สถาปนิกสุดเนี้ยบกับเชฟสายอาร์ตในสมรภูมิครัว•ตอนที่ 8

เส้นขนานที่เริ่มบรรจบ

ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
กลิ่นกาแฟดำคั่วเข้มผสมกับกลิ่นอับของไม้เก่าในโกดังโบราณริมน้ำ ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศระหว่างคนสองคนน่าอภิรมย์ขึ้นเลยแม้แต่น้อย ในเมื่อคนหนึ่งกำลังกอดอกจ้องเขม็งราวกับผู้พิพากษา ส่วนอีกคนก็ยืนพิงเสาไม้สักทองด้วยท่าทางยโสไม่แพ้กัน "ถ้าคุณจะยืนทำหน้าเหมือนส้วมตันใส่ผมตลอดการดูงานสามวันนี้ เราขับรถกลับสำนักงานกันตอนนี้เลยดีไหมครับ... อ๊ะ ขอโทษที พอดีผมลืมไปว่าสถาปนิกผู้แสน200%อย่างคุณคงทนเห็นโครงสร้างเบี้ยวๆ นี่ไม่ได้" คินน์ลอยหน้าลอยตาเอ่ยขึ้น รอยยิ้มกวนประสาทที่มุมปากทำเอาเส้นเลือดขมับของธันวาเต้นตุบๆ สถาปนิกหนุ่มก้าวเท้าฉับๆ เข้าไปประชิดตัวเชฟหนุ่มสายอาร์ตจนอีกฝ่ายต้องผถะหลังไปเล็กน้อย แม้ปากจะบอกว่าไม่กลัว แต่ดวงตากลมโตที่ไหวระริกนั้นฟ้องชัดว่ากำลังตื่นตัว "ปากดีแบบนี้ คินน์... เก็บเอาไว้ใช้ตอนคอมเมนต์งานดีไซน์เถอะครับ อย่ามาเปลืองกับผมเลย" ธันวาเอ่ยเสียงต่ำ ใบหน้าคมคายโน้มเข้าไปใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ระยะห่างที่ลดลงอย่างไร้เหตุผลทำให้บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนไปในพริบตา "แล้วที่ผมต้องมาเดินตรวจไซส์งานตากแดดตากลมกับคุณ ก็เพราะโปรเจกต์บ้าๆ ของคุณคนเดียวไม่ใช่เหรอ" "ก็เพราะผมเป็นคนละเอียดรอบคอบไงครับ ถึงต้องลากคุณมาดูสถานที่จริง ไม่อย่างนั้นคุณคงเอาแต่ก้มหน้าก้มตาเขียนแบบในห้องแอร์ โดยไม่สนหรอกว่าฟังก์ชันครัวจริงมันใช้งานนรกแค่ไหน" คินน์เชิดหน้าขึ้นเถียง ไม่ยอมหลบสายตาคมกริบที่มองสำรวจเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคู่คมฉายแววพะวงระคนเอ็นดูอย่างปิดไม่มิด แต่รอยยิ้มที่ส่งให้กลับมีความร้ายกาจซ่อนอยู่ "ละเอียดเหรอครับ? คนที่เกือบทำไฟไหม้ห้องครัวเพราะมัวแต่เถียงเรื่องตำแหน่งเคาน์เตอร์กับผมเมื่อสัปดาห์ก่อนเนี่ยนะ เรียกละเอียด" "วันนั้นมันอุบัติเหตุ!" เชฟหนุ่มหน้าตึงขึ้นมาทันที ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความฮึดฮัด "ถ้าสถาปนิกอย่างคุณไม่เรื่องมากเรื่องทิศทางลม ผมก็ไม่ต้องรีบจนทำซอสราดเตาไหม้หรอก" "เถียงคำไม่ตกฟาก" ธันวาพึมพำ แต่ทว่าน้ำเสียงนั้นไม่ได้มีความโกรธเคืองเจืออยู่เลยสักนิด ตรงกันข้าม... มันกลับเบาลง นุ่มนวลขึ้น จนแทจะกลายเป็นการกระซิบ มือหนายื่นออกไปปัดหยากไย่ที่ติดอยู่บนไหล่กว้างของคนตรงหน้าอย่างถือวิสาสะ คินน์ชะงักไป ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจกับสัมผัสกะทันหัน หัวใจเจ้ากรรมในอกกระตุกวูบอย่างไร้สาเหตุ กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นกระดาษและหมึกพิมพ์แบบที่ธันวาชอบใช้ลอยอบอวลอยู่รอบตัว ลบเลือนกลิ่นอับชื้นของโกดังเก่าไปจนหมดสิ้น "ข...ขอบคุณ" เชฟหนุ่มพึมพำเสียงเบาโดยไม่รู้ตัว ใบเนียนใสขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นสิ่งที่เจ้าตัวเกลียดที่สุดเวลาอยู่ต่อหน้าผู้ชายคนนี้ เพราะมันมักจะทรยศเขาอยู่เรื่อย ธันวาชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อเห็นท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหันของคนปากเก่ง ปกติแล้วคินน์จะต้องสวนกลับด้วยคำพูดจิกกัดเจ็บแสบทุกครั้งไป การที่อีกฝ่ายเงียบและยอมให้เขาสัมผัส... มันทำให้หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอของสถาปนิกหนุ่มเริ่มรวนเร "ถ้าเหนื่อยนัก ก็ไปนั่งพักก่อนครับ" ธันวาเปลี่ยนเรื่อง น้ำเสียงอ่อนลงโดยอัตโนมัติอย่างที่เจ้าตัวก็ห้ามไม่ได้ มือที่เพิ่งปัดไหล่ให้เลื่อนลงมาจับข้อศอกของอีกฝ่ายเบาๆ แล้วออกแรงจูงให้เดินตามไปยังม้าไม้ตัวยาวริมหน้าต่างที่มองเห็นแม่น้ำเจ้าพระยาไหลผ่าน คินน์ไม่ได้ขัดขืน ปล่อยให้อีกฝ่ายจูงไปเงียบๆ ความอุ่นซ่านจากฝ่ามือของธันวาที่ส่งผ่านเนื้อผ้าซึมลึกเข้ามาถึงผิวเนื้อ ทำให้ความรู้สึกประหลาดบางอย่างก่อตัวขึ้นในอก ความเงียบที่เข้าปกคลุมไม่ได้น่าอึดอัดอย่างที่คิด แต่มันกลับเต็มไปด้วยเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน พวกเขานั่งลงเคียงข้างกันบนม้าไม้ตัวเก่า แสงแดดยามบ่ายที่สาดส่องผ่านกระจกบานใหญ่ทาบทับลงบนไหล่ของทั้งคู่ สร้างเงาทอดon the floor เป็นภาพที่ดูอบอุ่นอย่างประหลาด ท่ามกลางความเงียบสงบที่ไม่มีเรื่องงานมาคั่นกลาง "จริงๆ แล้ว..." คินน์เป็นคนทำลายความเงียบขึ้นมาก่อน ดวงตากลมโตมองเหม็นออกไปที่ผืนน้ำระยิบระยับ "ที่คุณยอมตามมาที่นี่... เพราะกลัวผมทำพัง หรือเพราะอะไรกันแน่ครับ คุณธันวา" ธันวาหันไปมองเสี้ยวหน้าของคนข้างๆ ลมหายใจอุ่นๆ ของคินน์เป่ารดอยู่ใกล้แค่นี้ สถาปนิกหนุ่มระบายยิ้มบางๆ ออกมา เป็นรอยยิ้มที่จริงใจที่สุดตั้งแต่รู้จักกันมา ซึ่งทำเอาคนมองถึงกับใจสั่นสะท้าน "ก็เพราะอยากมาเห็นหน้าเชฟปากร้ายแถวนี้ตอนที่ไม่มีใครกวนใจมั้งครับ" ธันวาตอบเสียงนุ่ม แววตาคมกริบทอดมองอีกฝ่ายด้วยความหมายลึกซึ้งที่ไม่อาจปิดบังได้อีกต่อไป คินน์หันขวับกลับมาสบตา ทว่าก่อนที่ริมฝีปากบางจะได้อ้าเถียงอะไรออกไป เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงตะโกนเรียกดังลั่นจากทางประตูด้านหน้าโกดังก็ทำลายบรรยากาศสีชมพูลงอย่างไม่ใยดี "คุณธันวาครับ! แย่แล้วครับ แบบแปลนที่ส่งมาเมื่อเช้าเกิดปัญหาใหญ่แล้วครับ!" ธันวาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดระคนตกใจ เขาหันไปมองหน้าคินน์ที่ตอนนี้กลับมามีสีหน้าตื่นตระหนกไม่แพ้กัน ก่อนที่สถาปนิกหนุ่มจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูงและหันกลับไปเผชิญหน้ากับลูกน้องที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา... ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความละมุนปนความแซ่บของทั้งคู่ในตอนนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกสุดเนี้ยบกับเชฟสายอาร์ตในสมรภูมิครัว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%