“ถ้าคุณยังมองหน้าผมด้วยสายตาแบบนั้นอีกครั้งเดียว ผมจะถือว่าคุณกำลังเรียกร้องความรับผิดชอบในรูปแบบอื่นที่ไม่ใช่เรื่องงานนะคะคุณคินน์”
เสียงทุ้มต่ำที่พยายามดึงให้ราบเรียบที่สุดดังขึ้น ท่ามกลางความชุลมุนของทีมหน้างานที่กำลังวิ่งวุ่นจัดการกับท่อประปารั่วบริเวณมุมบาร์เครื่องดื่ม ธันวาป้องปากกระซิบเตือนด้วยใบหน้าเรียบตึงราวกับแผ่นหินอ่อนที่เขาใช้ปูเคาน์เตอร์ครัว แต่ดวงตาคมกริบหลังกรอบแว่นทรง The Row กลับไหวระริกฟ้องความปั่นป่วนที่เจ้าตัวพยายามกดทับเอาไว้ภายใต้มาดสถาปนิกผู้เย่อหยิ่ง
คินน์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างกวนประสาท เชฟหนุ่มเจ้าของห้องอาหารที่กำลังรีโนเวทใช้ลิ้นดันกระพุ้งแก้มเบาๆ ก่อนจะโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนได้กลิ่นหอมสะอาดจางๆ จากตัวสถาปนิกหนุ่มที่ถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยอัตโนมัติ
“เรียกชื่อผมซะเต็มยศเชียวนะคุณสถาปนิก เมื่อคืนก่อนคุณไม่ได้เรียกผมแบบนี้นี่นา... หรือว่าความจำสั้นจนลืมไปแล้วว่าใครกันแน่ที่เป็นคนดึง—อื้อ!”
ธันวาคว้าสมุดบันทึกเล่มหนาปิดปากคนพูดเอาไว้ทันท่วงที ก่อนที่ประโยคชวนใจสั่นเมื่อยี่สิบสี่ชั่วโมงก่อนจะถูกพ่นออกมาประจานท่ามกลางคนงานนับสิบชีวิต ใบหูของคนเจ้าระเบียบแดงก่ำลามเลียไปจนถึงต้นคอ แม้สีหน้าจะยังคงตีมึนทำเป็นสนใจแปลนพื้นในมือ แต่หัวใจกลับเต้นรัวเร็วจนแทบจะกระโจนออกมานอกอก
ให้ตายเถอะ... นี่เขากำลังเสียฟอร์มให้กับเชฟปากร้ายนี่เป็นรอบที่เท่าไหร่ของสัปดาห์แล้วนะ
นับตั้งแต่เหตุการณ์ ‘กระชับความสัมพันธ์’ ชนิดกะทันหันในห้องเก็บอุปกรณ์เมื่อคืนก่อน ธันวาปฏิญาณกับตัวเองไว้แล้วว่าเขาจะสร้างกำแพงน้ำแข็งกั้นระหว่างเขากับคินน์ให้หนาเตอะเสียยิ่งกว่าผนังคอนกรีตเสริมเหล็ก แต่ดูเหมือนว่าเชฟหนุ่มจอมกวนคนนี้จะมีค้อนลมกรดที่พร้อมจะทุบทำลายกำแพงของเขาทุกครั้งที่สบตา
“ถ้าว่างมากนัก ก็ไปตรวจเช็กสเปกกระเบื้องที่สั่งมาใหม่โน่นค่ะ อย่ามาเดินวนเวียนแถวนี้ งานจะเสร็จไม่ทันกำหนดเปิดร้านอยู่แล้ว” ธันวาปัดมือไล่อย่างไม่ไยดี พร้อมกับหมุนตัวหนีเพื่อตัดบทสนทนาที่ทำเอาเขาหายใจไม่ทั่วท้อง
“ปากแข็งจริงนะคุณ...” คินน์หัวเราะในลำคอเบาๆ น้ำเสียงทุ้มนุ่มเจือความเจ้าเล่ห์ที่ทำเอาสถาปนิกหนุ่มต้องกำหมัดแน่นในกระเป๋าเสื้อกั๊ก “ระวังเถอะ ปากแข็งมากๆ เข้า เดี๋ยวจะหาว่าผมไม่เตือนว่าของแบบนี้มัน ‘อร่อย’ จนติดใจนะ”
ธันวาแกล้งทำเป็นไม่ได้ยิน ขายาวก้าวฉับๆ ออกจากพื้นที่โซนบาร์ตรงดิ่งไปยังโต๊ะทำงานสนามทันที เขาทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้พับอลูมิเนียม สูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติที่กระเจิดกระเจิงให้กลับเข้าร่าง สายตาคมกวาดมองตัวเลขในตาราง Excel บนหน้าจอแท็บเล็ตเพื่อดึงสมาธิกลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริง แต่สมองเจ้ากรรมกลับฉายภาพเหตุการณ์เมื่อคืนซ้ำไปซ้ำมา—สัมผัสอุ่นร้อนจากฝ่ามือหนาที่โอบประคองเอวคอด, ริมฝีปากที่บดเบียดเคล้าคลอด้วยความโหยหา และเสียงกระซิบพร่าพร่าที่บอกว่า *‘นายมันร้ายกว่าที่คิดนะธันวา’*
“โธ่เว้ย!” ธันวาพึมพำกับตัวเองเบาๆ ยกมือขึ้นขยี้ผมทรงสกินเฮดรองทรงต่ำของตัวเองจนยุ่งเหยิง ปกติแล้วเขาคือผู้ควบคุมเกม เป็นคนที่กำหนดทุกรายละเอียดในโปรเจกต์นี้ได้อย่างไร้ที่ติ แต่ทำไมกับผู้ชายที่ชื่อคินน์... เขากลับรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังยืนอยู่บนแผ่นน้ำแข็งบางเฉียบที่พร้อมจะแตกละเอียดได้ทุกเมื่อ
ความเงียบสงบในมุมทำงานส่วนตัวอยู่ได้ไม่นานนัก เมื่อเงาสูงโปร่งของใครบางคนทาบทับลงบนเอกสารตรงหน้า ธันวาเงยหน้าขึ้นด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ แต่คำต่อว่าที่เตรียมจะพ่นใส่ต้องกลืนกลับลงคอไปทันที เมื่อพบว่าคนที่ยืนอยู่ตรงนั้นไม่ใช่หัวหน้าคนงานก่อสร้างอย่างที่คาดคิด
“คุณแม่...?”
หญิงวัยกลางคนในชุดสูทผ้าไหมเข้ารูปดูภูมิฐาน ใบหน้าเรียบเนียนที่ถอดแบบความเนี๊ยบมาจากธันวาไม่มีผิดเพี้ยนกำลังยืนกอดอกมองไปรอบๆ ร้านด้วยสายตาพิจารณา ก่อนที่ดวงตาทรงอำนาจจะหันกลับมามองลูกชายคนโปรดที่ตอนนี้ผุดลุกขึ้นยืนตรงอัตโนมัติราวกับทหารเกณฑ์
“ตกใจอะไรเหรอตาธันวา แม่แค่แวะมาดูความคืบหน้าของโปรเจกต์ที่ลูกทุ่มเทนักทุ่มเทหนา... แล้วกะว่าจะมาเซอร์ไพรส์เสียหน่อย” คุณหญิงกมลวรรณปรายตามองสภาพร้านที่ยังคงมีเศษฝุ่นและเสียงเจาะผนังดังเป็นระยะ ก่อนจะหรี่ตามองลูกชาย “แต่ดูท่าทางลูกชายแม่จะไม่ได้เซอร์ไพรส์เรื่องร้านหรอกมั้ง... หน้าแดงเชียว ไม่สบายหรือเปล่าเนี่ย”
ธันวาเม้มปากแน่น รีบปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว “ผมไม่ได้เป็นอะไรครับคุณแม่... อากาศมันร้อน ฝุ่นมันเยอะน่ะครับ”
“เหロス?” เสียงทุ้มคุ้นหูอีกเสียงดังแทรกขึ้นมาจากด้านหลัง พร้อมกับร่างสูงของเชฟหนุ่มเจ้าของร้านที่เดินถือแก้วกาแฟเย็นเข้ามาพอดี คินน์ส่งยิ้มพดพินให้ผู้มาใหม่ด้วยท่าทางสบายๆ ชนิดที่ธันวาอยากจะเอาแฟ้มข้อมูลฟาดหน้าสักที “สวัสดีครับคุณแม่... อ๋อ ไม่ใช่สิครับ คุณแม่ของสถาปนิกเขา”
ธันวาเบิกตากว้างส่งสัญญาณเตือนด้วยสายตาร้าวฉานที่แทบจะฆ่าคนได้ *ไอบ้าคินน์! เล่นบ้าอะไรของเขาเนี่ย!*
คุณหญิงกมลวรรณชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะหันไปมองหน้าคินน์สลับกับลูกชายตัวเองที่ตอนนี้ยืนตัวเกร็งเป็นหุ่นยนต์ รอยยิ้มมุมปากแบบผู้ใหญ่ที่ผ่านโลกมาเยอะผุดขึ้นช้าๆ พร้อมกับคำถามที่ทำเอาธันวาแทบอยากจะมุดแผ่นดินหนี
“อ๋อ... นี่สินะ เชฟคู่กรณีที่ลูกชายแม่บ่นให้ฟังทางโทรศัพท์ทุกคืนว่า ‘ดื้อด้าน’ นักหนา... หน้าตาดีกว่าที่คิดนี่”
ธันวากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ขณะที่คินน์กลับหัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างชอบใจ ก่อนจะก้าวเข้าไปยืนเคียงข้างสถาปนิกหนุ่มที่ตอนนี้ทำได้แค่อยืนแข็งทื่อเป็นหิน
“ขอบคุณครับคุณแม่... แต่จริงๆ แล้วลูกชายคุณแม่ไม่ได้แค่บ่นหรอกนะครับ” คินน์เหลือบมองคนข้างกายที่พยายามส่งสายตาฆาตกรรมมาให้ ก่อนจะกระซิบประโยคถัดมาด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาธันวาร้อนวูบไปทั้งร่าง “เขาติดใจผมต่างหากล่ะครับ... จริงไหมครับคุณสถาปนิก?”
ธันวาเม้มปากแน่นจนเป็นเส้นตรง สมองประมวลผลไม่ทันว่าควรจะแก้ตัวอย่างไรดีระหว่างความสัมพันธ์อันคลุมเครือนี้ กับการรับมือมารดาจอมจับผิดที่กำลังหรี่ตามองพวกเขาด้วยความสนใจขั้นสุด
----------------------------------------
(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมพลังใจให้กันนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!)
สถาปนิกสุดเนี้ยบกับเชฟสายอาร์ตในสมรภูมิครัว•ตอนที่ 9
ปากแข็งระดับสิบ
ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกสุดเนี้ยบกับเชฟสายอาร์ตในสมรภูมิครัว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!