เซียนกุนซือผู้เย็นชา กับพานิชย์มหาเศรษฐีผู้พลิกฟ้า•ตอนที่ 2

รอยยิ้มซ่อนมีด

ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
กลิ่นอายชาอวี้เฉียนชั้นเลิศลอยกรุ่นเคล้ากับกลิ่นหมึกชั้นดีในห้องรับรองของหอการค้าหลวง ทว่าบรรยากาศกลับเย็นยะเยือกเสียยิ่งกว่าน้ำค้างยามเหมันต์ จอกชาหยกขาวในเรียวปากระหงของไป๋จูหลันถูกวางลงอย่างเชื่องช้า ไร้ซึ่งเสียงกระทบกระเทือน ทว่ากลับดังก้องกังวานในความเงียบงันของเหล่าพ่อค้าและขุนนางที่รายล้อม ดวงตาหงส์คู่นั้นกวาดมองร่างของ "คุณชายเฉินจื่อ" บุตรชายหัวแก้วหัวแหวนของเสนาบดีเฉิน ผู้ซึ่งบัดนี้ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวจนแทบเสียอาการ "แม่นางไป๋... ดอกบัวขาวเช่นเจ้า เล่นงานหมาแก่เช่นนี้ คงเหนื่อยแล้วกระมัง ให้ข้า... สามีผู้กุมกระเป๋าเงินของเจ้า ช่วยออกหน้าต่อดีหรือไม่คะ?" สุ้มเสียงทุ้มนุ่มที่เปี่ยมด้วยความเย้ยหยันดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับร่างสูงสง่าในอาภรณ์ปักลายมังกรซ่อนลายเมฆสีนิล ท่านอ๋องมู่หรงเฉิงก้าวเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างร่างบาง ฝ่ามือหนาวางทับลงบนพนักเก้าอี้ที่ไป๋จูหลันนั่งอยู่ ราวกับพญาอินทรีที่แผ่ปีกปกป้องอาณาเขตของตนเอง สายตาคมกริบดั่งใบมีดกวาดมองกลุ่มคนตระกูลเฉินด้วยความดูแคลนระคนสมเพช คุณชายเฉินจื่อหน้าถอดสีทันทีเมื่อเห็นว่าเป็นใคร แม้บิดาของเขาจะมีอำนาจล้นฟ้าในราชสำนัก แต่เบื้องหน้าเขาผู้นี้คือขุมทรัพย์ที่แท้จริงของแผ่นดิน ผู้กุมเส้นเลือดใหญ่ทางการเงินที่แม้แต่ฮ่องเต้ยังต้องไว้หน้าสามส่วน "ทะ... ท่านอ๋อง!" เฉินจื่อรีบประสานมือคำนับอย่างลิบลี้ เหงื่อกาฬไหลซึมตามขมับ "กระหม่อมไม่ทราบว่าท่านอ๋องทรง..." "ไม่ทราบ?" ไป๋จูหลันแค่นหัวเราะเบาๆ น้ำเสียงหวานใสแต่กลับเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก นางป้องมือจัดชายแขนเสื้ออย่างไม่ใส่ใจ "คุณชายเฉินความจำสั้นถึงเพียงนี้เชียวหรือเพคะ? เมื่อครู่ท่านยังกล่าวหาว่าตระกูลไป๋ของข้าฮุบสัมปทานเหมืองเกลืออย่างหน้าไม่อายอยู่เลย มิใช่หรือ? ไฉนพอเห็นบุรุษผู้ร่ำรวยที่สุดในใต้หล้ามายืนอยู่ตรงนี้ ลิ้นของท่านจึงได้พันกันจนพูดไม่ออกเสียแล้วล่ะคะ" คำพูดที่เฉียบคมราวกับใบมีดกรีดลงบนหน้าของเฉินจื่อทีละแผล เขากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ดวงตาแดงก่ำด้วยความคับแค้นใจ "ไป๋จูหลัน! เจ้าเป็นแค่สตรีไร้หัวนอนปลายเท้า อาศัยเล่ห์เหลี่ยมมารยาอันใดจึงไต่เต้ามาเหยียบยืนอยู่ ณ จุดนี้ได้! อย่าคิดว่ามีท่านอ๋องหนุนหลังแล้วจะอาจหาญทำกิริยาต่ำช้าเช่นนี้ใส่ข้า!" ความเงียบเข้าปกคลุมห้องรับรองอีกครั้ง ทุกคนต่างกลั้นหายใจรอรับพายุอารมณ์ ทว่าไป๋จูหลันกลับเพียงแค่ยกย่องมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่งดงามราวกับบุปผาแรกแย้ม ทว่ากลับซ่อนประกายสังหารไว้มิดชิด นางไม่แม้แต่จะชายตากลับไปมองคู่สนทนาที่กำลังสติหลุดด้วยซ้ำ "ต่ำช้าหรือคะ?" ไป๋จูหลันเอ่ยทวนคำ น้ำเสียงราบเรียบแต่น่าเกรงขาม นางค่อยๆ ลุกขึ้นยืนช้าๆ ความสูงระหงและท่าทีที่สง่างามทำให้ออร่าความกดดันแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ "บัญชีการค้าของหอการค้าหลวงย้อนหลังห้าปี ยอดเงินที่สูญหายไปหกล้านตำลึงทอง สินค้าหนีภาษีที่ซุกซ่อนไว้ในโกดังเขตตงเฉิง และรายชื่อขุนนางกังฉินที่รับสินบน... ทั้งหมดนี้ ถูกบันทึกไว้ในสมุดบัญชีหนังหมาที่ข้าถืออยู่ในมือนี้แล้วนะคะ คุณชายเฉิน... ท่านยังอยากจะสนทนากับข้าเรื่อง 'ความต่ำช้า' อีกสักกี่กระบวนท่าดีล่ะเพคะ?" สีหน้าของเฉินจื่อซีดเผือดลงทันทีราวกับคนตาย สมุดบัญชีเล่มนั้น... มันคือหลักฐานชี้ชะตาชีวิตที่ตระกูลเฉินพยายามตามหามาแรมปี! ทว่า ก่อนที่ใครจะได้ทันเอ่ยคำใดออกมา เสียงฝีเท้าหนักแน่นและเสียงประกาศก้องก็ดังขึ้นจากด้านนอกประตู "เสนาบดีเฉิน... เสด็จมาถึงแล้ว!" ม่านมุกถูกเลิกขึ้นเผยให้เห็นร่างของเสนาบดีเฉินผู้ชราภาพ ทว่าแววตากลับเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์เพทุบาย กวาดตามองสถานการณ์ภายในห้องด้วยความรวดเร็ว ก่อนจะประสานมือคำนับท่านอ๋องมู่หรงเฉิงด้วยรอยยิ้มจอมปลอม "ถวายบังคมท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ... กระหม่อมได้ยินว่าบุตรชายของกระหม่อมล่วงเกินแม่นางไป๋เข้า จึงรีบมาขอขมาด้วยตนเอง" เสนาบดีเฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่แววตากลับจ้องมองไปที่ไป๋จูหลันอย่างมีความหมาย "แม่นางไป๋... คนเราเมื่อมีความแค้น ย่อมต้องมีวันชำระ แต่วิธีการของแม่นาง ดูจะรุนแรงเกินไปหน่อยกระมัง? เกรงว่าหากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป ชื่อเสียงของหอการค้าอาจจะ..." "เสนาบดีเฉินผู้เฒ่าช่างห่วงใยชื่อเสียงของผู้อื่นเสียจริงนะคะ" มู่หรงเฉิงเอ่ยขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น ดวงตาคู่คมดั่งเหยี่ยวจ้องมองตาแก่เจ้าเล่ห์ตรงๆ "แต่ท่านน่าจะห่วงใย 'ลมหายใจ' ของคนในตระกูลท่านเสียมากกว่า... เพราะในอีกสามลมหายใจข้างหน้า ไม่แน่ว่าทรัพย์สินทั้งหมดของตระกูลเฉิน อาจจะไม่เหลือแม้แต่เบี้ยแปะเดียวให้พวกท่านได้ใช้ประทังชีวิตแล้วก็ได้พ่ะย่ะค่ะ" สิ้นคำพูดของท่านอ๋อง บรรยากาศภายในห้องก็ดิ่งลงสู่จุดเยือกแข็งทันที ไป๋จูหลันแย้มยิ้มหวานหยาดเยิ้มให้นางพญา นางยื่นสมุดบัญชีในมือให้สาวใช้คนสนิทไปเปิดออกต่อหน้าเสนาบดีเฉิน "เชิญทอดพระเนตร... เอ๊ย ทอดสายตาดูให้ชัดเจนเถอะค่ะท่านเสนาบดี ว่าหมากตานี้... ฝ่ายใดกันแน่ที่จะต้องเป็นฝ่ายคุกเข่าร้องขอชีวิต" ไป๋จูหลันเอ่ยจบพร้อมกับส่งสายตาท้าทายไปยังเสนาบดีเฉินที่เริ่มมีเหงื่อกาฬไหลริน ทว่าในวินาทีนั้นเอง เสียงฝีเท้าฝูงใหญ่และเสียงเกือกม้าจำนวนมากก็หยุดกะทันหันอยู่ที่หน้าหอการค้า พร้อมกับราชโองการสีทองอร่ามที่ถูกชูขึ้นท่ามกลางความตื่นตระหนกของทุกคน! ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันเข้มข้นของแม่นางไป๋จูหลันและท่านอ๋องผู้กุมคลังสมบัติ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกุนซือผู้เย็นชา กับพานิชย์มหาเศรษฐีผู้พลิกฟ้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%