สถาปนิกหน้านิ่งกับผู้กำกับมือทอง•ตอนที่ 3

กาแฟแก้วนั้น

ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
"ถ้าไม่อยากดื่ม ก็บอกกันดีๆ ไม่เห็นจำเป็นต้องทำหน้าเหมือนผมแอบใส่ยาเบื่อหนูลงไปในกาแฟเลยนี่ครับ คุณภูผา" เสียงทุ้มติดจะกวนประสาทดังขึ้นท่ามกลางความเงียบของห้องประชุมใหญ่ กรณ์เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทางสบายเกินเบอร์ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาพราวระยับด้วยความท้าทาย ปลายนิ้วเรียาะเคาะโต๊ะกระจกใสเป็นจังหวะเนิบนาบ ราวกับกำลังรอคอยให้เหยื่อติดกับดักที่ตัวเองเป็นคนวางไว้ บนโต๊ะตรงหน้าสถาปนิกหนุ่มมือหนึ่ง แก้วกระดาษสีน้ำตาลเรียบๆ วางนิ่งสนิท ไอร้อนบางเบาลอยขึ้นมาพร้อมกับกลิ่นคั่วเข้มที่เตะจมูกทันทีที่เปิดฝา ภูผานั่งหลังตรงแน่ว แววตาสีเข้มคมปลาบกวาดตามองแก้วเจ้าปัญหา ก่อนจะเงยขึ้นสบตาผู้กำกับหนุ่มไฟแรงที่จงใจสั่งเครื่องดื่มแก้วนี้มาให้เขาโดยเฉพาะ ผ่านไปสามวันแล้วนับตั้งแต่วิชวลบอร์ดชุดแรกถูกปัดตกอย่างไร้เยื่อใย และดูเหมือนสงครามประสาทระหว่างสถาปนิกผู้เป๊ะในทุกรายละเอียดกับผู้กำกับจอมบงการจะไม่มีวันลดดีกรีลงง่ายๆ "ผมแค่วิตkจว่าผู้กำกับกรณ์อาจจะเข้าใจภาษาอังกฤษผิดพลาดระหว่างสั่งออเดอร์" ภูผาเอ่ยเสียงเรียบ น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม บ่งบอกถึงความไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย "อเมริกาโน่เย็นไม่ใส่น้ำตาล... แต่ทำไมรสชาติถึงได้ขมปี๋แถมยังไหม้เกรียมขนาดนี้ หรือว่าโรงคั่วกาแฟแถวนี้เขาตั้งใจทำลายปุ่มรับรสของคุณเพื่อแก้แค้นสะดุดขาตั้งกล้องเมื่อวาน" กรณ์หรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากกระตุกขึ้นอย่างนึกสนุก เมื่อวานนี้เขาก้าวพลาดสะดุดสายไฟในไซต์งานจนเกือบหน้าคว่ำ และบังเอิญว่าภูผาเป็นคนคว้าแขนเขาไว้ทัน... ก่อนที่ทั้งคู่จะเถียงกันเรื่องระเบียบความปลอดภัยยาวนานนับชั่วโมง "ปากเก่งไม่เปลี่ยนเลยนะครับ สถาปนิกผู้ทรงเกียรติ" กรณ์โน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนบรรยากาศในห้องประชุมเริ่มตึงเครียดขึ้นมา "ผมแค่หวังดีอยากให้คุณตื่นจากภวังค์ความเพอร์เฟกต์เสียที โลกความเป็นจริงมันไม่ได้มีเส้นสเกลตรงเป๊ะทุกองศาเหมือนในแบบแปลนของคุณหรอก กาแฟแก้วนั้น... ผมเลือกเมล็ดที่คั่วเข้มที่สุดและชงด้วยความตั้งใจ (ที่จะแกล้งคุณ) เป็นพิเศษ หวังว่าจะถูกปากคนธาตุแข็งอย่างคุณนะ" ภูผามองหน้าอีกฝ่ายนิ่งนาน ไม่มีร่องรอยความหงุดหงิดปรากฏให้เห็นบนใบหน้าคมคายนั้น มีเพียงประกายตาที่วับวามขึ้นอย่างท้าทาย มือเรียวยาวภายใต้เสื้อเชิ้ตพับแขนเอื้อมไปหยิบแก้วกาแฟขึ้นมาอย่างไม่รีบร้อน เขารู้ดีว่านี่คือเกมจิตวิทยา กรณ์ตั้งใจทดสอบความอดทนของเขา ตั้งใจยั่วโมโหเพื่อให้เขาหลุดมามาดสุขุมที่สร้างไว้ แต่คนอย่างภูผา... ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใครง่ายๆ โดยเฉพาะกับผู้กำกับปากจัดที่ชอบทำตัวเหนือกว่าคนนี้ ภูผายกแก้วขึ้นจิบช้าๆ กลิ่นไหม้ของกาแฟคั่วเข้มกระจายไปทั่วโพรงปาก รสชาติขมจัดชนิดที่เรียกว่าแทบจะบาดลิ้นแล่นพล่านไปทั่วอณู แต่สีหน้าของสถาปนิกหนุ่มกลับไม่เปลี่ยนสีแม้แต่น้อย เขากลืนของเหลวสีดำสนิทลงคออย่างใจเย็น ก่อนจะวางแก้วลงบนโต๊ะด้วยเสียงที่ดังพอให้ได้ยินชัดเจน "รสชาติแย่มาก" ภูผาเอ่ยหน้าตาย "แต่ก็พอดื่มแก้กระหายระหว่างฟังคนไม่มีเหตุผลพูดจาไร้สาระได้อยู่" กรณ์ถึงกับชะงัก รอยยิ้มค้างเติ่งบนใบหน้า ดวงตาคู่คมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความคาดไม่ถึง เขาคาดหวังจะได้เห็นอาการสำลัก ความเหยเก หรืออย่างน้อยที่สุดก็คือเสียงบ่นกระpอดกระpอดจากสถาปนิกหนุ่ม แต่สิ่งที่ได้รับกลับเป็นการตอกกลับหน้าตายที่ทำเอาเขาไปไม่เป็น "คุณ... ดื่มมันหมดแก้วเลยเนี่ยนะ?" กรณ์หลุดปากถาม น้ำเสียงมีความประหลาดใจเจืออยู่เต็มเปี่ยม "นั่นมันช็อตส์เอสเพรสโซ่สามช็อตอัดรวมกันนะ! คุณไม่รู้สึกขมจนลิ้นชาไปเลยหรือไง" "ถ้าเทียบกับโปรเจกต์งานออกแบบที่ต้องมานั่งแก้ตามอารมณ์ติสต์แตกของคุณผู้กำกับ..." ภูผาปรายตามองอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้มเยيยนที่มุมปากน้อยๆ "กาแฟขมๆ แก้วนี้ยังรสชาติดีเสียกว่าครึ่ง" บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ กรณ์จ้องมองคนตรงข้ามด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ความหมั่นไส้ยังคงอยู่ครบถ้วน แต่ลึกลงไปในอกซ้ายกลับมีคลื่นความรู้สึกแปลกประหลาดตีตื้นขึ้นมา ความดื้อรั้นที่ไม่เคยยอมแพ้ใครของภูผานี่แหละที่ทำให้เขารู้สึกเหมือนโดนดึงดูดเข้าไปในแรงโน้มถ่วงประหลาดครั้งแล้วครั้งเล่า ก่อนที่สงครามประสาทขนาดย่อมจะได้ดำเนินต่อ ประตูห้องประชุมก็ถูกเปิดผางออกเสียงดัง พร้อมกับร่างโปร่งของมีน มัณฑนากรสาวรุ่นน้องที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก เอกสารในมือสั่นระริก "พี่ภูผา! คุณกรณ์!แย่แล้วค่ะ..." มีนหอบหายใจจนตัวโยน "ทีมงานฝั่งโลเกชันโทรมาแจ้งว่า เจ้าของพื้นที่ตึกเก่าที่เราจะใช้ถ่ายทำฉากสำคัญพรุ่งนี้... เขาเปลี่ยนใจไม่อนุญาตให้เราเข้าพื้นที่แล้วค่ะ!" ภูผาขมวดคิ้วมุ่นทันที ความสุขุมเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา ขณะที่กรณ์ดีดตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สีหน้าเปลี่ยนเป็นจริงจังและเคร่งเครียดขึ้นมาทันที "ว่ายังไงนะ?" กรณ์เสียงเข้ม "สัญญาเซ็นกันเรียบร้อยแล้วไม่ใช่เหรอ ทำไมอยู่ๆ ถึงเปลี่ยนใจ" "เขาบอกว่า... มีสถาปนิกจากกลุ่มทุนอื่นเสนอโปรเจกต์รีโนเวทวงเงินสูงกว่าเข้าไปเสนอราคาเมื่อเช้านี้เองค่ะ เขาเลยเตรียมจะยกเลิกสัญญาเราเพื่อรับข้อเสนอนั้นแทน!" มีนละล่ำละลักตอบ ใบหน้าซีดเผือดด้วยความเครียด กรณ์หันขวับกลับมามองภูผาโดยอัตโนมัติ ดวงตาสองคู่ประสานกันนิ่งสนิท ท่ามกลางความตึงเครียดของสถานการณ์ที่กำลังดิ่งลงเหว ภูผาสูดหายใจเข้าลึกๆ ความรู้สึกขมปร่าของกาแฟเมื่อครู่ยังคงหลงเหลืออยู่ที่ปลายลิ้น แต่สมองกลับสั่งการอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด "เตรียมรถค่ะมีน" ภูผาเอ่ยเสียงเรียบแต่ทรงพลัง ขณะลุกขึ้นยืนเต็มความสูงและหยิบสูทพาดบ่า "เราจะไปเคลียร์เรื่องนี้ด้วยตัวเอง... เดี๋ยวนี้" กรณ์มองแผ่นหลังกว้างของสถาปนิกหนุ่มที่ก้าวเดินผ่านหน้าไป ก่อนที่มุมปากจะได้รูปจะยกยิ้มขึ้นบางๆ ท่ามกลางวิกฤตที่กำลังเผชิญ ความรู้สึกตื่นเต้นเร้าใจกลับพุ่งพล่านอยู่ในอกเสียอย่างนั้น ผู้ชายคนนี้... ไม่เคยทำให้เขารู้สึกน่าเบื่อเลยสักวินาทีเดียวจริงๆ ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาจิบกาแฟขมๆ แก้วนี้ด้วยกันนะคะ!
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหน้านิ่งกับผู้กำกับมือทอง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%