กลิ่นกาแฟดำคั่วเข้มผสมกับความเงียบงันของห้องทำงานไร้แสงไฟในยามวิกาล คือบรรยากาศเดียวที่ภูผาโปรดปราน—ยกเว้นในคืนนี้ ที่มันมีเสียงคลิกเมาส์รัวเร็วและลมหายใจถอนยาวของตัวเขาเองเป็นส่วนเกิน
หน้าจอคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ส่องแสงสีฟ้าสะท้อนลงบนกรอบหน้าคมคาย บล็อกสถาปัตยกรรมสามมิติของฉากห้องนั่งเล่นสไตล์วินเทจในโปรแกรมออกแบบกำลังหมุนวนตามปลายนิ้วที่เคลื่อนไหวอย่างแม่นยำ ทุกเส้นสายถูกลบและร่างใหม่ด้วยความตั้งใจที่เจ้าตัวไม่มีวันเอ่ยปากยอมรับกับใคร
*“ถ้าคุณยังยืนกรานจะใช้มุมกล้องแบบ Long Take ในฉากที่ตัวเอกทะเลาะกัน สเปซตรงนี้มันจะอึดอัดเกินไปจนคนดูหายใจไม่ออก... คุณเข้าใจเรื่องไดนามิกของพื้นที่บ้างไหม ผู้กำกับกรณ์”*
คำพูดของตัวเองเมื่อช่วงบ่ายสะท้อนก้องอยู่ในหัว พร้อมกับแววตาดื้อรั้นแต่เป็นประกายระยิบระยับของคนฟังคนนั้น... กรณ์ ผู้ชายที่เข้ามาพลิกคว่ำตารางชีวิตอันแสนเป๊ะและน่าเบื่อของเขาให้ปั่นป่วน เพียงเพราะอีกฝ่ายเดินเข้ามากลางออฟฟิศแล้วตบโต๊ะปัง พร้อมประกาศกร้าวว่าแบบแปลนหรูหราอลังการมูลค่าหลายล้านของเขามัน “ไร้จิตวิญญาณสำหรับภาพยนตร์”
ภูผาแค่นหัวเราะให้กับตัวเองเบาๆ มือเรียวยาวกดคีย์ลัดเพื่อขยายพื้นที่มุมห้องในแบบแปลนให้กว้างขึ้นอีกสิบเซนติเมตร ปรับองศาของหน้าต่างรับแสงให้สอดรับกับการเคลื่อนกล้องแบบแพนซ้ายที่กรณ์เคยบ่นอุบอือกesสี่ทุ่มในห้องประชุม
เขาไม่ได้ทำตามใจอีกฝ่ายสักหน่อย... เขาก แค่ไม่อยากให้งานออกแบบของบริษัทสถาปัตยกรรมระดับประเทศต้องเสียชื่อเสียงเพราะผู้กำกับมือใหม่หัวรั้นต่างหาก
ข้ออ้างนี้ใช้หลอกสมองตัวเองได้ผลมาตลอดสามวันเต็ม จนกระทั่งไฟล์โปรเจกต์ชื่อย่อ 'K_Scene04_Rev.dwg' ถูกบันทึกทับลงไปเป็นเวอร์ชันล่าสุด
ก๊อกๆ
เสียงเคาะประตูกระจกฝ้าด้านนอกดังขึ้นเบาๆ สองครั้ง ก่อนที่บานประตูจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่ต้องรออนุญาต มีนก้าวเข้ามาพร้อมแฟ้มเอกสารในมือ ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นใสปรายมองกองกาแฟกระป๋องบนโต๊ะสลับกับใบหน้าด้านข้างของหัวหน้าหนุ่มที่ยังคงนิ่งสนิทราวกับรูปปั้นหินอ่อน
“ยังไม่กลับอีกเหรอคะพี่ภูผา นี่ตีสองแล้วนะคะ หรือตั้งใจจะย้ายสำมะโนครัวมานอนใต้โต๊ะเขียนแบบถาวร” มัณฑนากรสาวเอ่ยแซะด้วยรอยยิ้มรู้ทัน พร้อมกับวางแก้วชาคาโมมายล์อุ่นๆ ลงบนมุมโต๊ะที่ว่างอยู่ “แล้วก็... ไฟล์แปลนเซ็ตฉากภาพยนตร์ของกองคุณกรณ์นั่นน่ะ มีนเห็นพี่แก้รอบที่สี่แล้วนะคะ ไหนตอนแรกบอกว่าจะไม่ยอมเปลี่ยนตามใจผู้กำกับเด็ดขาดไงคะ”
ภูผาชะงักปลายนิ้วที่กำลังจะกดปิดโปรแกรม ดวงตาสีนิลคมกริบตวัดมองรุ่นน้องนิ่งๆ โดยไม่ปริปากแก้ตัวแม้แต่น้อย
“ฉันแค่ทำตามคอมเมนต์ของทีมโปรดิวเซอร์” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยเรียบเรื่อยตามสไตล์ แต่หูทั้งสองข้างกลับขึ้นสีแดงจางๆ อย่างปิดไม่มิด—ซึ่งมีนแอบซ่อนยิ้มขำไว้ใต้ความมืดได้อย่างทันท่วงที
“อ๋อ... คอมเมนต์โปรดิวเซอร์เหรอคะ แปลกจังค่ะ เพราะพี่ธนัตถ์เพิ่งโทรมาบ่นกับมีนเมื่อตอนค่ำว่า พี่กรณ์บ่นอุบตั้งแต่หัวค่ำยันดึกดื่นว่าอยากได้มุมห้องที่กว้างขึ้นอีกนิด แต่ไม่กล้าบอกสถาปนิกหน้าดุอย่างพี่ เพราะกลัวโดนตอกกลับมาด้วยกฎฟิสิกส์สถาปัตยกรรมชุดใหญ่” มีนลากเสียงยาวอย่างจงใจ “แต่บังเอิญจังเลยนะคะ ที่ตื่นมาเช้าวันพรุ่งนี้ ทีมกองถ่ายคงจะได้เห็นไฟล์แบบแปลนที่ปรับสเปซรองรับมุมกล้องที่พี่กรณ์ต้องการพอดิบพอดี... ราวกับมีเวทมนตร์แน่ะค่ะ”
“มีน” ภูผากดเสียงต่ำลงเล็กน้อย เป็นสัญญาณเตือนภัยระดับปานกลางที่รุ่นน้องผู้รู้ทันหัวเราะคิกคักก่อนจะยกมือยอมแพ้
“โอเคๆ มีนไม่กวนแล้วค่ะ เชิญสถาปนิกผู้ ‘ไม่ได้แคร์’ ผู้กำกับคนนั้นทำงานต่อตามสบายนะคะ คืนนี้มีนขอตัวไปนอนเอาแรงก่อนล่ะค่ะ”
ร่างบางของมัณฑนากรสาวหมุนตัวเดินออกจากห้องไปอย่างอารมณ์ดี ทิ้งให้ความเงียบงันกลับมาโรยตัวคลุมพื้นที่อีกครั้ง แต่ทว่า... บรรยากาศรอบตัวกลับไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
ภูผาถอนหายใจเฮือกใหญ่ เขาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังราคาแพง หลับตาลงช้าๆ เพื่อพักสายตาที่เริ่มล้าจากการจ้องจอคอมพิวเตอร์ติดต่อกันหลายชั่วโมง ภาพใบหน้ากวนประสาทของกรณ์เวลาที่เถียงกันเรื่องโครงสร้างตึกผุดขึ้นมาในหัว รอยยิ้มมุมปากที่เจ้าตัวชอบทำเวลากวนโมโห และดวงตาคู่คมที่มักจะมองตรงมาอย่างท้าทายเสมอ... ผู้ชายคนนี้มีแรงดึงดูดประหลาดที่ทำให้เขาเผลอทำในสิ่งที่ตัวเองไม่เคยทำ—ยอมลดทิฐิลงทีละนิด โดยมีเส้นกั้นบางๆ ระหว่างความเป็นมืออาชีพกับความใส่ใจซ่อนอยู่เบื้องหลัง
ปึ้ง!
เสียงผลักประตูกระจกด้านนอกอย่างแรงจนเสียงดังสะท้อนก้องไปทั่วออฟฟิศที่ควรจะร้างผู้คน ทำให้ภูผาต้องลืมตาโพลงด้วยความตกใจ สัญชาตญาณเตือนให้เขาขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง พร้อมกับขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจที่ความเป็นส่วนตัวถูกรบกวนในยามวิกาลแบบนี้
ใครกันที่กล้าบุ่มบ่ามเข้ามาในโซนออกแบบยามวิกาลเช่นนี้?
“บอกแล้วไงวะว่าฉันลืมแฟลชไดร์ฟไว้บนโต๊ะประชุม ไม่ได้ทำหายแถวนี้!”
เสียงทุ้มห้าวที่ตะโกนแทรกความเงียบเข้ามาทำให้ลมหายใจของสถาปนิกหนุ่มสะดุดกึกทันที เสียงนั้น... คุ้นหูเกินกว่าจะปฏิเสธได้ว่าเป็นของใคร
ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อฮู้ดสีเข้มและกางเกงยีนส์เซอร์ๆ ก้าวฉับๆ เข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงขلافขอบประตูกระจกห้องทำงานส่วนตัวของเขา กรณ์หอบหายใจเล็กน้อย เส้นผมหยักศกยุ่งเหยิงจากการสางด้วยมืออย่างหงุดหงิด ทว่าทันทีที่ดวงตาสองคู่ประสานกันผ่านกระจกใสบานใหญ่ ความอื้ออึงในห้องก็พลันเงียบกริบลงราวกับถูกกดปุ่มหยุดเวลา
กรณ์ชะงักฝีเท้า ดวงตาคู่คมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าดึกป่านนี้แล้วยังมีคนนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ และคนๆ นั้นก็คือสถาปนิกหนุ่มตัวต้นเรื่องที่เขากำลังคิดถึงอยู่พอดี
“คุณ...?” กรณ์กระซิบเสียงแผ่วโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะกวาดสายตามาเห็นหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เปิดคาไฟล์แบบแปลนฉบับล่าสุดเอาไว้เต็มตา
ภูผายืนนิ่ง ขยับตัวหนีไม่ทัน สีหน้าเย็นชาที่พยายามสร้างขึ้นเพื่อปกปิดความลับพังทลายลงในเสี้ยววินาที เมื่อกรณ์สาวเท้าเข้ามาใกล้กระจกใสมากขึ้นเรื่อยๆ จนระยะห่างเหลือเพียงแค่แผ่นกระจกั้น และรอยยิ้มเจ้าเล่ห์แบบฉบับผู้กำกับมือทองก็ปรากฏขึ้นที่มุมปากของอีกฝ่ายอย่างชัดเจน
“อ๋อ...” กรณ์ลากเสียงยาว แววตาระยิบระยับด้วยความรู้ทันและประกายความอบอุ่นบางอย่างที่พุ่งทะลุกำแพงน้ำแข็งของภูผาจนตั้งตัวไม่ติด “ที่แท้... สถาปนิกผู้ยิ่งใหญ่แถวนี้ ก็แอบแก้แบบให้ผมตอนตีสองนี่เองสินะครับ”
**************************************************
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเดินเล่นในพื้นที่ละมุนหัวใจของภูผากับกรณ์นะคะ หวังว่าจะชอบความซึนของสถาปนิกหนุ่มเราในตอนนี้ค่า!
สถาปนิกหน้านิ่งกับผู้กำกับมือทอง•ตอนที่ 4
ความลับในแบบแปลน
ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหน้านิ่งกับผู้กำกับมือทอง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!