สถาปนิกสุดเนี้ยบกับเชฟสายอาร์ตในสมรภูมิครัว•ตอนที่ 19

ความสัมพันธ์ที่ไร้ชื่อเรียก

ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
"สวัสดีครับเชฟธันวา... หวังว่าผมจะไม่ได้มาขัดจังหวะเวลาสวีทหวานอะไรกันหรอกนะ?" ประโยคทักทายเจือรอยยิ้มกวนประสาทของ 'ภาคิน' ลูกค้าคนสำคัญและนักลงทุนโปรเจกต์ใหญ่ ลอยเคว้งคว้างอยู่กลางห้องครัวเปิดโล่ง แรงกดดันในอากาศพุ่งปรี๊ดขึ้นทันทีจนแทบวัดระดับได้ ธันวา สถาปนิกหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความนิ่งขรึมและรอยยิ้มเยียบเย็น ขยับตัวถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ แต่ปลายนิ้วที่ยังแตะอยู่ตรงมุมโต๊ะเตรียมอาหารของเขายังคงสั่นระริกเล็กน้อยจากจังหวะการหายใจที่สะดุดไปเมื่อครู่ ให้ตายสิ เกือบไปแล้ว... เกือบจะเผลอคว้าคอเสื้อเชฟหนุ่มปากร้ายตรงหน้าเข้ามาจูบแก้หมั่นไส้ต่อหน้าธารกำนัลเสียแล้ว "ถ้าคุณภาคินรู้ตัวว่ากำลังขัดจังหวะ ก็น่าจะรอให้เคาะประตูก่อนเข้ามารบกวนพื้นที่ส่วนตัวของคนอื่นนะคะ" คินน์ เชฟสายอาร์ตตัวแม่ผู้ไม่เคยเกรงกลัวหน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหน ตอบกลับทันควัน น้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่แฝงความเฉือดเฉือนคมกริบ เจ้าตัวลอยหน้าลอยตาหยิบผ้ากันเปื้อนสีเข้มขึ้นมาเช็ดมืออย่างไม่ยี่ห้อ ทั้งที่ใบหน้าคมคายยังมีร่องรอยความเรื่อแดงจางๆ ฟ้องชัดเจนว่าเมื่อกี้เพิ่งผ่านศึกทางสายตาที่ดุเดือดแค่ไหนกับสถาปนิกหนุ่ม ภาคินหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบกวาดมองคนทั้งคู่สลับไปมาด้วยรอยยิ้มรู้ทัน ความเงียบงันที่เต็มไปด้วยกระแสไฟฟ้าวาบหวามเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยบรรยากาศตึงเครียดแบบผู้ใหญ่จับไต๋ได้ "พื้นที่ส่วนตัวเหรอครับ? แต่เท่าที่ผมเห็นเมื่อกี้ มันดูเหมือนพื้นที่สาธารณะที่ใครๆ ก็เข้ามาร่วมแจมได้มากกว่านะ... ว่าไหมครับคุณธันวา?" ภาคินหันไปเลิกคิ้วใส่สถาปนิกหนุ่มที่ยืนกอดอกตีสีหน้านิ่งสนิทราวกับรูปปั้นหินอ่อน ธันวาปรายตามองผู้มาใหม่ด้วยแววตาเรียաբนิ่งไร้อารมณ์ แต่ในใจกลับนึกอยากจะเอาไม้บรรทัดเหล็กตีมือไอ้คนช่างแซวคนนี้สักที ข้อหาเดินเข้ามาจังหวะนรกได้พอเหมาะพอเจาะเกินไป "ถ้าคุณภาคินว่างมากจนไม่มีอะไรทำ ลองเอาเวลาไปตรวจดูแปลนห้องครัวชั้นสามที่ผมส่งให้เมื่อเช้าดีกว่าค่ะ น่าจะมีประโยชน์กับโปรเจกต์มากกว่ามายืนวิเคราะห์ชีวิตรักของคนอื่น" "โอ้โห เจ็บจี๊ด..." ภาคินทำท่าเอามือทาบอก แกล้งทำเป็นสำลักความตรงไปตรงมาของสถาปนิกจอมเนียบ "นี่ผมหวังดีหรอกนะ เห็นช่วงนี้สถาปนิกกับเชฟตัวยุ่งเขาตัวติดกันเป็นตังเม จนทีมงานคนอื่นเขาเริ่มซุบซิบกันทั้งออฟฟิศแล้วว่า สตูดิโอออกแบบของเรากำลังจะกลายเป็นเรือหออยู่รอมร่อ" คำว่า 'เรือหอ' พุ่งเข้าชนประสาทรับความรู้สึกของคนทั้งคู่เต็มแรง คินน์ชะงักมือที่กำลังจัดจานสลัดทันที ดวงตากลมโตคมกริบตวัดมองสถาปนิกหนุ่มแวบหนึ่ง ก่อนจะแค่นเสียงฮึดฮัดในลำคอ "ใครเขาจะไปตัวติดกัน เลอะเทอะน่าคุณภาคิน ฉันแค่ต้องมาคุมงานดีไซน์เคาน์เตอร์ครัวให้มันใช้งานได้จริง ไม่ใช่สวยแต่รูปจนเชฟทำอาหารไม่ได้เหมือนที่ใครบางคนชอบออกแบบ" "ถ้าคุณคินน์ตั้งใจดูดีไซน์ของผมจริงๆ ป่านนี้คงไม่ต้องมาเถียงกันเรื่องความสูงของเตาไฟหรอกค่ะ" ธันวาโต้กลับทันควัน น้ำเสียงนุ่มแต่เชือดเฉือนไม่แพ้กัน "และอีกอย่าง... เรื่องที่คนอื่นซุบซิบ ก็คงเป็นเพราะพวกเขางานน้อยเกินไปจนมีเวลาว่างสอดเรื่องชาวบ้านสินะคะ" "ปากคอเราะร้ายทั้งคู่สมกันจริงๆ" ภาคินส่ายหัวอย่างระอาปนขบขัน "เอาล่ะๆ ผมไม่ได้มาเพื่อฟังพวกคุณเถียงกันเรื่องงานหรอกนะ แค่จะมาบอกว่าเย็นนี้มีประชุมสรุปแบบรอบสุดท้ายที่ห้องประชุมใหญ่ ขอร้องล่ะครับคุณธันวา ช่วยทำหน้าให้มันมิตรกับมนุษย์หน่อย ส่วนคุณคินน์... เตรียมตัวอธิบายเรื่องระบบระบายอากาศในครัวให้เคลียร์ด้วย เพราะหุ้นส่วนใหญ่เขาซีเรียสเรื่องนี้มาก" พูดจบ ภาคินก็ทิ้งสายตากรุ้มกริบไว้ให้อีกรอบก่อนจะหมุนตัวเดินจากไป ทิ้งให้ความเงียบที่อวลไปด้วยกรุ่นกลิ่นความอึดอัดกลับมาปกคลุมห้องครัวอีกครั้ง คินน์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทรงสูงหน้าเคาน์เตอร์ ยกมือขึ้นเสยผมลวกๆ อย่างหงุดหงิด "ให้ตายสิ น่ารำคาญชะมัด ทำไมใครๆ ก็ต้องจับตามองเราสองคนด้วยเนี่ย" ธันวาเดินเข้าไปใกล้ ร่างสูงโปร่งในชุดสูทเข้ารูปดูเนี้ยบกริบขัดกับบรรยากาศครัวรกร้าง เขาโน้มตัวลงเล็กน้อย ใช้มือข้างหนึ่งค้ำขอบโต๊ะไว้ กักตัวเชฟหนุ่มให้อยู่ในวงแขน สายตาที่มองมาเต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้งที่อ่านไม่ออก "กลัวคนอื่นรู้เหรอคะ... ว่าเรากำลังทำอะไรกันอยู่?" หัวใจของคินน์กระตุกวูบเมื่อใบหน้าหล่อเหลานั้นโน้มเข้ามาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน กลิ่นน้ำหอมเจือจางผสมกับกลิ่นกาแฟจางๆ จากตัวสถาปนิกหนุ่มทำให้สติกระเจิดกระเจิง "ใครกลัวกัน... แค่รำคาญที่พวกชอบสอดเรื่องชาวบ้านต่างหากเล่า ถอยไปเลยนะธันวา คุณนี่มันฉวยโอกาสเก่งเป็นที่หนึ่งจริงๆ" "ฉันยังไม่ได้ทำอะไรเลยสักหน่อย" ธันวาเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ นัยน์ตาคมกริบพราวระยับด้วยประกายความคลั่งรักที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้ภายใต้มาดนิ่ง "หรือที่หงุดหงิด... เพราะเสียดายที่ตะกี้มีคนมาขัดจังหวะเราพอดีกันแน่คะ?" "ไอ้...!" คินน์อ้าปากค้าง หน้าแดงซ่านด้วยความเขินผสมความโกรธที่เถียงไม่ออก มือเรียวเงื้อมขึ้นจะตีไหล่กว้างสักทีข้อหาพูดจาหน้าไม่อาย แต่กลับถูกมือใหญ่ว้ากุมข้อมือไว้เสียก่อน รอยยิ้มมุมปากของสถาปนิกจอมเจ้าเล่ห์ทำให้โลกทั้งใบของเชฟสายอาร์ตปั่นป่วนจนแทบควบคุมตัวเองไม่ได้ แต่ทว่า... ก่อนที่บทสนทนารสแซ่บจะดำเนินไปไกลกว่านั้น เสียงเคาะประตูกระจกบานเลื่อนด้านนอกก็ดังขึ้น "ก๊อกๆ! เชฟคินน์คะ มีพัสดุด่วนส่งถึงคุณค่ะ..." เสียงใสๆ ของพนักงานสาวฝึกงานดังแทรกเข้ามา พร้อมกับร่างบางที่ผลักประตูเข้ามาโดยไม่รอให้เจ้าของบ้านอนุญาต ธันวาผละถอยหลังออกไปยืนตรงอย่างรวดเร็วดุจปฏิกิริยาอัตโนมัติ ใบหน้ากลับมาเรียบตึงราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเมื่อครู่ ส่วนคินน์รีบสะบัดหน้าหนีไปอีกทาง พยายามจัดเสื้อผ้าหน้าผมให้เข้าที่เข้าทางเพื่อกลบเกลื่อนร่องรอยความระส่ำระสายเมื่อกี้ พนักงานสาวกวาดสายตามองคนทั้งคู่ที่ยืนเว้นระยะห่างกันพอสมควรด้วยแววตาแปลกๆ เธอยิ้มแห้งๆ แล้วยื่นซองเอกสารให้ "เอ่อ... ขอโทษที่ขัดจังหวะนะคะ พอดีเห็นประตูไม่ได้ล็อก... แต่ว่านะ... คือว่า..." เธอลากเสียงยาว สายตาเหลือบไปมองคราบแป้งที่ติดอยู่ตรงปกเสื้อของธันวา และรอยแดงจางๆ บนแก้มของคินน์ ก่อนจะหลุดยิ้มกว้างออกมาแบบพยายามกลั้นสุดฤทธิ์ "คือ... ทุกคนข้างนอกเขารอดูกล้องวงจรปิด... เอ๊ย! รอดูปาร์ตี้ฉลองโปรเจกต์เย็นนี้นะคะ เชฟกับคุณธันวา... ต้องไปร่วมงานให้ได้นะคะ!" พูดจบ พนักงานสาวก็รีบหมุนตัววิ่งหนีหายออกไปจากห้องทันที ทิ้งให้คินน์ยืนหน้าเสียดสีแดงก่ำด้วยความอับอายขายหน้า ส่วนธันวาขมวดคิ้วมุ่น นัยน์ตาคมกวาดมองไปทางกล้องวงจรปิดมุมห้องที่กะพริบไฟสีแดงน้อยๆ อยู่เงียบๆ ภาพเหตุการณ์ทุกวินาทีเมื่อครู่... คงถูกบันทึกไว้และส่งตรงถึงหน้าจอของทีมงานนับสิบชีวิตในออฟฟิศเรียบร้อยแล้ว! (ขอบคุณที่ติดตามอ่านกันเสมอนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!)
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกสุดเนี้ยบกับเชฟสายอาร์ตในสมรภูมิครัว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%