้หน้าเพื่อน กรณ์ที่เพิ่งได้สติรีบปล่อยมือออกจากปกลายสก๊อตของภูผาอย่างรวดเร็ว ราวกับโดนกระแสไฟฟ้าช็อต เขาจัดเสื้อผ้าตัวเองให้เข้าที่ด้วยท่าทีสบายๆ กลบเกลื่อนความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาถึงใบหูได้อย่างแนบเนียน รอยยิ้มมุมปากถูกยกขึ้นตามสไตล์ผู้กำกับจอมกวนที่ไม่มีวันยอมเสียฟอร์มให้ใครง่ายๆ "นั่นสิคุณโปรดิวเซอร์ ขัดจังหวะคนกำลังทำงานสำคัญแบบนี้ ระวังจะโดนตัดงบประมาณกองถ่ายไม่รู้ตัวนะ" กรณ์สวนกลับทันควัน ดวงตาสีเข้มระยิบระยับด้วยความท้าทาย ธนัตถ์หัวเราะในลำคออย่างชอบใจ เขาสบตากับกรณ์แวบหนึ่งก่อนจะหันกลับมาหาเพื่อนสนิทที่ยืนหน้าตึงเป็นตูดทอดทิ้ง ปฏิกิริยาของคนทั้งคู่ในตอนนี้ช่างน่าสนุกเสียจนธนัตถ์อดไม่ได้ที่จะหยิบแผนการบางอย่างที่ร่างไว้ในหัวขึ้นมาปัดฝุ่นเร็วกว่ากำหนด "ตัดงบไม่กลัวหรอก เพราะฉันมีเรื่องสำคัญกว่าจะมาเสนอ" ธนัตถ์เดินเข้ามาในห้องโดยไม่รออนุญาต เขาวางแฟลชไดรฟ์ลงบนโต๊ะทำงานของภูผาก่อนจะกวาดสายตามองสถาปนิกหนุ่มและผู้กำกับมือทองสลับกันไปมา "เรื่องโลเคชันถ่ายทำหลักสำหรับฉากไคลแมกซ์ในสัปดาห์หน้า..." ภูผาขมวดคิ้วมุ่น "ฉันส่งแบบร่างโครงสร้างรีสอร์ตที่เขาใหญ่ให้ทีมไปหมดแล้วไม่ใช่รึไง มีปัญหาอะไรอีก" "แบบร่างน่ะผ่านฉลุย นายเก่งอยู่แล้วภูผา ใครๆ ก็รู้" ธนัตถ์ยิ้มกริ่ม "แต่ปัญหาคือ... ผู้กำกับของเราเขาบอกว่า แบบในกระดาษกับสถานที่จริงมันต้อง 'ฟีลลิ่ง' เดียวกันเป๊ะๆ ถึงจะยอมถ่ายทอดอารมณ์ออกมาได้สมจริง และเพราะความละเอียดระดับโรคจิตของทั้งสองคนนี่แหละ ฉันเลยคิดว่า... พวกนายควรจะไปดูโลเคชันจริงด้วยกันสองต่อสองในวันพรุ่งนี้" คำว่า 'สองต่อสอง' ลอยเคว้งคว้างอยู่ในอากาศราวกับมีตัวตน กรณ์หันขวับไปมองหน้าธนัตถ์ทันที ดวงตาคมหรี่ลงอย่างจับผิด "เดี๋ยวนะธนัตถ์ นายหมายความว่ายังไง ทำไมต้องฉันกับเขา ทำไมไม่เอาทีมงานไปด้วยให้ครบเซ็ต?" "อ้าว ก็ผู้กำกับอยากได้ภาพมุมกล้องที่รับกับโครงสร้างสถาปัตยกรรมแบบไร้ที่ติไม่ใช่เหรอ? และสถาปนิกผู้ออกแบบอย่างภูผาก็ยืนยันนักหนาว่าห้ามใครมาปรับเปลี่ยนโครงสร้างเด็ดขาดเพราะมันจะเสีย ‘สุนทรียะ’" ธนัตถ์ลากเสียงยาวอย่างกวนประสาท "ถ้าให้ทีมงานคนอื่นไป ฉันเกรงว่าพวกนายจะตีกันตายคาไซต์งานซะก่อน ให้ฉันไปเป็นก้างขวางคอทำไม ไปเคลียร์กันเองให้จบๆ เถอะน่า พรุ่งนี้เช้า รถตู้พร้อม สารถีพร้อม เดินทาง!" "ฉันไม่ว่าง" ภูผาปฏิเสธทันทีอย่างไร้เยื่อใย ดวงตาคมปรายมองเพื่อนสนิทด้วยความหงุดหงิด "งานออกแบบอาคารพาณิชย์ของฉันยังกองเป็นภูเขา ไม่ว่างพอจะไปเดินเล่นรับลมที่เขาใหญ่กับใครทั้งนั้น" "ส่วนฉันก็มีคิวตัดต่อฟุตเทจยาวเป็นหางว่าวเหมือนกัน ไม่ว่างไปเสียเวลาหรอก" กรณ์รีบเสริมขึ้นทันที แม้ในใจลึกๆ จะแอบกระตุกวูบกับความคิดที่ได้ไปไหนมาไหนกับสถาปนิกหนุ่มสองต่อสอง แต่ฟอร์มก็ต้องมาก่อนเสมอ ธนัตถ์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ทำท่าทางราวกับแบกรับภาระอันยิ่งใหญ่ของมวลมนุษยชาติ "ปฏิเสธไปก็เท่านั้น เพราะฉันจองรีสอร์ตไว้เรียบร้อยแล้ว จ่ายเงินล่วงหน้าแบบนอน-คืน-เงิน-ไม่ได้ด้วย ถ้านายสองคนไม่ไป ฉันจะถือว่าพวกนายปอดแหก ไม่กล้าเผชิญหน้ากันเอง... แค่นี้แหละ ไปนอนดีกว่า ง่วงชิบหาย" พูดจบ โปรดิวเซอร์หนุ่มก็หมุนตัวเดินลิ่วออกจากห้องไปทันที ไม่เปิดโอกาสให้ใครได้อ้าปากปฏิเสธหรือโต้แย้งใดๆ ทั้งสิ้น ทิ้งให้ความเงียบงันกลับมาโรยตัวปกคลุมห้องทำงานอีกครั้ง แต่ครั้งนี้... บรรยากาศมันกลับเต็มไปด้วยความตึงเครียดที่เจือด้วยความกระอักกระอ่วนอย่างประหลาด กรณ์ยืนนิ่งอยู่กับที่ เขาชำเลืองมองสถาปนิกหนุ่มที่ยังคงยืนกอดอกนิ่ง ใบหน้าคมคายบึ้งตึงจนแทบจะหยดเป็นน้ำแข็งได้อยู่แล้ว "เพื่อนเธอนี่มันตัวแสบจริงๆ ให้ตายสิ" กรณ์เอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงเจือรอยเยาะหยันเล็กน้อยตามประสาคนไม่ยอมแพ้ "สงสัยคงว่างมากจนไม่มีอะไรทำ ถึงได้สรรหาเรื่องปวดหัวมาให้คนอื่นเขาเดือดร้อนเล่น" ภูผาหันขวับมามอง รังสีความเย็นชาแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาจนกรณ์รู้สึกได้ "ถ้ารู้สึกว่ามันเป็นการเสียเวลา นายก็โทรไปยกเลิกกับธนัตถ์ซะสิ ใครบังคับ" "อ้าว พูดแบบนี้หมายความว่าไง?" กรณ์ก้าวเข้าไปประชิดตัวสถาปนิกหนุ่มอีกครั้งอย่างถือดี ดวงตาสีเข้มจ้องลึกเข้าไปในดวงตานิ่งสนิทคู่นั้น "หรือว่า... คุณกลัว?" "ฉันเนี่ยนะกลัว?" ภูผาสบตาตอบ ไม่มีความลังเลแม้แต่น้อยในแววตานั้น มีเพียงความท้าทายที่ถูกจุดประกายขึ้นมาเงียบๆ "คนอย่างภูผาไม่เคยกลัวอะไรทั้งนั้น โดยเฉพาะเรื่องไร้สาระแบบนี้" "ถ้าไม่กลัว... งั้นก็เจอกันพรุ่งนี้เช้าสิครับ ท่านสถาปนิก" กรณ์ยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความดื้อรั้นและพยศจนน่าหมั่นไส้ "อย่าตื่นสายให้ผมต้องไปลากตัวถึงคอนโดก็แล้วกัน" สถาปนิกหนุ่มแค่นหัวเราะในลำคอ "ห่วงตัวเองเถอะ ผู้กำกับปากเก่ง ระวังตัวไว้ให้ดีเถอะ..." เช้าวันถัดมา บรรยากาศภายในรถตู้ส่วนมืดทึบอบอวลไปด้วยความเงียบงันที่น่าอึดอัด กรณ์นั่งไขว่ห้างอยู่เบาะหลัง สายตาทอดมองทิวทัศน์นอกหน้าต่างที่เคลื่อนผ่านไปอย่างรวดเร็ว ขณะที่ภูผานั่งนิ่งอยู่เบาะข้างๆ โดยมีแล็ปท็อปเปิดค้างไว้บนตัก นิ้วเรียวกดพิมพ์คีย์บอร์ดรัวเร็วราวกับต้องการระบายความหงุดหงิดลงไปในงานออกแบบ รถตู้เคลื่อนตัวออกจากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าสู่ผืนป่าและขุนเขาเบื้องเบื้องหน้า ทว่ายิ่งระยะทางห่างไกลจากความวุ่นวายมากเท่าไหร่ ระยะห่างระหว่างคนทั้งสองในพื้นที่แคบๆ กลับยิ่งบีบกระชั้นชิดเข้ามาทุกที เมื่อรถเลี้ยวเข้าสู่เขตพื้นที่รีสอร์ตส่วนตัวท่ามกลางหุบเขาและสายหมอกจางๆ ยามสาย ความเงียบงันที่ปกคลุมมาตลอดทางก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือของกรณ์ กรณ์หยิบขึ้นมาดู ปรากฏข้อความสั้นๆ จากธนัตถ์: *'ลืมบอก... ห้องพักที่จองไว้ เหลือแค่ 'ห้องเดียว' นะเพื่อน ขอโทษทีระบบมันรวน! เที่ยวให้สนุกนะโว้ย!'* ผู้กำกับหนุ่มอ่านข้อความนั้นแล้วชะงักกึก สีหน้าเปลี่ยนเป็นเลิกคิ้วสูงด้วยความหมั่นไส้ระคนประหลาดใจ เขาหันขวับไปมองสถาปนิกหนุ่มที่เพิ่งพับหน้าจอแล็ปท็อปเก็บลงกระเป๋าพอดี "มีอะไร?" ภูผาเอ่ยถามเสียงเรียบ เมื่อเห็นรอยยิ้มแปลกๆ บนใบหน้าของอีกฝ่าย กรณ์หรี่ตามองคนข้างๆ ช้าๆ ก่อนจะยื่นหน้าจอโทรศัพท์ให้ดู พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ติดจะเย้าแหย่แต่แฝงความท้าทายไว้เต็มเปี่ยม "ดูเหมือนว่า... ทริปดูโลเคชันครั้งนี้ของพวกเรา จะไม่ได้แค่วิวสวยธรรมดาซะแล้วล่ะครับ สถาปนิกภูผา" ภูผาก้มลงมองหน้าจอข้อความนั้น แววตาคมกริบไหววูบไปชั่วขณะ ก่อนที่มุมปากจะได้รูปจะยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย—รอยยิ้มที่ทำให้หัวใจคนมองกระตุกวูบอย่างไม่ทันตั้งตัว **ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาร่วมลุ้นและใจเต้นไปกับความซึนของพี่ภูผากับผู้กำกับกรณ์ในตอนนี้นะคะ!**
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหน้านิ่งกับผู้กำกับมือทอง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%