สถาปนิกสุดเนี้ยบกับเชฟสายอาร์ตในสมรภูมิครัว•ตอนที่ 12

เมื่อความซึนทำงาน

ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
"ถ้าฝืมือระดับคุณธันวาออกแบบร้านอาหารได้แค่นี้ เกรงว่าลูกค้าคงเดินหนีตั้งแต่ยังไม่ได้กลิ่นซุปแล้วล่ะค่ะ" น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะเย้าแหย่ดังขึ้นเหนือหัว พร้อมกับกลิ่นอายจางๆ ของโรสแมรีและสเปียร์มินต์ที่ลอยวนอยู่รอบตัว คินน์จงใจโน้มตัวลงมาท้าวแขนกับโต๊ะเขียนแบบกระจกใส ปลายจมูกโด่งรั้นเฉียดผ่านแก้มสถาปนิกหนุ่มผู้กำลังขมักเขม้นไปเพียงไม่กี่เซนติเมตร จนคนที่นั่งหลังตรงแหน่วราวกับหุ่นยนต์ต้องชะงักกึก ปากเรียวบางที่มักจะใช้ตอกย้ำความผิดพลาดของคนอื่นเม้มเข้าหากันเป็นเส้นตรงทันที ธันวาปรายตามองเศษกระดาษร่างแบบแปลนครัวที่ถูกเชฟหนุ่มจอมกวนประสาทขยำทิ้งลงถังขยะเมื่อครู่ ก่อนจะแค่นجหัวเราะในลำคออย่างนึกหมั่นไส้ "ถ้าคุณคินน์มีความรู้เรื่องสรีรศาสตร์ในครัวสักครึ่งหนึ่งของความปากดี แปลนนี้คงเสร็จไปสามวันแล้วค่ะ ไม่ใช่มานั่งกะ3กะซากแล้วบอกว่าเคาน์เตอร์บาร์มันเตี้ยเกินไปจนเชฟฟิวชั่นเทวดาอย่างคุณเก๊กท่าผัดกระทะไม่ได้" "อ้าว พูดจาแบบนี้หมายความว่าไงคะคุณสถาปนิกสุดเนี้ยบ" คินน์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง รอยยิ้มร้ายกาจแต้มอยู่บนมุมปากหยักสวย ดวงตาเรียวรีพราวระยับด้วยความสนุกสนานยามได้เห็นคนระเบียบจัดเริ่มคิ้วกระตุก "ผมไม่ได้เก๊กท่า แต่ผมกำลังคำนึงถึง ‘สุนทรียศาสตร์’ ในการทำอาหารต่างหาก ซึ่งดูเหมือนว่าในหัวสมองที่เป็นบล็อกสี่เหลี่ยมเป๊ะๆ ของคุณ จะไม่มีพื้นที่เหลือให้คำนี้เลยสินะคะ" ธันวาตวัดสายตาดุดันกลับไปทันที มือเรียวที่ถือปากกาหมึกซึมราคาแพงวางลงบนโต๊ะเสียงดัง ‘ปัง’ จนคินน์สะดุ้งนิดๆ แต่ก็ยังคงรอยยิ้มกวนประสาทไว้ได้เหนียวแน่น "สุนทรียศาสตร์อะไรของคุณล่ะคะ ในเมื่อเมื่อวานซืน... คุณเพิ่งจะยืนเถียงกับหนุ่มลูกครึ่งที่หลงเข้ามาสั่งสเต็กในโซนคาเฟ่จนเขาเกือบเดินหนีออกร้านไปทั้งที่ยังไม่ได้จ่ายเงิน" ธันวาเปิดฉากสวนกลับด้วยข้อมูลที่แอบไปสืบทอดมาอย่างเงียบๆ "อ้อ... หน้าตาเขาคงถูกใจคุณมากสินะคะ ถึงได้ยืนยิ้มพิมพ์ใจแถมเสิร์ฟของหวานให้ฟรีแถมเบอร์โทรศัพท์ลงไปในทิชชูด้วย หรือว่านี่คือสุนทรียศาสตร์แบบใหม่ที่คุณคินน์อยากจะเอามาปรับใช้กับร้านเราคะ" บรรยากาศรอบโต๊ะทำงานพลันเงียบกริบลงชั่วขณะ คินน์ชะงักไปนิด รอยยิ้มบนมุมปากแข็งค้างลงไปเสี้ยววินาที ดวงตาที่เคยพราวระยับหรี่แคบลงอย่างใช้ความคิด ก่อนที่ประกายความเจ้าเล่ห์จะวาบขึ้นมาในแววตานั้นอีกครั้ง เชฟหนุ่มไม่ได้แก้ตัวทันที แต่กลับค่อยๆ ืขยับเข้าไปใกล้ร่างโปร่งของสถาปนิกหนุ่มมากขึ้น จนไหล่แทบจะแนบชิดกัน "หืม..." คินน์ลากเสียงยาวในลำคอ ใบหน้าหล่อเหลาโน้มเข้าไปกระซิบชิดใบหูขาวสะอาดที่เริ่มขึ้นสีแดงเรื่ออย่างปิดไม่มิด "นี่คุณธันวา... แอบไปยืนสอดส่อง... ไม่สิ ไปยืน ‘หึง’ ผมถึงหน้าร้านมารึเปล่าคะเนี่ย" "ใครหึงคุณ!" ธันวาโพล่งขึ้นทันที เสียงสูงกว่าปกติเล็กน้อยอย่างคนเสียอาการ ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นอย่างตื่นตระหนกก่อนจะรีบปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยเย็นชาดังเดิม "อย่าสำคัญตัวผิดเลยค่ะคุณคินน์ ฉันแค่เดินตรวจความเรียบร้อยของพื้นที่สาธารณะ แล้วบังเอิญหูมันดันไปได้ยินเสียงคนส่งเสียงดังรบกวนสมาธิการทำงานของฉันต่างหาก" "อ๋อ... เสียงคนส่งเสียงดัง" คินน์ทวนคำด้วยน้ำเสียงลากยาว ชวนหมั่นไส้เสียจนธันวาอยากจะหยิบไม้บรรทัดเหล็กฟาดหัวสักทีสองที "เสียงดังนี่หมายถึงเสียงผมจีบลูกค้า หรือเสียงหัวใจคุณที่มันเต้นดังจนผมได้ยินข้ามโต๊ะมากันแน่คะ หูดีจังเลยนะคะสถาปนิกเนี่ย" "คุณคินน์!" ธันวาตบโต๊ะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ใบหน้าคมคายบึ้งตึงจนแทบจะเป็นเลขแปด แต่เพราะความกะทันหันทำให้ข้อศอกของเขาไปปัดโดนแก้วกาแฟที่วางหมิ่นเหม่บนขอบโต๊ะ น้ำสีดำเข้มกระฉอกออกมาเปื้อนเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตาบริเวณหน้าอกทันที "อุ๊ย!" คินน์อุทานเบาๆ แต่แววตากลับไม่มีความตกใจอยู่เลยแม้แต่น้อย "ให้ตายเถอะ..." ธันวาสบถเบาๆ อย่างหัวเสีย รีบหยิบกระดาษทิชชูบนโต๊ะมาซับรอยเปื้อน แต่ยิ่งเช็ดมันก็ยิ่งเป็นวงกว้างและซึมลึกเข้าไปในเนื้อผ้าบางเบาจนแนบไปกับผิวเนื้อเนียน ในจังหวะที่ธันวากำลังหงุดหงิดกับเสื้อผ้าของตัวเองนั้นเอง มืออุ่นจัดของคินน์ก็เอื้อมเข้ามาคว้าข้อมือเรียวเอาไว้เบาๆ "หยุดมือเถอะค่ะ ยิ่งเช็ดมันก็ยิ่งเลอะนะ" น้ำเสียงของคินน์เปลี่ยนจากโทนหย้าเย้าเป็นจริงจังขึ้นมาวบหนึ่ง ดวงตาคู่คมมองสำรวจรอยเปื้อนบนอกเสื้อของสถาปนิกหนุ่มด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา "ถอดออกเเล้วใส่เสื้อคลุมของผมก่อนดีกว่า เดี๋ยวไม่สบาย" "ไม่ต้องค่ะ! ฉันจัดการเองได้..." ธันวาพยายามสะบัดข้อมือออก แต่คินน์กลับรั้งเอาไว้แน่นกว่าเดิม แรงปะทะจากการยื้อยุดทำให้ร่างทั้งสองร่างขยับเข้าไปใกล้กันจนแทบจะไม่มีช่องว่างระหว่างกลาง ลมหายใจอุ่นร้อนของทั้งคู่เป่ารดกันและกันจนสัมผัสได้ถึงความร้อนผ่าวที่แผ่ซ่านไปทั่วผิวแก้ม คินน์ก้มลงมองคนปากแข็งที่ตอนนี้ริมฝีปากเม้มเข้าหากันแน่น ดวงตาคู่สวยหลบเลี่ยงไม่ยอมสบตาแต่แก้มกลับแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู ความซึนเดระบะที่แสดงออกมาอย่างไม่รู้ตัวนั้นช่างน่าแกล้งจนหัวใจคนมองกระหน่ำรัวแปลกๆ "ปากบอกว่าไม่แคร์ แต่หน้าตากลับฟ้องซะขนาดนี้..." คินน์กระซิบเสียงแผ่วชิดริมฝีปาก ปลายนี้วเรียวจงใจเกลี่ยเบาๆ ที่ข้อมือของธันวา "ตกลงว่าหึงเรื่องหนุ่มลูกครึ่ง หรือหึงที่ผมไม่ได้สนใจคุณกันแน่คะ หือ... คุณสถาปนิก" ธันวานิ่งค้างไป ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อเงยหน้าขึ้นแล้วพบว่าใบหน้าของเชฟหนุ่มอยู่ห่างจากตนเพียงคืบเดียว ดวงตาสีเข้มคู่นั้นพราวระยับด้วยประกายความปรารถนาที่ซ่อนอยู่ใต้รอยยิ้มกวนประสาท หัวใจที่พยายามเต้นให้เป็นจังหวะปกติกลับทรยศด้วยการกระหน่ำรัวราวกับกลองเพล มือเรียวที่ถูกกุมไว้ชะงักค้าง ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันแน่นเตรียมจะอ้าปากเถียงกลับด้วยประโยคเจ็บแสบสักประโยคเพื่อกู้ฟอร์ม แต่ทว่า... *ก๊อกๆๆ!* เสียงเคาะประตูกระจกห้องทำงานดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับบานประตูที่ถูกผลักเปิดออกอย่างถือวิสาสะโดยไม่รอให้อนุญาต ร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มในชุดสูทสากลเนี้ยบกริบก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มกว้าง ดวงตาคมปลาบกวาดมองคนทั้งสองที่ยืนแนบชิดกันอยู่หลังโต๊ะทำงานด้วยแววตาแปลกใจ "ขอโทษที่ขัดจังหวะนะครับ... พอดีผมเอาเอกสารสัญญาล็อตสุดท้ายมาให้ดูตามนัด" ธันวาเบิกตากว้างเมื่อเห็นใบหน้าของผู้มาใหม่ ชายหนุ่มลูกครึ่งคนเดียวกับที่เพิ่งตกเป็นประเด็นสนทนาระหว่างเขากับคินน์เมื่อครู่นี้กำลังยืนยิ้มพราวเสน่ห์อยู่ตรงหน้าประตู พร้อมกับชูแฟ้มเอกสารในมือขึ้นเล็กน้อย และในวินาทีนั้นเอง... คินน์ที่ยังคงยืนประชิดตัวธันวาอยู่ก็แค่นเสียงหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะหันไปสบตากับผู้มาใหม่ด้วยรอยยิ้มที่อ่านไม่ออก ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความซึนที่ชวนใจเต้นรำนี้ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ - หมอกไม้ไผ่
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกสุดเนี้ยบกับเชฟสายอาร์ตในสมรภูมิครัว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%