เสียงหัวoเราะใสๆ ของหญิงสาวในชุดเดรสผ้าไหมสีเอิร์ธโทนดังแทรกผ่านความเงียบงันของห้องอาหาร ระหว่างที่คินน์กำลังก้มลงอธิบายรายละเอียดของเมนูพิเศษสำหรับค่ำคืนนี้ มือเรียวบางที่เต็มไปด้วยเครื่องประดับราคาแพงนั้นเอื้อมไปแตะท่อนแขนใต้เสื้อเชิ้ตพับแขนของเชฟหนุ่มอย่างสนิทสนมเกินกว่าคำว่าลูกค้าทั่วไป
“คินน์ยังจำเมนูโปรดตอนที่เราอยู่ปารีสได้จริงๆ ด้วย... น่ารักไม่เปลี่ยนเลยนะคะ”
ธันวาที่ยืนกอดอกอยู่หลังเคาน์เตอร์บาร์กระจกใส รู้สึกเหมือนมีประจุไฟฟ้าแรงสูงวิ่งพล่านไปตามเส้นประสาทจนปลายเล็บจิกเข้ากับเนื้อแขนตัวเองโดยไม่รู้ตัว ดวงตากลมโตที่ปกติมักจะมองคู่สนทนาด้วยความเรียบเฉียบและเหนือกว่า ตอนนี้กลับหรี่แคบลงจนแทบจะเป็นเส้นตรง รังสีความหงุดหงิดพวยพุ่งออกมาจากร่างสูงโปร่งจนคนรอบข้างสัมผัสได้
สถาปนิกหนุ่มผู้เจ้าระเบียบและเกลียดความวุ่นวายที่สุดในโลก กลับกำลังรู้สึกว่าบรรยากาศรอบตัวมันน่ารำคาญจนหายใจไม่ออก
“ถ้าคุณมֵนูลูกค้าเสร็จแล้ว ช่วยเอาไปเสิร์ฟโต๊ะสามด้วยค่ะ พอดีฉันคิดว่าลูกค้าโต๊ะนั้นคงไม่อยากรอจนรากงอก”
น้ำเสียงหวานที่เจือกระแสความเยียบเย็นเอ่ยแทรกขึ้นกลางวงสนทนา ธันวาก้าวเท้าฉับๆ เข้ามาประชิดตัวคินน์โดยไม่ให้ซุ่มให้เสียง ดวงตาสีเข้มกวาดมองหญิงสาวหัวจรดเท้าด้วยสายตาประเมินค่าที่ไร้ซึ่งมารยาทโดยสิ้นเชิง แต่ใบหน้ากลับประดับด้วยรอยยิ้มทางการค้าที่ปลอมเปลือกที่สุดในสามโลก
คินน์เงยหน้าขึ้นจากจานอาหารในมือ ดวงตาคมกริบไหววูบไปชั่วขณะเมื่อเห็นสันกรามที่ขบเข้าหากันจนนูนขึ้นของคนตัวสูงกว่า เชฟหนุ่มกระตุกยิ้มมุมปากทันที แววตาพราวระยับด้วยความสนุกสนานที่ถูกปิดไม่มิดเมื่อจับสังเกตอาการ ‘หึงแบบไม่เนียน’ ของอีกฝ่ายได้
“อ้าว ธันวา... นี่คุณลินิน ลูกค้าคนสำคัญของร้านเราเองครับ พอดีเราเคยเรียนทำอาหารที่ฝรั่งเศสด้วยกันสมัยก่อน” คินน์จงใจเน้นคำว่า ‘สมัยก่อน’ พร้อมกับปรายตามองท่าทีที่เปลี่ยนไปของสถาปนิกหนุ่ม “ส่วนนี่ธันวา... สถาปนิกมือหนึ่งที่ออก
แบบร้านนี้ให้ผมเองครับ เรียกว่าเป็นคนควบคุมทุกตารางเมตรของที่นี่ก็ว่าได้”
ลินินปรายตามองธันวาด้วยรอยยิ้มที่เคลือบความสงสัยเอาไว้ แต่ก็ยังรักษาท่าทีผู้ดีเก่าเอาไว้ได้เป็นอย่างดี “อ๋อ... สถาปนิกเหรอคะ นึกว่าเป็นหุ้นส่วนหรือคนสนิทเสียอีก เห็นยืนคุมแจไม่ห่างเลย”
คำพูดนั้นจี้เข้าเส้นประสาทของธันวาเข้าอย่างจัง สถาปนิกหนุ่มแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ ดวงตากลมโตฉายแวววาวโรจน์อย่างไม่คิดจะปิดบังความไม่พอใจ
“คนสนิทหรือเปล่าไม่รู้หรอกค่ะ แต่ถ้าคุณลินินอยากรู้ว่าฉันมีสิทธิ์อะไรในร้านนี้บ้าง... ลองถามเชฟคินน์ดูสิคะ ว่าเมื่อคืนเขาเพิ่งขอร้องให้ฉันอยู่ต่อจนดึกดื่นด้วยเรื่องอะไร”
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกกดอุณหภูมิให้ลดลงฮวบฮาบ คินน์ถึงกับชะงัก รอยยิ้มเจ้าเล่ห์เมื่อครู่แข็งค้างไปชั่วขณะ ก่อนที่ดวงตาคู่คมจะฉายประกายระอุขึ้นมาวูบหนึ่ง เชฟหนุ่มไม่ได้แก้ตัวแต่อย่างใด กลับทำเพียงแค่ส่งเสียงหัวเราะในลำคออย่างชอบใจกับความปากกล้าที่ไม่ยอมตกเป็นรองใครของคนตรงหน้า
“ปากเก่งเสียจริงนะเรา” คินน์เอ่ยเสียงทุ้มต่ำ แววตาที่มองธันวานั้นเต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้งที่ทำเอาหัวใจคนฟังกระตุกวูบ “ไหนบอกว่าเกลียดความวุ่นวายไงครับ ทำไมตอนนี้ถึงมายืนทำหน้ายักษ์อยู่กลางครัวของผมล่ะ หื้ม?”
“ฉันไม่ได้ทำหน้ายักษ์ค่ะ! ฉันแค่มารับหน้าที่ตรวจสอบความเรียบร้อยของงานออกแบบตามสัญญาต่างหาก อย่าหลงตัวเองให้มันมากนักเลยเชฟคินน์” ธันวาเชิดหน้าขึ้นเถียงทันควัน พยายามซ่อนความร้อนผ่าวที่ลามเลียขึ้นมาถึงใบหูเอาไว้ด้วยการกอดอกแน่นขึ้น
ลินินที่ยืนอยู่ตรงกลางเริ่มสัมผัสได้ถึงกระแสความตึงเครียดที่เจือกลิ่นอายความสัมพันธ์บางอย่างที่เธอไม่อาจแทรกตัวเข้าไปได้ หญิงสาวจึงหัวเราะกลบเกลื่อนแล้วถอยหลังออกมาก้าวหนึ่ง
“ดูเหมือนฉันจะมารบกวนเวลาทำงานของพวกคุณสินะคะ งั้นเดี๋ยวลินินขอตัวไปรอที่โต๊ะก่อนดีกว่าค่ะ คินน์... อย่าลืมเมนูพิเศษที่คุยกันไว้นะคะ”
ว่าแล้วหญิงสาวก็ส่งสายตาหวานเชื่อมให้เชฟหนุ่มก่อนจะหมุนตัวเดินผละออกไปอย่างสง่างาม ทิ้งให้บรรยากาศระหว่างสถาปนิกหนุ่มกับเชฟจอมกวนกลับมาคุกรุ่นไปด้วยแรงปะทะทางอารมณ์อีกครั้ง
ทันทีที่ลับร่างของลินน์ คินน์ก็วางจานในมือลงบนเคาน์เตอร์เสียงดังสนั่น ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้าประชิดตัวธันวาจนสถาปนิกหนุ่มต้องถอยหลังไปชนกับผนังห้องครัวเย็นเฉียบ มือหนายื่นออกไปทาบกับผนังข้างศีรษะของอีกฝ่าย เป็นการกักตัวไว้ในพื้นที่จำกัดโดยอัตโนมัติ
“ทำหน้าแบบนี้... หึงเหรอครับ?” กระซิบถามด้วยน้ำเสียงทุ้มพร่า ชิดริมใบหูของคนตัวเล็กจนธันวาขนลุกซู่
“ใครหึงคุณ! อย่ามาหลงตัวเองหน่อยเลยเชฟคินน์ ฉันแค่รำคาญเสียงน่าหนวกหูก็เท่านั้น” ธันวาเถียงเสียงแข็ง ใบหน้างามหันหนีไปอีกทางเพื่อหลบสายตาวาววับที่จ้องมองมาอย่างรู้ทัน หัวใจข้างในอกเต้นรัวระรัวจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินมัน
“อ๋อเหรอครับ... แล้วที่พูดประโยคเมื่อกี้ออกไป ตั้งใจจะประกาศความเป็นเจ้าของทางอ้อมหรือเปล่าหึ?” คินน์โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด ปลายจมูกโด่งเกือบจะเฉียดเข้ากับแก้มเนียนที่ขึ้นสีแดงเรื่อโดยไม่รู้ตัว “ประโยคที่บอกว่า... ฉันขอร้องให้คุณอยู่ด้วยจนดึกดื่นเนี่ย... คนอื่นฟังเขาจะเข้าใจไปถึงไหนต่อไหนแล้วนะ ธันวา”
ธันวาหันขวับกลับมาเผชิญหน้า ดวงตากลมโตฉายแววตื่นตระหนกเล็กน้อยเมื่อพบว่าระยะห่างระหว่างใบหน้าของเขากับคินน์นั้นใกล้จนเกินอันตราย ลมหายใจอุ่นๆ ของทั้งคู่ปะปนกันจนแยกไม่ออกว่าใครเป็นเจ้าของ
“คุณมัน... คนฉวยโอกาส!”
“ก็แค่กับคุณคนเดียวนั่นแหละ” คินน์ตอบกลับด้วยรอยยิ้มมุมปากที่ทรงเสน่ห์จนน่าหมั่นไส้ ดวงตาคมกريบมองริมฝีปากที่ขยับเถียงเขาฉอดๆ ก่อนจะเคลื่อนสายตากลับมาสบตาตรงๆ “อีกอย่าง... อดีตคู่หมั้นอะไรนั่น มันเป็นเรื่องของผู้ใหญ่เมื่อหลายปีก่อนที่ถูกยกเลิกไปนานแล้ว ผมไม่เคยสนใจ และไม่เคยคิดจะชายตาแลด้วยซ้ำ... ชัดเจนพอไหมครับ?”
คำสารภาพที่หลุดออกมาอย่างตรงไปตรงมาทำเอาธันวาถึงกับใบ้กิน สมองที่เคยประมวลผลคำพูดได้อย่างรวดเร็วกลับหยุดทำงานไปชั่วขณะ ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความคาดไม่ถึงกับความชัดเจนที่อีกฝ่ายมอบให้แบบไม่มีกั๊ก
ทว่า... ในจังหวะที่หัวใจของธันวากำลังเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะและกำลังจะอ้าปากเอ่ยอะไรบางอย่างออกไป เสียงเคาะกระจกประตูด้านนอกร้านก็ดังขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!
ทั้งคู่สะดุ้งเล็กน้อย คินน์ผละตัวออกห่างจากผนังด้วยความไม่สบอารมณ์ ขณะที่ธันวารีบยกมือขึ้นจัดเสื้อผ้าของตัวเองให้เรียบร้อยอย่างลิบลี้ ทั้งสองหันไปมองยังบานกระจกใสหน้าร้านพร้อมกัน
ร่างสูงโปรغاتของใครบางคนยืนอยู่เบื้องหลังกระจกใส เงาร่างนั้นคุ้นตาจนธันวาต้องขมวดคิ้วมุ่นด้วยความตกใจ ขณะที่คินน์หรี่ตาลงทันทีเมื่อเห็นรอยยิ้มกวนประสาทที่ส่งผ่านมาทางกระจก
ประตูร้านถูกผลักเปิดออกพร้อมกับเสียงทุ้มติดจะขี้เล่นที่ดังลั่นเข้ามาในความเงียบ
“ขอโทษที่มารบกวนเวลาสวีทนะครับ... แต่พอดีผมมีเรื่องด่วนที่ต้องเคลียร์กับ ‘ว่าที่เจ้าของร้าน’ คนนี้หน่อย”
ธันวาหน้าถอดสีทันทีเมื่อเห็นชัดเจนว่าใครยืนอยู่ตรงนั้น ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความระทึกใจ เมื่อบุคคลที่ไม่คาดฝันที่สุดในเวลานี้ก้าวเข้ามาประชิดตัวเขา พร้อมกับยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลมาตรงหน้าโดยไม่สนใจรังสีความหงุดหงิดที่แผ่ออกมาจากตัวเชฟหนุ่มเลยแม้แต่น้อย
ขอบคุณที่อยู่เคียงข้างและเดินทางร่วมกันมาจนถึงตอนนี้เสมอนะคะ
(หมอกไม้ไผ่)
สถาปนิกสุดเนี้ยบกับเชฟสายอาร์ตในสมรภูมิครัว•ตอนที่ 11
ความหึงหวงที่ไม่ตั้งใจ
ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกสุดเนี้ยบกับเชฟสายอาร์ตในสมรภูมิครัว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!