"ถ้าเลือกผู้รับเหมาเกรดโลว์คอสต์แบบนี้มาทำงานในโปรเจกต์ของฉัน ตั้งแต่เริ่มเซ็นสัญญา... คุณก็น่าจะเอาสมองไปฝากไว้กับเศษปูนพวกนั้นด้วยเลยนะ, คุณคินน์"
เสียงทุ้มห้วนที่เจือกระแสความหงุดหงิดระคนเย้ยหยันดังขึ้นท่ามกลางความเงียบของไซต์งานก่อสร้างที่ยังฝุ่นตลบ ธันวาไม่ได้ถอยห่างจากร่างสูงของเชฟหนุ่มที่ยืนประชิดตัวอยู่ตั้งแต่เมื่อครู่เลยแม้แต่น้อย กลับกัน สถาปนิกหนุ่มกลับเลือกที่จะก้าวเข้าไปประชิดอีกหนึ่งก้าว ดวงตาสีเข้มคมกริบกวาดมองเอกสารประเมินราคาและแบบแปลนโครงสร้างในมือด้วยแววตาที่พร้อมจะเผาผลาญทุกอย่างให้เป็นจุล
คินน์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมปลาบกวาดมองร่างเพรียวในชุดช่างก่อสร้างที่พับแขนเสื้อขึ้นจนเห็นข้อศอกเรียวเนียน เส้นผมสีเข้มชื้นเหงื่อเล็กน้อยเพราะอากาศร้อนอบอ้าวไม่ได้ทำให้เสน่ห์ของสถาปนิกปากจัดคนนี้ลดลงเลยแม้แต่น้อย แต่ในสถานการณ์ตึงเครียดเช่นนี้ ความกวนประสาทของเชฟสายอาร์ตกลับทำงานได้ดีเสียยิ่งกว่าเครื่องปรับอากาศ
"ปากจัดกว่าที่คิดนะสถาปนิก... นี่โปรเจกต์ร่วมทุน หุ้นส่วนอย่างฉันมีสิทธิ์เลือกคนที่เหมาะสมกับงบประมาณ ไม่ใช่ผลาญเงินทิ้งไปกับค่าวัสดุบ้าบอที่คุณลิสต์มาแบบเกินความจำเป็น" คินน์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเอื่อยเฉื่อย แต่แววตากลับคมกริบราวกับใบมีดโกนที่เคลือบด้วยน้ำตาล
"เกินความจำเป็นเหรอ?" ธันวาปัดเอกสารในมือทิ้งลงบนโต๊ะไม้ตัวเก่าเสียงดังลั่นจนฝุ่นตลบ เขายื่นใบหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน "โครงสร้างคานรับน้ำหนักครัวกลาง ถ้าใช้ผู้รับเหมาบริษัท 'รุ่งเรืองการช่าง' ที่คุณไปลากมาจากไหนก็ไม่รู้ ป่านนี้ได้เห็นครัวถล่มลงมาฝังร่างเชฟอี๋เทวดาคาซากปูนแน่ๆ ค่ะ! หรือว่าคุณชอบรสชาติของดินลูกรังมากกว่าอาหารฟิวชั่นที่ตัวเองคิดค้นขึ้นมากันแน่?"
"ธันวา!" คินน์กดเสียงต่ำลงเล็กน้อยเมื่ออีกฝ่ายเริ่มใช้วาจาเชือดเฉือนเกินขอบเขต แต่ใบหน้าหล่อเหลากลับประดับด้วยรอยยิ้มมุมปากที่กวนประสาทที่สุดเท่าที่ธันวาเคยเห็นมา "อย่าเอามาตรฐานความเนี๊ยบแบบโรคจิตของคุณมาวัดความคุ้มค่าของคนอื่น บริษัทนี้เพื่อนฉันแนะนำมา การันตีผลงานว่าตรงเวลาและประหยัดงบที่สุด"
"ประหยัดงบ... แต่ทิ้งงานและเบิกเงินล่วงหน้าไปสามงวดแล้วหนีหายเนี่ยนะที่คุณเรียกว่าคุ้มค่า?" ธันวาคว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมา เปิดหน้าจอที่มีข้อความแจ้งเตือนจากหัวหน้าคนงานก่อนจะยื่นไปจ่อหน้าผากของอีกฝ่าย "เช็คข่าววงในบ้างนะคะคุณเชฟผู้สูงส่ง ตอนนี้ผู้รับเหมาที่คุณเลือกกำลังหอบเงินหนีออกนอกพื้นที่ และทิ้งไซต์งานเละๆ ไว้ให้ฉันตามเช็ดก้นอยู่คนเดียว!"
รอยยิ้มบนใบหน้าของคินน์ชะงักไปชั่วขณะ สายตาคมกวาดมองข้อความบนหน้าจอโทรศัพท์อย่างรวดเร็ว ก่อนที่กรามคมจะขบเข้าหากันแน่นจนเป็นสันนูน ความมั่นใจที่เคยมีมลายหายไปในพริบตา แทนที่ด้วยความตระหนกที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้มาLดนิ่งขรึม
ธันวาแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ดวงตาสวยเฉี่ยวฉายแววสมเพชเวทนาแกมสะใจ "ไงคะ? หุบปากไปไม่เป็นเลยหรือไง อารมณ์ศิลปินของคุณมันพาหายนะมาสู่โปรเจกต์นี้รอบที่เท่าไหร่แล้วล่ะ? คิดว่าตัวเองเป็นศูนย์กลางจักรวาล อยากทำอะไรก็ได้ตามใจชอบโดยไม่ต้องสนกฎเกณฑ์วิศวกรรมสินะ"
"ฉันไม่ได้ตั้งใจให้มันเป็นแบบนี้..." คินน์เผลอหลุดเสียงทุ้มออกมาอย่างลืมตัว ก่อนจะรีบปรับสีหน้าให้กลับมาแข็งกร้าวตามเดิมเมื่อเห็นสายตาจับผิดของอีกฝ่าย "ก็แค่... ฉันไม่อยากให้งบบานปลายจนเราต้องยอมจำนนต่อเงื่อนไขของพวกทุนใหญ่ ก็แค่นั้น"
บรรยากาศรอบตัวพลันเงียบลง มีเพียงเสียงลมพัดผ่านโครงเหล็กและเสียงคนงานด้านนอกแว่วมาไกลๆ ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ใกล้เสียจนได้ยินเสียงลมหายใจอุ่นๆ ที่กระทบผิวแก้ม ธันวาชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นแววตาไหววูบในดวงตาคู่คมของเชฟหนุ่ม มันไม่ใช่ความดื้อรั้นอย่างไร้เหตุผลอย่างที่เคยเป็น แต่มันมีความกดดันบางอย่างที่ถูกแบกรับไว้เบื้องหลังความปากแข็งนั้น
แต่คนอย่างธันวาไม่มีทางยอมใจอ่อนให้ใครง่ายๆ โดยเฉพาะกับคนที่ทำให้งานออกแบบอันแสนรักของเขาต้องด่างพร้อย
"เหตุผลของคุณเก็บไว้ใช้แก้ตัวในห้องประชุมเถอะค่ะ" ธันวาถอยหลังออกห่างหนึ่งก้าวเพื่อเว้นระยะห่างทางกายภาพที่อันตรายเกินไปต่อหัวใจ น้ำเสียงอ่อนลงเล็กน้อยแต่ยังคงความเฉียบคม "ตอนนี้ปัญหาตรงหน้าคือเราไม่มีผู้รับเหมา และกำหนดการส่งมอบงานลดลงเหลือแค่ครึ่งเดียว ถ้าคุณยังอยากให้ร้านอาหารนี้เปิดทันตามกำหนด... ก็หุบปาก ฟังฉัน แล้วทำตามแผนที่ฉันวางไว้ซะดีๆ"
คินน์มองสถาปนิกหนุ่มที่ยืนกอดอกเชิดหน้าด้วยความถือดี แววตาของเชฟหนุ่มฉายแววซับซ้อนขึ้นมาวับหนึ่ง—มีความหมั่นไส้ ความหงุดหงิด... และประกายความคลั่งไคล้บางอย่างที่ถูกจุดติดขึ้นเงียบๆ ท่ามกลางซากปรักหักพังของความผิดพลาด
"ก็ได้..." คินน์ยอมรับด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดระคนยอมจำนน "ว่ามาสถาปนิกตัวแสบ... คุณจะให้ฉันทำอะไร เพื่อแก้ปัญหาที่คุณบอกว่าฉันเป็นคนสร้างขึ้นมาเนี่ย"
ธันวาหรี่ตามองอย่างไม่ไว้วางใจนัก กำลังจะอ้าปากเอ่ยคำสั่งงานขั้นต่อไป แต่ทว่า...
*กริ๊งงงง!*
เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของธันวาก็ดังแทรกขึ้นทำลายความเงียบ สถาปนิกหนุ่มขมวดคิ้วเล็กน้อย หยิบเครื่องขึ้นมาดูหน้าจอ ก่อนที่ดวงตาสวยจะเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจเมื่อเห็นชื่อของบุคคลที่โทรเข้ามา
คินน์สังเกตเห็นความผิดปกติบนใบหน้าสวยนั้นได้ทันที "ใครโทรมา? หน้าซีดเป็นไก่ต้มเชียว"
ธันวาเงยหน้าขึ้นสบตากับเชฟหนุ่ม แววตาไหวระริกอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน "เจ้าของที่ดินตัวจริง... เขาเพิ่งบินกลับมาจากต่างประเทศ และกำลังยืนอยู่หน้าประตูทางเข้าไซต์งานตอนนี้แล้วค่ะ!"
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับความปั่นป่วนหัวใจของคู่กัดคู่นี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สถาปนิกสุดเนี้ยบกับเชฟสายอาร์ตในสมรภูมิครัว•ตอนที่ 13
รอยร้าวในแผนงาน
ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกสุดเนี้ยบกับเชฟสายอาร์ตในสมรภูมิครัว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!