"ผมบอกแล้วไงว่าตรงนั้นโครงสร้างมันยังเซฟไม่พอ!"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เคยเรียบนิ่งเป็นเอกลักษณ์ของสถาปนิกหนุ่ม บัดนี้กลับตึงเครียดจนเกือบกลายเป็นคำราม ขณะที่ปลายนิ้วยังคงกดหน้าจอสมาร์ทโฟนแนบหู ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาพยายามกวาดมองฝ่าความสลัวของโกดังเก่าแก่ที่กำลังจะถูกรีโนเวทเป็นสตูดิโอถ่ายทำ แรงกดดันจากวิกฤตการณ์ภายนอกที่กำลังถาโถมเข้ามายังไม่น่ากลัวเท่าอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเบื้องหน้า ในวินาทีที่โครงเหล็กด้านบนขยับตัวลั่นเอี๊ยดพร้อมกับเศษปูนที่ร่วงกราวลงมา
"กรณ์! หลบ!"
เสียงตะโกนพร้อมกับร่างสูงใหญ่ที่พุ่งเข้าใส่ ชนร่างโปร่งของคนเป็นผู้กำกับให้กลิ้งหลบพ้นรัศมีของซากปูนที่หล่นลงมากระแทกพื้นเสียงดังสนั่น ฝุ่นผงตลบอบอวลจนมองไม่เห็นทาง แต่เสียงลมหายใจหอบถี่ของคนทั้งคู่กลับชัดเจนเสียยิ่งกว่าอะไร
กรณ์นิ่วหน้าด้วยความเจ็บแปลบที่ข้อเท้าขวา ความซวยมักมาเยือนในเวลาที่ชีวิตต้องการความสมบูรณ์แบบเสมอ ผู้กำกับหนุ่มกัดฟันกรอด พยายามจะยันกายลุกขึ้นยืน ทว่าทันทีที่น้ำหนักตัวทิ้งลงไปบนขาข้างนั้น ความเจ็บแปลบก็แล่นริ้วจนต้องสูดปากครางฮือออกมาเบาๆ
"โอ๊ย..."
"อย่าขยับ!"
ภูผาที่เพิ่งดันตัวเองลุกขึ้นยืน ปัดฝุ่นตามเสื้อผ้าลวกๆ ก่อนจะพุ่งเข้ามาประคองร่างบางไว้ทันท่วงที ดวงตาคู่คมฉายแววตำหนิอย่างชัดเจนระคนความกังวลที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้ภายใต้มาK ดุๆ "ดื้อด้านไม่เข้าเรื่อง บอกให้รออยู่โซนปลอดภัย ทำไมถึงซ่อแซ่บวิ่งเข้ามาตรงนี้ฮึ?"
"ปากจัดชะมัด... คนเขาอุตส่าห์จะเข้าไปช่วยเช็คเรคคอร์ดมุมกล้องตรงโน้นต่างหากเล่า" กรณ์เถียงกลับทันควัน แม้หน้าผากจะชื้นเหงื่อด้วยความเจ็บ "แล้วนี่ปล่อยเลยนะ จะลุกขึ้นเดินเอง"
"เดินเอง? เอาสมองส่วนไหนคิดเนี่ย ข้อเท้าคุณบวมเป่งขนาดนี้แล้วยังจะอวดเก่ง" ภูผาพ่นลมหายใจพรืดใหญ่อย่างหงุดหงิดกับความดื้อรั้นที่ไม่เคยลดน้อยลงของอีกฝ่าย สถาปนิกหนุ่มย่อตัวลงนั่งคุกเข่าข้างหนึ่งอย่างไม่ลังเล นิ้วเรียวยาวเอื้อมไปแตะบริเวณข้อเท้าที่เริ่มบวมแดงใต้กางเกงยีนส์ของกรณ์เบาๆ "เจ็บไหม"
สัมผัสอุ่นที่ทาบทับลงมาทำเอาจังหวะหัวใจของคนปากเก่งกระตุกวูบ กรณ์ชะงักไปชั่วขณะ ดวงตากลมโตมองลาดไหล่กว้างและใบหน้าด้านข้างที่เคร่งเครียดของคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็น 'คู่กัด' ตลอดกาล ความใส่ใจที่ถูกห่อหุ้มด้วยวาจาเชือดเฉือนตามสไตล์ภูผา ทำให้หัวใจดวงน้อยไหววับอย่างประหลาด
"ก็... เจ็บสิ ถามได้" กรณ์แกล้งเบือนหน้าหนี ซ่อนรอยแดงจางๆ ที่พาดผ่านพวงแก้มไว้ใต้แสงไฟฉายสลัว "แต่ไม่ตายหรอกน่า คุณรีบเคลียร์เรื่องข้างนอกเถอะ ธนัตถ์คงโทรตามยิกๆ แล้วมั้ง"
"เรื่องอื่นพักไว้ก่อน" ภูผายืดตัวขึ้นยืนเต็มความสูง ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงยิ่งกว่าเดิม "ส่วนคุณ... ห้ามเดินเด็ดขาด"
พูดจบ สถาปนิกหนุ่มก็ไม่รอให้อีกฝ่ายได้ทันท้าทาย เขาก้มตัวลงช้อนร่างโปร่งขึ้นอุ้มแนบอกในท่าเจ้าสาวอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด จนกรณ์เผลอร้องอุออกมาด้วยความตกใจ สัญชาตญาณทำให้สองมือเรียวต้องรีบคว้าคล้องรอบลำคอแกร่งไว้แน่นโดยอัตโนมัติ
"เฮ้ย! ทำบ้าอะไรเนี่ยภูผา! ปล่อยผมลงนะ! ทีมงานมองกันหมดแล้ว!" กรณ์โวยวายหน้าตื่น ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นสีแดงจัดอย่างห้ามไม่อยู่ ยามที่ต้องสบตากับดวงตาสีนิลที่มองนิ่งตรงมาด้วยความดุดัน
"ถ้าไม่อยากให้ใครมอง ก็หุบปากแล้วอยู่นิ่งๆ" ภูผาเอ่ยเสียงเข้ม สันจมูกโด่งคมสันอยู่ห่างจากแก้มใสเพียงไม่กี่เซนติเมตร กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นฝุ่นจางๆ ยิ่งทำให้บรรยากาศรอบตัวอบอวลไปด้วยความใกล้ชิดที่อันตรายต่อหัวใจ "หรือจะให้ผมอุ้มท่านี้เดินออกไปโชว์หน้ากองถ่ายจริงๆ"
"คุณมัน..." กรณ์เม้มปากแน่นด้วยความหมั่นไส้ แต่ก็ไม่กล้าดิ้นรบกวนสถาปนิกหนุ่มอีก เพราะกลัวจะตกลงไปกระแทกซ้ำเติมข้อเท้าที่ระบมอยู่แล้ว ความอบอุ่นจากอ้อมแขนกว้างที่โอบอุ้มร่างเขาไว้อย่างมั่นคง ทำให้ความหวาดวิตกจากเหตุการณ์ระทึกขวัญเมื่อครู่มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามแข่งกันในความเงียบ
ภูผาก้าวเดินพาคนเจ็บออกมายังโซนพักผ่อนด้านหน้าอย่างระมัดระวัง ทุกย่างก้าวมีความมั่นคงและทะนุถนอม แม้สีหน้าจะยังคงความบึ้งตึงตามวิสัยของคนปากแข็ง แต่แววตาที่ทอดมองคนในอ้อมแขนกลับเต็มไปด้วยความห่วงใยที่ล้นปรี่จนปิดไม่มิด มีนที่ยืนถือกล่องปฐมพยาบาลรออยู่ก่อนแล้วอ้าปากค้างเล็กน้อย ก่อนจะรีบซ่อนรอยยิ้มรู้ทันไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย
"เชิญทางนี้เลยค่ะท่านสถาปนิก มือหนึ่งของเราดูแลดีเกินคาดจริงๆ นะคะเนี่ย" มนแซวเบาๆ พร้อมกับยื่นผ้าเย็นให้
"เงียบไปเลยมีน ไปหยูกยามาเร็วๆ" ภูผาวางร่างของกรณ์ลงบนเก้าอี้โซฟาตัวยาวอย่างนุ่มนวล ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าจัดการถอดรองเท้าผ้าใบของคนเจ็บออกด้วยความคล่องแคล่ว ปลายนิ้วอุ่นนวดคลึงเบาๆ บริเวณรอบข้อเท้าที่บวมช้ำ เพื่อประเมินอาการอย่างมืออาชีพ
"โอ๊ะ... เบาๆ สิครับ มันเจ็บนะ" กรณ์ซี๊ดปากด้วยความแสบระบม มือเรียวเผลอจิกเกาะบ่าของภูผาไว้แน่นเพื่อระบายความเจ็บ
"รู้ว่าเจ็บแล้วทำไมไม่ระวังตัว?" ภูผาเอ็ดเบาๆ แต่แรงที่บีบนวดข้อเท้ากลับแผ่วเบาลงอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคมกริบเงยขึ้นสบตากับคนเจ็บที่นั่งหน้ามุ้ย "คิดว่าตัวเองเป็นซูเปอร์ฮีโร่หรือไง ถึงได้วิ่งเข้าไปในเขตอันตรายแบบนั้น ถ้าคานเหล็กลงมาโดนหัวคุณจริงๆ ผมจะทำยังไง..."
ประโยคหลังถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อเจ้าตัวเผลอหลุดคำพูดที่เผยความรู้สึกที่แท้จริงออกมาเกินกว่าที่ตั้งใจ กรณ์ชะงักงัน ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยยามที่ได้ยินความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ใต้คำด่าทอเหล่านั้น ความเงียบเข้าปกคลุมรอบตัวชั่วขณะ มีนที่ยืนถืออุปกรณ์ทำแผลอยู่ข้างๆ รีบถอยฉากเดินเลี่ยงออกไปเงียบๆ อย่างรู้หน้าที่
บรรยากาศระหว่างคนทั้งคู่เปลี่ยนจากความตึงเครียดเป็นความอบอวลที่หน่วงหนوفي ประKายในแววตาของภูผาไหววับสะท้อนภาพของกรณ์ที่นั่งนิ่งอึ้ง ปลายจมูกโด่งอยู่ห่างกันเพียงลมหายใจกั้น
"คุณ..." กรณ์กระซิบเสียงแผ่ว หัวใจเต้นรัวแรงจนแทบทะลุออกมานอกอก "เมื่อกี้... คุณพูดว่าอะไรนะ"
ภูผาไม่ตอบ เขานิ่งค้างอยู่ในท่าเดิม ปลายนิ้วยังคงสัมผัสอยู่บนข้อเท้าอุ่น ใบหน้าหล่อเหลาขยับเข้าไปใกล้ขึ้นทีละนิด จนกรณ์ต้องเผลอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ สถาปนิกหนุ่มเม้มริมฝีปากแน่นราวกับกำลังชั่งใจอะไรบางอย่าง ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำเอาสติของคนฟังกระเจิง
"ผมบอกว่า... ถ้าคุณเป็นอะไรไป งานที่เหลือผมคงต้องรับผิดชอบคนเดียว ซึ่งผมไม่ชอบทำงานร่วมกับคนอื่น... โดยเฉพาะคนดื้อด้านอย่างคุณ"
แม้คำพูดจะยังคงกวนประสาทและรักษามาDหน้านิ่งไว้ได้อย่างเหนียวแน่น แต่ปลายนิ้วที่ค่อยๆ เลื่อนขึ้นมาเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าผากชื้นเหงื่อของกรณ์อย่างอ่อนโยน กลับสั่นระริกเล็กน้อยอย่างไม่สามารถควบคุมได้
กรณ์จ้องมองใบหน้าคมคายนั้น สมองประมวลผลไม่ทันกับความรู้สึกที่ตีรันพัวพันกันอยู่ในอก ปากอ้าจะเถียงกลับแต่ก็ติดอยู่ที่ลำคอ ทว่าในจังหวะที่หัวใจกำลังจะหลอมละลายไปกับความใกล้ชิดอันตรายนี้เอง เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงตะโกนโهاกฮากของธนัตถ์ก็ดังแทรกขึ้นมาจากหน้าประตูโกดัง
"เฮ้ย! ภูผา!กรณ์! อยู่ไหนกันวะ! ข้างนอกนั่นนักข่าวมาออกันเพียบเลย! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!"
ร่างโปร่งของโปรดิวเซอร์หนุ่มวิ่งหน้าตาตื่นพรวดพราดเข้ามาหยุดชะงักกึก เมื่อเห็นภาพสถาปนิกหนุ่มที่กำลังคุกเข่าประคองข้อเท้าของผู้กำกับหนุ่มในระยะประชิด ชนิดที่เรียกว่าจมูกเกือบจะชนกันอยู่รอมร่อ ธนัตถ์กะพริบตาปริบๆ อ้าปากค้าง ก่อนจะยกมือขึ้นปิดตาตัวเองแล้วแกล้งทำเป็นมองไม่เห็น
"อุ๊ย... ขอโทษทีครับ สงสัยผมเข้ามาขัดจังหวะสำคัญสินะ เชิญพวกคุณสวีทกันต่อตามสบายเลยครับ เดี๋ยวผมออกไปต้อนรับนักข่าวข้างนอกให้ก่อน!"
--------------------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "หมอกไม้ไผ่" มาโดยตลอดนะคะ!
สถาปนิกหน้านิ่งกับผู้กำกับมือทอง•ตอนที่ 11
อุบัติเหตุที่ไม่คาดคิด
ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหน้านิ่งกับผู้กำกับมือทอง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!