“ถ้าคิดว่าการปรุงอาหารคือการสั่งให้วัตถุดิบทำตามใจสั่งเหมือนที่นายชอบบงการสถาปนิกในไซต์งานล่ะก็... เลิกทำเถอะคินน์ มันน่าสมเพช”
เสียงของธันวาบาดลึกอยู่ในห้องครัวที่เงียบสงัด กลิ่นไหม้จางๆ จากกระทะที่คินน์เพิ่งเหวี่ยงลงอ่างล้างจานยังคงอบอวล คินน์ไม่ได้หันกลับไปมองคนตัวสูงที่ยืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์หินอ่อนอยู่ด้านหลัง แผ่นหลังกว้างของเชฟหนุ่มสั่นไหวน้อยๆ ด้วยความโกรธที่ถูกจี้จุดตาย
“แล้วไอ้การเป็นสถาปนิกที่วัดองศาชีวิตคนอื่นจนไม่เหลือที่ให้ตัวเองหายใจ มันดีกว่าตรงไหนกันครับ คุณธันวา?” คินน์หมุนตัวกลับมา เผชิญหน้ากับดวงตาคมกริบที่มักจะมองเขาด้วยความเหยียดหยามเสมอ “ที่ผมทำ... มันคือศิลปะ แต่นายมันก็แค่หุ่นยนต์ที่ใส่สูท”
ธันวาก้าวเข้ามาใกล้ ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนคินน์สัมผัสได้ถึงไออุ่นและกลิ่นน้ำหอมจางๆ ที่คุ้นเคย มันไม่ใช่การคุกคาม แต่มันคือการเผชิญหน้าแบบตาต่อตา... สถาปนิกหนุ่มยกมือขึ้นกอดอกแน่นกว่าเดิม ก่อนจะแค่นยิ้มที่มุมปาก
“ศิลปะที่ทำให้อาหารจานนั้นรสชาติเหมือนการทะเลาะกันเหรอ?” ธันวากวาดสายตาไปยังจานอาหารที่คินน์เพิ่งทำเสีย “ฉันมาที่นี่เพราะหิว ไม่ได้มาเพื่อดูนายเอาความโกรธมาทำร้ายรสชาติอาหาร”
คินน์หัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน “หิวเหรอ? หิวก็ไปสั่งเดลิเวอรี่สิครับ หรือว่าที่นี่มีกติกาห้ามสั่งอาหารนอกจากคนตรงหน้าจะทำให้?”
“ก็เพราะฉันอยากกิน ‘ฝีมือของนาย’ ถึงได้ถ่อมาถึงนี่ไง”
คำพูดนั้นทำให้คินน์ชะงัก สายตาที่เคยแข็งกร้าวไหววูบไปชั่วขณะ ธันวายังคงรักษาท่าทีเย็นชา ทว่าแววตาที่มองมากลับมีความนัยบางอย่างที่คนปากร้ายอย่างเขาอ่านไม่ออก
ธันวาถอนหายใจพลางเดินไปหยิบผ้ากันเปื้อนที่วางพาดอยู่บนเก้าอี้ ส่งให้คินน์ด้วยท่าทางที่ดูนุ่มนวลลงอย่างเห็นได้ชัด “เลิกประชดประชันสักห้านาทีได้ไหม... ฉันเหนื่อยที่ต้องทะเลาะกับนายแล้ว”
คินน์รับผ้ากันเปื้อนมาถือไว้แน่น ความโกรธที่เคยพุ่งพล่านเริ่มมอดลงเหลือเพียงความอึดอัดที่จุกอยู่ที่อก เขาไม่เคยยอมใคร และยิ่งกับธันวา... ชายที่เขามองว่าเป็นคู่แข่งตัวฉกาจ แต่ทำไมประโยคสั้นๆ เมื่อครู่ถึงทำให้เขารู้สึกเหมือนกำแพงที่สร้างขึ้นมาตลอดหลายเดือนเริ่มพังทลายลง
“ทำอะไรให้กินก็ได้ที่นายอยากกิน” คินน์พึมพำ เปลี่ยนเรื่องเพื่อซ่อนความประหม่า เขาเดินไปเปิดตู้เย็น คว้าวัตถุดิบออกมาด้วยจังหวะที่เริ่มตั้งสติได้
ธันวาไม่ได้เดินไปนั่งที่โต๊ะตามปกติ แต่เขากลับเลือกที่จะยืนพิงเคาน์เตอร์ ดูเชฟหนุ่มที่เขาร้ายใส่มาตลอดเริ่มบรรเลงฝีมือ การเคลื่อนไหวของคินน์ในครัวนั้นแตกต่างจากเวลาที่เขาคุยกับธันวาโดยสิ้นเชิง มันมีความอ่อนช้อย ความหลงใหล และความใส่ใจในทุกรายละเอียดจนธันวาแทบละสายตาไม่ได้
สิบห้านาทีผ่านไปอย่างเงียบเชียบ มีเพียงเสียงตะหลิวกระทบกระทะและเสียงฮัมเพลงเบาๆ ของคินน์ ในที่สุดจานพาสต้าสีสวยก็ถูกวางลงตรงหน้าธันวา มันไม่ใช่เมนูหรูหรา แต่มันคือเมนูง่ายๆ ที่ธันวาเคยบ่นว่าชอบเมื่อตอนที่เราเริ่มรู้จักกันใหม่ๆ
“คำขอโทษ... อยู่ในนั้น” คินน์วางส้อมลงข้างจาน ก่อนจะหันหลังเตรียมเดินหนีไปที่ระเบียง
“เดี๋ยว” ธันวารั้งข้อมือเขาไว้เบาๆ ไม่แน่นจนเจ็บ แต่หนักแน่นพอที่จะทำให้คินน์ต้องหันกลับมา “ชิมก่อนไม่ได้เหรอ?”
“ผมไม่ได้อยากรู้อะไรทั้งนั้น”
“ฉันอยากให้รู้” ธันวาหยิบส้อมขึ้นมา พันเส้นพาสต้าคำเล็กแล้วยื่นไปที่ปากของคนตรงหน้า คินน์เบิกตากว้าง ความดื้อรั้นหายไปเหลือเพียงความตื่นตระหนกที่แฝงด้วยความหวานล้ำ
“ทำอะไรของคุณ... มัน...”
“ชิมสิ” ธันวาคะยั้นคะยอ “ถ้าฝีมือของนายเป็นคำขอโทษ ฉันก็ขอมันด้วยวิธีนี้แหละ”
คินน์ค่อยๆ อ้าปากรับเส้นพาสต้านั้น รสชาติที่กลมกล่อมและเปี่ยมด้วยความใส่ใจทำให้น้ำตาเขารื้นขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว มันไม่ใช่แค่ความอร่อย แต่มันคือการที่เขาได้รับรู้ว่า... ธันวาคนจองหองคนนี้ ไม่เคยลืมรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่เขาเคยพูดเลย
“อร่อยไหม?” ธันวาถาม น้ำเสียงของเขานุ่มทุ้มจนคินน์ใจสั่น
“อร่อย... อร่อยจนน่าหงุดหงิด” คินน์ตอบพลางเบือนหน้าหนี แต่ธันวากลับก้าวเข้าไปประชิดตัว ใช้ปลายนิ้วเช็ดคราบซอสที่มุมปากของคินน์อย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นทำให้ห้องครัวดูเหมือนจะหมุนเคว้ง
“คินน์... ที่ฉันร้ายใส่ เพราะฉันกลัว” ธันวากระซิบ สารภาพสิ่งที่เก็บงำไว้ในใจมานาน “กลัวว่าถ้าทำดีด้วย แล้วนายจะกลายเป็นสิ่งที่ฉันขาดไม่ได้... จนสุดท้ายฉันอาจจะแพ้ให้แก่ความรู้สึกตัวเอง”
คินน์จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของสถาปนิกหนุ่ม ที่นั่นไม่มีความจองหองเหลืออยู่เลย มีเพียงความเปราะบางที่ส่งผ่านมาถึงเขา ความเงียบงันในห้องครัวค่อยๆ เปลี่ยนเป็นความอบอุ่นที่ทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ
แต่ในจังหวะที่คินน์กำลังจะเอ่ยปากตอบ ทันใดนั้น... เสียงเคาะประตูห้องครัวที่ดังรัวผิดจังหวะก็แทรกขึ้นมา ตามด้วยเสียงเปิดประตูที่ดังปัง! พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างคุ้นตาที่ทำให้ทั้งคู่ต้องผละออกจากกันอย่างรวดเร็ว
“พี่คินน์! ผมบอกแล้วไงว่าผมจะมาค้างด้วย คืนนี้ห้ามไล่ผมไปไหนนะ... เอ๊ะ! คุณธันวา?”
คนมาใหม่หยุดกึก สายตาของรุ่นน้องคนสนิทกวาดมองคินน์ที่หน้าแดงก่ำสลับกับธันวาที่ยืนขมวดคิ้วแน่นด้วยความหงุดหงิด บรรยากาศที่กำลังจะหวานล้ำถูกตัดฉับลงในวินาทีนั้นเอง
“นาย... มาทำอะไรที่นี่ตอนนี้!” ธันวาคำรามเสียงต่ำ ขณะที่คินน์หลับตาลงอย่างอ่อนใจ
หวังว่าตอนต่อไปรี้ดจะยังไม่โกรธที่หมอกไม้ไผ่ตัดจบแบบนี้กันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สถาปนิกสุดเนี้ยบกับเชฟสายอาร์ตในสมรภูมิครัว•ตอนที่ 15
คำขอโทษที่ไม่ได้เอ่ย
ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกสุดเนี้ยบกับเชฟสายอาร์ตในสมรภูมิครัว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!