เสียงก้าวเท้าที่กระทบพื้นคอนกรีตเปลือยเปล่าดังสะท้อนก้องไปทั่วโครงสร้างปูนซีเมนต์ดิบๆ ของไซต์งาน เปรียบเสมือนจังหวะกลองเพลิงที่กำลังเผาผลาญออกซิเจนในห้องโถงแคบๆ ให้หมดไปทีละน้อย
ธันวากลืนก้อนความอึดอัดลงคออย่างยากลำบาก ในขณะที่คินน์ยังคงยืนนิ่งเป็นรูปปั้นหิน เชฟหนุ่มไม่ได้หันไปมองร่างสูงใหญ่ที่กำลังเดินเข้ามาใกล้ แม้ว่าเงาทอดขยายนั้นจะทาบทับลงบนร่างของเขาก็ตาม สายตาคมกริบของคินน์ยังคงตรึงแน่นอยู่ที่สถาปนิกหนุ่ม ราวกับต้องการค้นหาคำตอบสุดท้ายจากดวงตาคู่ที่กำลังไหวระริกคู่นั้น
"นึกไม่ถึงเลยนะคะว่าโปรเจกต์นี้จะมีแขกไม่ได้รับเชิญมาเดินตรวจงานเร็วกว่ากำหนด"
เสียงทุ้มต่ำแต่เจือไปด้วยความเยาะหยันดังขึ้นจากชายหนุ่มในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูป ภาณุ—เจ้าของที่ดินและนักลงทุนร้อยล้านผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเนี๊ยบและไร้ความปรานี กวาดสายตาคมปลาบมองสภาพพื้นที่ที่ถูกปรับเปลี่ยนโครงสร้างบางส่วนไปจากแบบพิมพ์เขียวเดิมอย่างเห็นได้ชัด ใบหน้าคมคายฉาบด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่ไม่ได้ส่งไปถึงดวงตา
ธันวาขยับตัวเล็กน้อยเพื่อบังรัศมีการคุกคามจากผู้มาใหม่ให้อยู่ด้านหลัง สัญชาตญาณของสถาปนิกผู้รับผิดชอบโครงการร้องเตือนภัยเสียงดังลั่น แม้ปากของเขาจะเก่งกาจและต่อปากต่อคำกับคินน์ได้ทุกวัน แต่ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ ระหว่างมาตรฐานของผลงานชิ้นโบว์แดงกับความฝันบ้าบิ่นของเชฟสายอาร์ต มันถูกวางอยู่บนตาชั่งที่พร้อมจะเอียงเทได้ทุกเมื่อ
"สวัสดีครับคุณภาณุ ทางเรากำลัง... ปรับแก้รายละเอียดเพื่อให้งานออกมาสมบูรณ์ที่สุดพอดีครับ" ธันวาเลือกใช้คำพูดที่ระมัดระวังที่สุด แม้เหงื่อกาฬจะเริ่มซึมตามไรผม
"สมบูรณ์?" ภาณุหัวเราะในลำคอ ก้าวเท้าเข้ามาใกล้จนแทบจะประชิดตัว "ผมจ้างคุณมาเพื่อควบคุมแบบสร้างให้ตรงตามเป้าหมายทางธุรกิจ ไม่ใช่ให้มาตามใจรสนิยมเพ้อเจ้อของพ่อครัวข้างถนนคนนี้ ดูนี่สิ! เคาน์เตอร์เตรียมอาหารที่คุณยอมให้รื้อทิศทางลมออก มันทำให้แปลนร้านทั้งหมดพังไม่เป็นท่า!"
นิ้วเรียวยาวชี้ไปยังโซนครัวเปิดที่คินน์เพิ่งยืนบัญชาการเมื่อครู่ บรรยากาศในห้องโถงเย็นเฉียบลงในฉับพลัน แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากตัวนักลงทุนหนุ่มผู้ถืออำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดในมือ
คินน์ที่เงียบมานานค่อยๆ ก้าวเท้าออกมาจากด้านหลังของธันวา เชฟหนุ่มไม่ได้แสดงอาการหวาดกลัวแม้แต่น้อย รอยยิ้มมุมปากถูกยกขึ้นบางเบา ดวงตาสีเข้มฉายแววดื้อรั้นและท้าทายอย่างชัดเจนจนธันวาต้องแอบส่งสายตาดุๆ ไปปราปราม
"ถ้าคุณเรียกว่า 'รสนิยมเพ้อเจ้อ' สำหรับพื้นที่ที่กำลังจะสร้างสรรค์สุนทรียภาพแห่งรสชาติให้ลูกค้าได้สัมผัส ผมว่าคุณควรเปลี่ยนไปลงทุนสร้างโกดังสินค้ามากกว่าจะทำร้านอาหารหรูนะคะ คุณภาณุ" คินน์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่เชือดเฉือนทุกอณู
"คุณคินน์!" ธันวาเผลออุทานออกมาอย่างตกใจ มือเรียวคว้าแขนเสื้อของเชฟหนุ่มไว้โดยอัตโนมัติ แรงบีบที่ส่งผ่านเนื้อผ้าบอกชัดเจนว่าเขากำลังร้อนรนแค่ไหน "อย่าเพิ่งหาเรื่องตอนนี้..."
"ผมไม่ได้หาเรื่องครับคุณธันวา ผมแค่พูดความจริงที่นักธุรกิจสายตาคับแคบมองไม่เห็น" คินน์หันมาสบตาคนที่จับแขนตนไว้ แววตาแข็งกร้าวเมื่อครู่ผ่อนคลายลงชั่วขณะเมื่อปะทะเข้ากับความกังวลที่ฉายชัดในดวงตาคู่สวยของสถาปนิกหนุ่ม "หรือคุณเองก็คิดว่าแบบเดิมของผมมันแย่?"
คำถามนั้นทิ้งน้ำหนักลงกลางใจธันวา นี่คือจุดตัดที่เขาต้องเลือก ระหว่างการเซ็นอนุมัติให้รื้อถอนทุกอย่างกลับไปเป็นตามแบบมาตรฐานเดิม เพื่อรักษาหน้าที่การงานและสัญญามูลค่ามหาศาลกับนักลงทุน... หรือยืนหยัดเคียงข้างความต้องการอันดื้อรั้นของเชฟจอมกวน ที่เขาเผลอมอบความรู้สึกพิเศษให้ไปเสียแล้ว
ภาณุกอดอกมองภาพคนทั้งคู่ด้วยสายตาสมเพชแกมจับผิด "ตัดสินใจซะสิครับคุณธันวา คุณมีเวลาให้อีกแค่หนาวเดียว ถ้าเลือกข้างผิด โปรเจกต์นี้จะจบลง และคุณ... ก็คงหมดอนาคตในวงการนี้เช่นกัน"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมพัดผ่านโครงสร้างเหล็กที่ไร้ผนัง ธันวานิ่งงัน สมองประมวลผลอย่างรวดเร็วท่ามกลางความกดดันที่บีบรัดเข้ามาทุกทิศทาง ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรง เขาเกลียดการพ่ายแพ้ และเกลียดที่สุดคือการต้องก้มหัวให้ระบบทุนนิยมที่ไร้จิตวิญญาณ
แต่ถ้าเขาเลือกคินน์... นั่นหมายถึงการเอาชื่อเสียงและอาชีพที่สร้างมาทั้งชีวิตไปเสี่ยง
ธันวาค่อยๆ ปล่อยมือออกจากแขนของเชฟหนุ่ม เขาเงยหน้าขึ้นสบตากับนักลงทุนผู้ทรงอิทธิพลด้วยแววตาที่สงบนิ่งขึ้นอย่างน่าประหลาด ความลังเลหายวับไป เหลือเพียงความเด็ดเดี่ยวที่ฉายชัดในดวงตาคู่คม
"ผมตัดสินใจแล้วครับ..." ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวานชัดเจน ก้าวเท้าเข้าไปยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับคินน์อย่างไม่เกรงกลัว "ผมเลือก..."
ทว่า ก่อนที่คำพูดตัดสินชะตากรรมจะหลุดออกจากริมฝีปาก เสียงฝีเท้าอีกคู่หนึ่งก็ดังแทรกขึ้นจากทางเข้าด้านหลัง พร้อมกับร่างของหญิงสาวในชุดสูทดีไซน์หรูที่เดินเข้ามาด้วยรอยยิ้มพิมใจ แต่แววตากลับคมกริบราวน้ำแข็ง
"ไม่ต้องลำบากเลือกหรอค่ะคุณธันวา..." เสียงหวานใสเอ่ยขึ้นพร้อมกับเอกสารแผ่นหนึ่งที่ถูกยื่นเข้ามาขวางกลางวง "เพราะตอนนี้... ฉันคือผู้ถือหุ้นใหญ่รายใหม่ที่เพิ่งซื้อสิทธิ์ขาดทั้งหมดในโปรเจกต์นี้ และฉันขอยกเลิกคำสั่งรื้อถอนของคุณภาณุ ณ บัดนี้ค่ะ!"
ธันวาเบิกตากว้าง หันขวับไปมองหน้าผู้มาใหม่ด้วยความตกตะลึง ขณะที่คินน์เองก็หรี่ตามองด้วยความระแวง ท่ามกลางบรรยากาศที่พลิกผันจากหน้ามือเป็นหลังมือในเสี้ยววินาที
---
หวังว่าตอนนี้จะถูกใจรี้ดเดอร์ที่น่ารักทุกท่านนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
สถาปนิกสุดเนี้ยบกับเชฟสายอาร์ตในสมรภูมิครัว•ตอนที่ 14
การตัดสินใจของสถาปนิก
ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกสุดเนี้ยบกับเชฟสายอาร์ตในสมรภูมิครัว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!