สถาปนิกสุดเนี้ยบกับเชฟสายอาร์ตในสมรภูมิครัว•ตอนที่ 3

รสชาติที่สวนทาง

ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
“ถ้าคิดว่าการออกแบบพื้นที่มันง่ายเหมือนการดีดนิ้ว เชิญชิมจานนี้แล้วหุบปากซะ เชฟคินน์” น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมของธันวาตกลงกลางห้องสตูดิโอที่เงียบงัด ราวกับมีใครเอาใบมีดโกนมาปาดผ่านบรรยากาศตึงเครียด ชายสูงวัยท่าทางภูมิฐานผู้มาใหม่—เชฟใหญ่โตมา กิจขจร ผู้ทรงอิทธิพลระดับโลกในวงการอาหาร—ชะงักฝีเท้าลง ดวงตาคมกริบหลังกรอบแว่นสายตาราคาแพงกวาดมองสถาปนิกหนุ่มผู้เย่อหยิ่ง ก่อนจะเหลือบไปเห็นจานเซรามิกสีดำสนิทตรงหน้า คินน์หน้าเสียไปชั่วขณะ แต่เพียงเสี้ยววินาทีเดียว เจ้าตัวก็ปรับสีหน้าเป็นเรียบเฉย ปรายตามองคนท้าทายด้วยรอยยิ้มเยาะที่มุมปาก รอยยิ้มแบบที่ธันวาอยากจะเดินเข้าไปคว้าคอเสื้อแล้วเขย่าให้หลุดความกวนประสาทออกมาเสียให้เข็ด “ปากเก่งเสียจริง คุณสถาปนิก” คินน์แค่นหัวเราะในลำคอ ก้าวเท้าฉับๆ เข้ามาประชิดโต๊ะทำงานไม้สักที่ตอนนี้กลายเป็นโต๊ะอาหารเฉพาะกิจ “คิดว่าแค่หยิบส้อมมาจิ้มแล้ววิจารณ์เรื่องเส้นสายกับมุมมองตื้นๆ จะเข้าใจรสชาติที่ฉันตั้งใจสื่อสารหรือไง” “ผมเป็นสถาปนิก ไม่ใช่เด็กอนุบาลที่จะดูไม่ออกว่าวัตถุดิบชิ้นไหนถูกวางไว้ผิดทิศทาง” ธันวาโต้กลับทันควัน ดวงตาสีนิลคมกริบไม่หลบสายตา ร่างสูงโปร่งก้าวเข้าไปประชิดอีกนิดจนระยะห่างระหว่างเขากับเชฟหนุ่มเหลือเพียงคืบ กลิ่นหอมจางๆ ของโรสแมรี่ผสมกับกลิ่นฟิล์มสถาปัตยกรรมเฉพาะตัวลอยวนอยู่ในอากาศ “คุณจัดองค์ประกอบของซอสพิวรีกับเนื้อปลาเหมือนตึกที่โครงสร้างเอียงกะเท่เร่ มองจากดาวอังคารยังรู้เลยว่ามันขัดแย้งกันเอง” เชฟโตมาส่งเสียง “ฮึ” ในลำคอเบาๆ เป็นการขัดจังหวะ ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสั่งตัดพิเศษก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะอาหาร ทั้งคินน์และธันวาจึงต้องถอยฉากออกห่างกันโดยปริยาย แม้สายตาจะยังฟาดฟันกันผ่านอากาศอยู่ก็ตาม “น่าสนใจดีนี่” เชฟโตมาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจ “ฉันอุตส่าห์แวะมาตรวจงานกะทันหันเพื่อดูว่า สถาปนิกชื่อดังกับเชฟตัวแสบจะฆ่ากันตายก่อนร้านเปิดหรือยัง ปรากฏว่าพวกเธอกำลังทะเลาะกันเรื่อง ‘สเปซ’ บนจานอาหารอย่างนั้นสินะ” “เขาเริ่มก่อนครับ/ค่ะ... เอ๊ย เริ่มก่อนครับ... ค่ะ” คินน์เผลอหลุดคำพูดตามความคุ้นชิน แต่รีบดึงสติตัวเองกลับมาทันทีเมื่อปะทะเข้ากับสายตาดุๆ ของผู้เป็นอาจารย์และนักลงทุนรายใหญ่ “หมายถึงว่า คุณธันวาเขาไม่เข้าใจศิลปะการจัดวางแบบฟรีสไตล์ต่างหากล่ะค่ะ ท่านอาจารย์” ธันวาเกือบจะหลุดขำกับอาการลนลานชั่วขณะของอีกฝ่าย แต่ก็กลั้นไว้ทัน เขาเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยอย่างไว้ตัว “ศิลปะที่ไร้โครงสร้างรองรับ มันก็เป็นแค่ความยุ่งเหยิงที่จัดวางไม่ถูกที่ คุณคินน์ อาหารของคุณอร่อย แต่มันพังพินาศเพราะการจัดสเปซบนจานเหมือนงานดีไซน์ที่ไม่มีแปลน” “งั้นเหรอ?” เชฟโตมาหรี่ตามองคนทั้งคู่ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปาก “ในเมื่อพวกเธอมีความเห็นไม่ตรงกันเรื่องนี้ งั้นฉันมีข้อเสนอ... คินน์ ถ้าแกมั่นใจว่าจานนี้สมบูรณ์แบบ ให้ธันวาเป็นคนจัดการ ‘รีโนเวท’ มันใหม่ด้วยหลักสถาปัตยกรรมของเขา แล้วให้ฉันเป็นคนตัดสินว่า ระหว่าง ‘รสชาติที่แกตั้งใจ’ กับ ‘พื้นที่ที่เขาจัดวาง’ อันไหนมันทรงพลังกว่ากัน” คินน์หันขวับไปมองหน้าผู้มีพระคุณทันที “อาจารย์ครับ/ค่ะ! จะให้คนหัวโบราณที่รู้เรื่องแต่ตึกรามบ้านช่องมาแตะต้องงานศิลปะของผมได้ยังไง!” “ทำไมจะไม่ได้ล่ะ เชฟคินน์” ธันวาเอ่ยแทรกขึ้นทันที น้ำเสียงนุ่มนวลแต่แฝงความท้าทายแบบตาต่อตาฟันต่อฟัน รอยยิ้มพึงใจระบายบนเรียวปากได้รูป “กลัวเหรอครับ? กลัวว่างานสถาปัตยกรรมบนจานของผมมันจะอร่อยและลงตัวกว่างานอาร์ตเปะปะของคุณจนหาทางลงไม่ถูกหรือไง” คำพูดนั้นสะกิดต่อมทิฐิของเชฟหนุ่มเข้าอย่างจัง คินน์ก้าวเข้ามาประชิดธันวาอีกรอบ ดวงตาสีนิลพราวระยับด้วยเพลิงโทสะและความท้าทาย ใบหน้าอยู่ห่างกันไม่ถึงคืบจนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกัน “ได้... ถ้าโครงสร้างบ้าๆ ของคุณมันทำให้จานนี้รสชาติห่วยแตก คุณต้องยอมรับเงื่อนไขของฉันทุกอย่างในการออกแบบห้องครัวสถานีต่อไป” คินน์กระซิบเสียงลอดไรฟัน ดวงตากลมโตวาวโรจน์ “ตกลง” ธันวาตอบรับทันทีโดยไม่ต้องคิด ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่าย “แต่ถ้ามันออกมาสมบูรณ์แบบจนคุณต้องทึ่ง คุณต้องยอมรับว่า ‘สเปซ’ สำคัญเท่ากับ ‘รสชาติ’ และ... ต้องไปทานข้าวกับผมสองต่อสองโดยไม่มีข้อแม้” คินน์ชะงักไปนิด หัวใจกระตุกวูบอย่างไม่ทราบสาเหตุเมื่อได้ยินข้อเสนอหลัง ประกายตาของสถาปนิกหนุ่มไม่ได้มีความเย่อหยิ่งหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความจริงจังและ... ความหมายบางอย่างที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังความท้าทายนั้น เชฟโตมายืนกอดอกมองเด็กหนุ่มทั้งสองคนด้วยความขบขัน “เอาล่ะ เลิกจ้องตากันราวกับจะกินหัวแล้วเริ่มลงมือซะ ฉันให้เวลาพวกเธอสิบนาที” ธันวาไม่รอช้า เขาถอดสูทตัวนอกพาดไว้กับพนักเก้าอี้ ปลดกระดุมแขนเสื้อขึ้นสองทบ เผยให้เห็นข้อมือแข็งแรงและผิวเนื้อเนียนละเอียด ขณะที่คินน์กอดอกยืนมองด้วยความหมั่นไส้แกมระแวง สถาปนิกหนุ่มหยิบแหนบสเตนเลสสำหรับจัดแต่งอาหารขึ้นมาด้วยความคล่องแคล่วราวกับมันคือดินสอเขียนแบบ นิ้วเรียวยาวหยิบชิ้นเนื้อปลา แซลมอนย่างเกรียมพอดีคำขยับขยับปรับองศาใหม่ ลดความหนาแน่นตรงกลางจานแล้วกระจายพื้นที่ด้านข้างให้เกิดช่องว่างหายใจ— Negative Space ตามหลักการออกแบบที่เขาเชี่ยวชาญ กลิ่นหอมกรุ่นของซอสทรัฟเฟิลตีขึ้นจมูกขณะที่ธันวากำลังบรรจงหยดซอสลงไปเป็นเส้นสายเรขาคณิตที่เฉียบคมแต่พลิ้วไหว ทุกท่วงท่ามีความเด็ดขาดและแม่นยำราวกับกำลังคำนวณโครงสร้างสะพานแขวน แต่กลับแฝงความนุ่มนวลชวนมองอย่างประหลาด คินน์ยืนมองการกระทำนั้นเงียบๆ ความโกรธเคืองเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความประหลาดใจทีละน้อย เมื่อจานอาหารที่เคยดูยุ่งเหยิงในสายตาเขา บัดนี้กลับถูกจัดวางใหม่ให้มีมิติ มีลำดับสายตาในการมอง และที่สำคัญ... มันดึงดูดให้คนอยากเอื้อมมือไปตักชิมมากกว่าเดิมหลายเท่า “เสร็จแล้วครับ/ค่ะ ท่านอาจารย์” ธันวาเองตัวถอยหลังเล็กน้อย ผายมือไปยังจานอาหารที่ผ่านการรีโนเวทสเปซใหม่โดยสถาปนิกมือหนึ่ง เชฟโตมาโน้มตัวลงใช้ส้อมตักชิ้นปลาพร้อมซอสที่จัดระเบียบใหม่เข้าปาก เคี้ยวช้าๆ อย่างพินิจพิเคราะห์ ท่ามกลางความเงียบที่ทุกคนต่างกลั้นหายใจรอฟังคำตัดสิน คินน์เองก็เผลอกลั้นหายใจตามไปด้วยโดยไม่รู้ตัว ดวงตาคู่สวยมองสลับระหว่างหน้าอาจารย์กับใบหน้าคมคายของคนที่ยืนอยู่ข้างๆ เวลาผ่านไปชั่วอึดใจ เชฟโตมาก็กลืนอาหารลงคอแล้วเงยหน้าขึ้น รอยยิ้มพึงพอใจปรากฏบนใบหน้าวัยกลางคน “เยี่ยม... การเปิดพื้นที่ให้ซอสกับเนื้อปลาได้หายใจ ทำให้รสชาติสัมผัสแรกไม่ตีกันจนวุ่นวายเหมือนเดิม คินน์... จานนี้ของแกสมบูรณ์แบบขึ้นร้อยเปอร์เซ็นต์” คินน์เบิกตากว้าง หันขวับไปมองจานอาหารสลับกับธันวาที่ตอนนี้กำลังส่งยิ้มมุมปากให้เขาอย่างผู้ชนะ “ทีนี้...” ธันวาโน้มตัวเข้าไปกระซิบข้างใบหูของเชฟหนุ่มที่ยังยืนอึ้ง น้ำเสียงนุ่มทุ้มเจือความเจ้าเล่ห์จงใจให้ได้ยินกันแค่สองคน “อย่าลืมสัญญาที่เราตกลงกันไว้ล่ะครับ/ค่ะ เชฟคนเก่ง... เย็นนี้เจอกันที่ร้านอาหารอิตาเลียนริมน้ำ” คินน์ยังไม่ทันได้อ้าปากเถียง เชฟโตมาก็ตบโต๊ะเสียงดังเปรอะเพื่อขัดจังหวะสายตาหวานเยิ้มที่ธันวากำลังส่งให้ลูกศิษย์ของตน “เดี๋ยวก่อนธันวา คินน์... ฉันไม่ได้มาแค่ตรวจงานเฉยๆ” เชฟโตมาหันมามองหน้าทั้งคู่ด้วยสีหน้าจริงจังขึ้น “สัปดาห์หน้า จะมีแขกวีไอพีระดับประธานาธิบดีมาเยือนสตูดิโอของเรา และพวกเขามีคำสั่งพิเศษ... ต้องการให้ห้องครัวและอาหารในมื้อนั้นถูกออกแบบร่วมกันโดย ‘สถาปนิกที่เก่งที่สุด’ กับ ‘เชฟที่หยิ่งที่สุด’ ในโปรเจกต์นี้เท่านั้น” ธันวาและคินน์หันขวับมามองหน้ากันทันที ความรู้สึกท้าทายเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความตกใจระคนหวาดหวั่น เพราะนั่นหมายความว่า... พวกเขาต้องติดอยู่ร่วมกันในโปรเจกต์นรกแตกนี้ไปอีกนานโดยไม่มีทางหนีพ้น “และที่สำคัญที่สุด...” เชฟโตมาเว้นจังหวะ เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยก่อนจะทิ้งระเบิดลูกสุดท้ายลงกลางห้อง “แขกพิเศษคนนั้นคือ... คนรักเก่าของคินน์ ที่บินตรงมาจากปารีสเพื่อมาทวงสัญญาบางอย่างคืน” รอยยิ้มเยาะบนใบหน้าของธันวาแข็งค้างลงทันที ขณะที่ดวงตาสีนิลของคินน์เบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก สีหน้าซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อได้ยินชื่อของบุคคลที่กำลังจะก้าวเข้ามาทำลายความสงบสุขทั้งหมดในสมรภูมิครัวแห่งนี้! --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาลิ้มรสความฟินและร่วมลุ้นไปกับความสัมพันธ์ปากร้ายแต่ใจคลั่งรักของคู่กัดคู่นี้ด้วยกันนะคะ!
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกสุดเนี้ยบกับเชฟสายอาร์ตในสมรภูมิครัว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%