เสียงกระดาษปึกใหญ่ที่ถูกกระแทกลงบนโต๊ะทำงานไม้โอ๊คเนื้อแน่นดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องสตูดิโอชั่วคราว กลิ่นหอมจางๆ ของกาแฟอาราบิก้าคั่วเข้มลอยปะปนกับกลิ่นฝุ่นปูนจากการรีโนเวทที่ยังหลงเหลือ แต่บรรยากาศรอบตัวกลับคุกกรุ่นเสียยิ่งกว่าเตาฟืนระดับสิบในห้องครัวของเชฟหนุ่มอารมณ์ศิลปิน
"คุณพูดว่าอะไรนะ... ธันวา"
คินน์ทวนคำ น้ำเสียงราบเรียบจนน่ากลัว ดวงตากลมโตที่ปกติมักพราวระยับด้วยประกายความท้าทาย ตอนนี้กลับหรี่แคบลงจดจ้องร่างสูงสมส่วนของสถาปนิกหนุ่มผู้อยู่ในชุดเชิ้ตพับแขนเผยให้เห็นกล้ามเนื้อแขนสมส่วนและเส้นเลือดปูดโปนยามเจ้าตัวขบกรามแน่น
สถาปนิกหนุ่มผู้เจ้าระเบียบถึงกับถอนหายใจยาวเหยียด เขาเสยผมสีเข้มที่เริ่มยุ่งเหยิงเพราะความเครียดขึ้นลวกๆ ก่อนจะใช้ปลายนิ้วเคาะลงบนแผ่นแปลนฉบับล่าสุดที่เพิ่งปริ้นท์ออกมาสดๆ ร้อนๆ
"ผมบอกว่า... ครัวที่คุณเพิ่งสั่งทุบผนัง ติดตั้งระบบฮูดดูดควันราคาเจ็ดหลัก และปูหินอ่อนนำเข้าจากอิตาลีเมื่อวานนี้ จะต้องถูกรื้อทิ้งทั้งหมดภายในพรุ่งนี้เช้าครับ เพราะทางบริษัทแม่เพิ่งส่งดรอว์อิงโครงสร้างใหม่มาสดๆ ร้อนๆ คานรับน้ำหนักหลักถูกย้ายตำแหน่ง คุณไม่มีทางตั้งเตาฟืนตรงจุดนี้ได้อีกแล้ว คินน์"
คำประกาศนั้นราดน้ำมันลงบนกองไฟที่คุกกรุ่นอยู่แล้วให้ลุกโชนขึ้นมาทันที
คินน์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขันโดยสิ้นเชิง เชฟหนุ่มก้าวเท้าเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานตัวใหญ่ ร่างเพรียวบางแต่เต็มไปด้วยพลังพุ่งเข้าหาอีกฝ่ายอย่างไม่เกรงกลัว ดวงตาคู่สวยตวัดมองหน้าสถาปนิกหนุ่มจอมเผด็จการแบบตาต่อตาฟันต่อฟัน
"ตลกละ ธันวา! คุณเป็นสถาปนิกประจําโครงการนี้ไม่ใช่เหรอ แบบแปลนโครงสร้างตึกเนี่ย มันผ่านมือคุณมากี่รอบแล้ว ทำไมคุณถึงเพิ่งมารู้เอาวันที่ผมตกแต่งห้องครัวเสร็จพอดี หรือว่าสมองส่วนการคำนวณของคุณมันฝ่อไปหมดแล้วตั้งแต่เจอหน้าผมฮะ!"
ธันวาขยับถอยหลังเพียงเล็กน้อยเพื่อเว้นระยะห่าง แต่ดวงตาคมกริบหลังกรอบแว่นสายตาไม่ได้หลบหนีความโกรธเกรี้ยวในแววตาของคนตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย เขากลับมองลึกลงไปในดวงตาสีนิลคู่นั้น มองเห็นความมุ่งมั่น ความหยิ่งทะนง และ... หยาดเหงื่อบางๆ ที่ซึมอยู่ตามไรผมของเชฟหนุ่มจากการทำงานหนักมาทั้งวัน
ให้ตายเถอะ... แม้แต่เวลาโมโหจนหน้าดำหน้าแดง คินน์ก็ยังดูมีเสน่ห์จนน่าหงุดหงิด
"อย่ามาใช้อารมณ์กับผมนะคินน์" ธันวาเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ พยายามรักษามาดนิ่งขรึมของสถาปนิกมืออาชีพเอาไว้ให้ได้มากที่สุด แม้หัวใจข้างในจะเต้นแรงจนแทบทะลุออกมานอกอก "นี่คือคำสั่งจากบอร์ดบริหารระดับสูง พวกเขาต้องการปรับเปลี่ยนพื้นที่ชั้นล่างให้กลายเป็นโซนคอมมูนิตี้อาร์ตแบบเปิดโล่งเพื่อรองรับแขกวีไอพี แปลนเดิมของคุณมันล้าสมัยไปแล้วในมุมมองของนักลงทุน"
"นักลงทุนบ้าบออะไรนั่นเคยเข้ามาเหยียบในครัวสักครั้งไหม! พวกเขาเคยรู้ไหมว่ากว่าผมจะออกแบบสเตชันการทำงานให้เชื่อมโยงกับเตาไฟและเคาน์เตอร์บาร์ได้ลงตัวขนาดนี้ ผมต้องอดหลับอดนอนร่างแบบมากี่คืน!"
คินน์กระแทกมือทั้งสองข้างลงบนโต๊ะทำงาน โน้มตัวเข้ามาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน กลิ่นหอมอ่อนๆ ของสมุนไพรและเครื่องเทศที่ติดตัวเชฟหนุ่มลอยมาแตะจมูกธันวาเต็มๆ มันเป็นกลิ่นที่เขาแอบสูดดมเข้าปอดลึกๆ ทุกครั้งที่อีกฝ่ายเดินตรวจงานในโซนของตัวเอง
"แล้วคุณล่ะธันวา..." เสียงของคินน์อ่อนลงชั่วขณะ แต่แววตากลับสั่นระริกด้วยความเจ็บใจ "เมื่อวานตอนที่คุณยืนดูผมคุมคนงานวางกระเบื้องหินอ่อนด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ... คุณรู้เรื่องนี้อยู่แล้วใช่ไหม คุณรู้ว่ามันจะต้องถูกรื้อ แต่คุณก็ยังปล่อยให้ผมเหนื่อยฟรี ปล่อยให้ผมหัวเราะเหมือนคนโง่ที่ภูมิใจกับห้องครัวที่ไม่มีวันได้ใช้งานเนี่ยนะ!"
คำพูดนั้นทำให้ธันวากลืนไม่เข้าคายไม่ออก
ใช่... เขารู้เรื่องการปรับเปลี่ยนโครงสร้างตึกตั้งแต่วันก่อนแล้ว แต่เพราะความเห็นแก่ตัวชั่ววูบ เขาอยากเห็นรอยยิ้มภาคภูมิใจบนใบหน้าของเชฟปากร้ายคนนี้ อยากเห็นคินน์มีความสุขกับพื้นที่ที่เขาร่วมออกแบบ แม้จะรู้ดีว่ามันเป็นเพียงความสุขชั่วคราวก็ตามที
แต่เขาจะบอกความจริงออกไปได้อย่างไร ว่าตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา เขาจงใจแก้แบบแปลนส่วนอื่นๆ เพื่อยื้อเวลาให้ห้องครัวของคินน์เป็นส่วนสุดท้ายที่จะถูกแตะต้อง เพื่อที่เขาจะได้มีข้ออ้างเดินมาวนเวียนอยู่ใกล้ๆ เชฟคนโปรดได้ทุกวัน
"ผม..." ธันวาอ้าปากจะอธิบาย แต่พยางค์นั้นก็ติดอยู่ที่ลำคอ
"ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น" คินน์สะบัดหน้าหนี ดวงตาสีนิลไหวระริกด้วยความผิดหวังที่ปิดไม่มิด "ผมอุตส่าห์ไว้ใจคุณ คิดว่าอย่างน้อยคุณก็เป็นสถาปนิกที่มีจรรยาบรรณมากพอที่จะไม่หลอกลวงคนทำงานด้วยกัน แต่คุณมันก็แค่... ไอ้คนเผด็จการที่เห็นงานศิลปะของคนอื่นเป็นแค่เศษกระดาษ!"
เชฟหนุ่มหันหลังกลับเตรียมจะเดินหนีออกจากห้องสตูดิโอ ทว่าธันวาไวรัสกว่า เขาสвับขายาวก้าวตามไปคว้าข้อแขนเรียวเอาไว้ทันก่อนที่อีกฝ่ายจะผลักประตูกระจกออกไป
"ปล่อยนะ!" คินน์สะบัดแขนสุดแรง แต่ธันวากลับกระชับมือแน่นขึ้น ออกแรงดึงเบาๆ จนร่างโปร่งเซเข้ามาปะทะกับแผงอกกว้างของเขาอย่างจัง กลิ่นหอมเฉพาะตัวโอบล้อมทั้งคู่ไว้ในพื้นที่แคบๆ ระหว่างโต๊ะทำงานกับบานประตู
"ฟังผมก่อนคินน์" ธันวาโน้มใบหน้าลงกระซิบชิดใบหู เสียงแหบพร่าสั่นเครือเล็กน้อยด้วยความรู้สึกที่อัดแน่นอยู่ข้างใน "ผมไม่ได้อยากให้มันเป็นแบบนี้... และถ้าคุณยอมฟังผมอีกสักนิด ผมมีทางเลือกที่ดีกว่าการทุบมันทิ้งให้คุณ"
คินน์หยุดชะงัก เงยหน้าขึ้นมองสถาปนิกหนุ่มด้วยความไม่ไว้วางใจ แต่ระยะห่างที่ใกล้ชิดจนเกินไปทำให้ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันอย่างชัดเจน หัวใจของทั้งคู่เต้นรัวโคมครามแข่งกับเสียงเครื่องปรับอากาศในห้อง
ดวงตากลมโตฉายแววระแวดระวัง "ทางเลือกอะไรของคุณ... อย่าบอกนะว่าจะให้ผมไปตั้งเตาปิ้งย่างริมระเบียงตึกน่ะ"
ธันวายกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ทำให้ใบหน้าคมคายดูแพรพราวขึ้นเป็นกอง มือข้างที่ไม่ได้จับแขนเรียวเอื้อมไปหยิบดินสอดำบนโต๊ะ มาคั่นกลางระหว่างใบหน้าของเขากับคนตัวเล็ก ก่อนจะโน้มเข้าไปกระซิบประโยคที่ทำเอาคินน์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ
"ทางเลือกที่ดีที่สุด... คือคุณต้องย้ายครัวของคุณมาไว้ที่ 'ห้องเพนท์เฮาส์ส่วนตัว' ของผม ชั้นบนสุดของตึกนี้... ที่ซึ่งไม่มีบอร์ดบริหารหน้าไหนกล้าสั่งรื้อถอนเด็ดขาด"
คินน์ยังไม่ทันได้อ้าปากด่าหรือปฏิเสธคำพูดสุดระห่ำนั้น เสียงเคาะประตูก็จดังขึ้นสามครั้งติดกัน พร้อมกับร่างของหญิงสาวในชุดสูทเนี๊ยบ ผู้จัดการโครงการฝ่ายสื่อสารองค์กรที่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มกว้างโดยไม่รอให้อนุญาต
"คุณธันวาคะ! แขกคนสำคัญของเรามาถึงแล้วค่ะ... ท่านประธานใหญ่จากกลุ่มทุนต่างประเทศ พร้อมกับ... อ้าว เชฟคินน์ก็อยู่ด้วยเหรอคะ ดีเลยค่ะ ท่านประธานอยากเจอตัวเชฟเป็นการส่วนตัวเพื่อแจ้งข่าวดีเรื่องการเซ็นสัญญาเอ็กซ์คลูซีฟโปรเจกต์ค่ะ!"
ธันวาชะงักกึก สีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาทันทีในเสี้ยววินาที เขารีบปล่อยมือจากแขนคินน์แล้วหันไปมองผู้จัดการสาว
"ท่านประธานมาทำอะไรที่นี่ตอนนี้?"
"ก็ท่านเพิ่งบินตรงมาจากปารีสเมื่อเช้านี้น่ะสิคะ และคนที่ท่านอยากพบมากที่สุดเพื่อมอบหมายงานใหญ่... ก็คือคุณพ่อของเชฟคินน์... ที่เพิ่งเดินทางมาเซอร์ไพรส์ลูกชายถึงที่นี่เมื่อกี้ค่ะ!"
คินน์หน้าซีดเผือดลงทันที ดวงตาสีนิลเบิกกว้างด้วยความตกใจระคนหวาดหวั่น ขณะที่ประตูห้องสตูดิโอเปิดกว้างขึ้นเผยให้เห็นร่างของชายสูงวัยท่าทางภูมิฐานผู้ทรงอิทธิพลในวงการอาหารโลก ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเย็นเยียบที่ทำให้สถาปนิกและเชฟหนุ่มถึงกับพูดไม่ออก
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับ "หมอกไม้ไผ่" นะคะ
สถาปนิกสุดเนี้ยบกับเชฟสายอาร์ตในสมรภูมิครัว•ตอนที่ 2
สงครามบนแบบแปลน
ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกสุดเนี้ยบกับเชฟสายอาร์ตในสมรภูมิครัว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!