สถาปนิกหน้านิ่งกับผู้กำกับมือทอง•ตอนที่ 10

โลเคชันลับริมทะเล

ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
"ถ้าคุณยังเดินเร็วกว่านี้อีกก้าวเดียว ฉันจะถือว่าคุณกำลังวิ่งหนีความจริงนะคะ ผู้กำกับกรณ์" เสียงทุ้มต่ำที่เจือแววเย้าแหย่เล็กน้อยดังขึ้นท่ามกลางเสียงคลื่นซัดสาดกระทบฝั่ง ภูผาไม่ได้หยุดเดินเสียทีเดียว แต่เขายอมชะลอฝีเท้าลง ปล่อยให้ร่างโปร่งของคนด้านหลังไล่ตามทันบนผืนทรายเนื้อเนียนละเอียดในยามวิกาล แสงจันทร์นวลตาอาบไล้ไปทั่วหาดส่วนตัวแห่งนี้ ทอดเงาทอดยาวของสองร่างให้ทาบทับกันไปมา ราวกับโลกใบนี้ถูกย่อส่วนให้เหลือแค่พื้นที่เล็กๆ ริมทะเลที่ไร้ซึ่งความวุ่นวายของกองถ่ายภาพยนตร์ กรณ์สะดุดกึก หันขวับมามองสถาปนิกหนุ่มมือหนึ่งที่ปกติมักจะมาพร้อมกับมาดนิ่งสนิทและกระดุมเสื้อที่ติดแน่นจนถึงเม็ดบนสุด แต่วันนี้... เสื้อเชิ้ตลินินสีขาวถูกพับแขนขึ้นลวกๆ เผยให้เห็นท่อนแขนแข็งแรงและเส้นเลือดปูดโปนยามที่เขาถือข้าวของในมือ ดวงตาคมกริบที่เคยฉายแววเย็นชาในห้องประชุม ตอนนี้กลับพราวระยับด้วยประกายบางอย่างที่ทำให้คนมองต้องรีบเบนสายตาหนี—ประกายที่กรณ์ไม่อยากยอมรับเลยว่ามันทำให้อัตราการเต้นของหัวใจเขาผิดจังหวะไปหลายริกเตอร์ "ใครวิ่งหนี? พูดจาเพ้อเจ้อ คุณต่างหากที่เดินช้าเป็นเต่าคลาน นึกว่าสถาปนิกเก่งแต่เรื่องคำนวณโครงสร้างตึก จนลืมวิธีเดินบนทรายซะแล้วล่ะสิ" กรณ์เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ริมฝีปากบางเฉียบขยับเถียงทันควันตามสัญชาตญาณของการเป็นผู้กำกับที่ไม่เคยยอมให้ใครถือไพ่เหนือกว่า แม้ในใจจะแอบนึกสาปแช่งรอยยิ้มมุมปากเมื่อครู่ของอีกฝ่ายที่ยังติดตรึงอยู่ในความทรงจำตั้งแต่ตอนที่อยู่ในรถ ภูผาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุ้มนุ่มและกวนประสาทในแบบที่ทำเอาสถาปนิกหนุ่มคนนี้ดูมีชีวิตชีวาขึ้นเป็นกอง เขาขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนได้กลิ่นหอมจางๆ ของแชมพูผสมกับไอเค็มของทะเล "เต่าตัวนี้เดินตามคุณทันทุกก้าวก็แล้วกัน... แล้วก็นะ เลิกทำปากเก่งกลบเกลื่อนความเขินได้แล้ว คุณกรณ์" "ใครเขิน! ฝันไปเถอะภูผา" กรณ์ถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยอัตโนมัติเมื่อแผงอกกว้างขยับเข้ามาประชิด พื้นทรายนุ่มยวบยาบทำให้จังหวะการทรงตัวสะดุดเล็กน้อย ทว่าก่อนที่แผ่นหลังจะทันได้หงายหลังล้มลงไปบนพื้น ภูผาก็ยื่นมือไปคว้าเอวบางเอาไว้ได้อย่างทันท่วงที แรงดึงเพียงนิดเดียวดึงให้ร่างของกรณ์พุ่งเข้าชนเข้ากับอกแกร่งอย่างจัง ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้าหากันในระยะประชิด ท่ามกลางเสียงซัดสาดของเกลียวคลื่นที่ฟังดูคล้ายเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามอยู่ในอกของคนทั้งคู่ ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ บรรยากาศโรแมนติกริมทะเลที่เคยอบอวลด้วยเสียงหัวเราะและคำปะทะคารม บัดนี้กลับถูกแทนที่ด้วยความเงียบที่หนักอึ้ง เต็มไปด้วยกระแสความรู้สึกบางอย่างที่ร้อนรุ่มและซับซ้อนเกินกว่าจะเอ่ยคำพูดใดๆ ออกมา ดวงตากลมโตของกรณ์เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยยามที่สบเข้ากับนัยน์ตาสีเข้มของภูผา แววตานิ่งสนิทคู่นั้นในยามปกติ บัดนี้กลับไหวระริกสะท้อนเงาของเขาไว้เพียงผู้เดียว ความถือดี ทิฐิ และมาดมั่นที่ผู้กำกับหนุ่มพยายามสร้างขึ้นเพื่อปกป้องตัวเองถูกหลอมละลายหายไปจนหมดสิ้นภายใต้สัมผัสที่อุ้งมือใหญ่วางแนบอยู่บนเอวคอด มันไม่ใช่ความฉาบฉวย แต่มันคือความลุ่มลึกที่สั่งสมมาตั้งแต่โปรเจกต์นี้เริ่มต้นขึ้น และระเบิดออกมาในคืนที่ไร้ผู้คน "ปล่อยได้แล้ว..." เสียงของกรณ์เบาราวกับเสียงกระซิบ ความดุดันก่อนหน้านี้มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความสั่นพร่าที่เจ้าตัวก็เกลียดนักหนา "ถ้าไม่ปล่อยล่ะครับ?" ภูผากระซิบชิดริมหู น้ำเสียงนุ่มทุ้มท3ที่จงใจกดต่ำลงทำให้ขนลุกซู่ไปทั้งร่าง ปลายนิ้วเรียวที่เอวสอบเผลอกระชับแน่นขึ้นโดยอัตโนมัติ "คุณจะทำอะไรผม... ผู้กำกับคนเก่ง" กรณ์เม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความปากร้ายที่เคยมีถูกความเงียบงันกลืนกินจนหมดสิ้น เขาไม่ใช่คนยอมคน แต่ในสถานการณ์นี้ การจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมของสถาปนิกหนุ่มกลับทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังตกลงไปในหลุมพรางที่อีกฝ่ายขุดเอาไว้ด้วยความเต็มใจ ทว่า ในจังหวะที่หัวใจกำลังเต้นเป็นจังหวะเดียวกันกับเสียงคลื่น และริมฝีปากของทั้งคู่กำลังจะขยับเข้าหาเพื่อปิดช่องว่างระหว่างกัน— "พี่ภูผาคะ! พี่กรณ์! อยู่แถวนี้หรือเปล่าคะเนี่ย?!" เสียงใสของมีนดังแทรกขึ้นมาทำลายบรรยากาศสีชมพูฉ่ำทันที พร้อมกับแสงไฟฉายจากโทรศัพท์มือถือที่ส่องกราดมาทางโขดหินริมหาดอย่างไม่รู้กาลเทศะ ภูผาถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างนึกเสียดาย เขายอมผ่อนแรงที่เอวของกรณ์ช้าๆ แม้สายตาจะยังไม่ยอมละไปจากใบหน้าหวานที่ขึ้นสีแดงเรื่ออย่างเห็นได้ชัดในความมืด กรณ์รีบดันอกอีกฝ่ายออกทันทีแล้วก้าวถอยหลังไปตั้งหลัก ใบหน้าร้อนผ่าวราวกับมีคนเอาเตาไฟมาจ่อใกล้ๆ "ทางนี้!" กรณ์ตะโกนตอบกลับไปเสียงดังกลบเกลื่อนความตื่นตระหนก พยายามจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่เข้าทางอย่างเร่งรีบ "มีอะไรมีน?!" มีนวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาหยุดตรงหน้า สีหน้าของมัณฑนากรสาวรุ่นน้องดูตื่นตระหนกจนผิดปกติ เธอหอบหายใจถี่รัวก่อนจะยื่นหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่เปิดภาพข่าวหน้าหนึ่งของสำนักพิมพ์ซุบซิบชื่อดังให้ทั้งคู่ดู "แย่แล้วค่ะ... มีคนปล่อยภาพลับตอนที่พี่ภูผากับพี่กรณ์อยู่ด้วยกันที่กองถ่ายเมื่อวานนี้ ออกมาว่อนเน็ตแล้ว!" ภูผาก้มลงมองหน้าจอข้อความและภาพถ่ายความคมชัดสูงนั้น แววตาคมกริบที่เพิ่งจะอ่อนโยนลงเมื่อครู่ กลับแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและคมกลาตันในเสี้ยววินาที ขากรรไกรขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน ขณะที่กรณ์ก้าวเข้าไปดูใกล้ๆ ใบหน้าหวานถอดสีลงทันทีเมื่อเห็นพาดหัวข่าวตัวโต *-- "ผู้กำกับมือทองแอบกิ๊กสถาปนิกดัง คาโลเคชันลับ นอกรอบกองถ่าย!" --* จังหวะหัวใจที่เคยเต้นรัวด้วยความรู้สึกหวานล้ำเมื่อครู่ กลับถูกกระชากกระชั้นด้วยวิกฤตครั้งใหญ่ที่กำลังถาโถมเข้ามาอย่างไร้ความปรานี และในวินาทีที่ภูผากำโทรศัพท์ในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด เขาก็หันมาสบตากรณ์ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยประกายความดุดันที่พร้อมจะพังทลายทุกอย่างเพื่อปกป้องคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความรู้สึกที่ซับซ้อนและงดงามนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหน้านิ่งกับผู้กำกับมือทอง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%