สถาปนิกสุดเนี้ยบกับเชฟสายอาร์ตในสมรภูมิครัว•ตอนที่ 23

พายุใหญ่กำลังเข้า

ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
"ลบรูปซะ แล้วไสหัวไปก่อนที่ฉันจะหมดความอดทน" เสียงของคินน์ไม่ได้ดัง แต่มันเย็นเยียบและเฉียบคมราวกับใบมีดที่เพิ่งผ่านการลับจนขึ้นเงา เชฟหนุ่มก้าวเท้าขนาบข้างธันวาโดยอัตโนมัติ ร่างโปร่งในชุดเสื้อเชิร์ตพับแขนไม่ได้ถอยร่นแม้แต่เซนติเมตรเดียว ดวงตาเรียวรีคมกริบจ้องมองบุคคลตรงหน้าด้วยประกายไฟที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่างเป็นจุล แสงไฟจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือในมือของ 'มีอา' ส่องกระทบใบหน้าเฉี่ยวคมของเธอยามที่เธอยกยิ้มมุมปาก ทายาทสาวแห่งกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์คู่แข่งกำลังยืนกอดอกพิงเสาคอนกรีตด้วยท่าทางสบายอกสบายใจ ภาพถ่ายบนหน้าจอเมื่อครู่—วินาทีที่ริมฝีปากของธันวาเกือบจะแตะคลอเคลียอยู่กับกรอบหน้าของคินน์—ถูกตรึงไว้ราวกับเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญในคดีฆาตกรรม "อุ๊ย ใจเย็นก่อนสิคะคุณเชฟ..." มีอาหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่แหลมเล็กบาดหูในความเงียบของลานจอดรถชั้นใต้ดิน "ฉันไม่ได้ตั้งใจจะมาเป็นก้างขวางคอความรักกุ๊กกิ๊กของพวกคุณหรอกนะคะ เพียงแต่บังเอิญเดินผ่านมา... แล้วบังเอิญเห็นว่าภาพนี้น่ะ มันน่าสนใจเกินกว่าจะเก็บไว้ดูคนเดียว" ธันวาขยับตัวเล็กน้อย สถาปนิกหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความใจเย็นและมาดเนี้ยบแทบจะกินไม่ได้นอนไม่หลับในยามนี้ ใบหน้าคมคายตึงเครียดขึ้นจนสันรามขึ้นเป็นนสันชัด แม้เมื่อครู่หัวใจของเขาจะเต้นรำด้วยจังหวะบ้าคลั่งจากความใกล้ชิด แต่ในวินาทีนี้ อะดรีนาลีนในตัวกลับพุ่งพล่านด้วยสัญชาตญาณนักสู้ "คุณต้องการอะไร มีอา" ธันวาเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ ดวงตาคู่คมจ้องเขม็ง "เรื่องแบบนี้มันไม่ตลกเลยสักนิด และถ้าคุณคิดจะเอาภาพนี้ไปเล่นสกปรกอะไรกับโปรเจกต์ 'The Atrium' ล่ะก็... คุณคิดผิดมหันต์" "แหม คุณธันวานี่รู้ทันตลอดเลยนะคะ สมแล้วที่เป็นสถาปนิกมือหนึ่งที่บริษัทใหญ่ไว้วางใจ" มีาก้าวเท้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด กลิ่นน้ำหอมราคาแพงลอยมาปะทะจมูก "แต่ก็นั่นแหละค่ะ... โปรเจกต์ร่วมทุนระหว่างคุณกับเชฟปากร้ายคนนี้ มันกำลังจะเปิดตัวในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี่แล้วไม่ใช่เหรอคะ? ลองจินตนาการดูสิคะว่า ถ้าภาพนี้หลุดไปถึงมือนิตยสารซุบซิบ หรือบอร์ดบริหารรุ่นใหญ่ที่หัวโบราณคร่ำครึ... ข่าวฉาวเรื่องชู้สาวในที่ทำงาน แถมยังเป็นเรื่องความสัมพันธ์ข้ามสายงานที่ผิดฝาผิดตัว... มันจะสั่นคลอนความน่าเชื่อถือของบริษัทคุณได้มากแค่ไหน" "คุณกล้าดียังไง..." คินน์ก้าวสวนขึ้นไปทันที แรงอารมณ์ศิลปินในตัวพุ่งพล่านจนน่ากลัว เชฟหนุ่มกระชากเสียงต่ำ "อยากได้เงินเท่าไหร่ก็ว่ามา หรือว่าสมองกลวงๆ ของคุณมันคิดได้แค่วิธีสกปรกๆ แบบนี้ในการชนะคู่แข่ง?" มีาหุบยิ้มทันที แววตาคู่คมวาวโรจน์ขึ้นด้วยความไม่พอใจที่ถูกจี้จุด แต่เธอก็ยังคงรักษาอาการเย่อหยิ่งไว้ได้เป็นอย่างดี เธอยกโทรศัพท์ขึ้นระดับสายตา "ปากเก่งไม่เบานี่คะ สมคำร่ำลือ... แต่เสียดายจังที่ความปากเก่งของคุณมันช่วยกู้ชื่อเสียงของร้านอาหารในเครือโปรเจกต์ไม่ได้หรอกค่ะ ถ้าวันเปิดตัวจริง ลูกค้าและนักลงทุนเห็นว่าเชฟหลักของงานมีข่าวฉาวเรื่องพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม... คิดเหรอคะว่ากระแสจะดีเหมือนตอนพรีเซนต์?" มีากวาดสายตามองทั้งสองคนด้วยความสมเพช "ฉันให้เวลาพวกคุณถึงเที่ยงคืนพรุ่งนี้ ถอนตัวจากโปรเจกต์ซะ แล้วฉันจะลบรูปนี้ทิ้งต่อหน้า... ไม่อย่างนั้น เตรียมตัวรับมือกับพายุใหญ่ที่พวกคุณไม่มีวันตั้งรับทันได้เลยค่ะ" พูดจบ มีาก็หมุนตัวเดินนินทาพร้อมเสียงหัวเราะคิกคักลับหายไปในความมืดของลานจอดรถ ทิ้งให้ธันวาและคินน์ยืนอยู่ท่ามกลางบรรยากาศที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ เสียงเครื่องยนต์รถยนต์คันอื่นที่ขับผ่านไปไกลๆ ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ธันวากัดกรามแน่นจนกล้ามเนื้อขากรรไกรนูนเด่น เขาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อควบคุมสติที่กำลังเตลิดเปิดเปิง ก่อนจะหันมามองคนข้างกาย "ไอ้เชฟ..." ธันวาเอยเสียงแหบพร่า "ไม่ต้องมาทำหน้าแบบนั้นเลยนะธันวา!" คินน์หันขวับมาสวนกลับทันควัน ดวงตารื้นไปด้วยความโกรธจัดที่ถูกข่มขู่ "นายคิดว่าฉันกลัวเหรอ? อยากปล่อยก็ปล่อยสิ ฉันทำอาหารด้วยฝีมือ ไม่ได้ใช้หน้าตาหรือความสัมพันธ์บ้าบออะไรมาหาแดก!" "ฉันรู้ว่านายเก่ง!" ธันวาเผลอตะคอกกลับด้วยความหงุดหงิดที่ผสมปนเปกับความเป็นห่วง มือหนาคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนของคินน์แล้วดึงให้หันมาเผชิญหน้ากันตรงๆ "แต่นายกำลังไม่เข้าใจปัญหานะคินน์! พวกมันไม่ได้เล่นแค่เรื่องส่วนตัว แต่มันกำลังจะทำลายหยาดเหงื่อทุกหยดที่เราช่วยกันสร้างมาตลอดหลายเดือนนี้!" คินน์ชะงักไปเล็กน้อยยามที่สบเข้ากับดวงตาคู่คมที่ฉายแววกังวลอย่างปิดไม่มิด ความโกรธที่เคยพุ่งพล่านเมื่อครู่สะดุดลงชั่วขณะเมื่อสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นและแรงบีบที่กระชับแน่นตรงต้นแขน แม้ปากจะร้ายกาจใส่กันตลอดเวลา แต่ในยามวิกฤตแบบนี้ ธันวาไม่เคยคิดจะผลักภาระให้เขาแบกรับไว้คนเดียวเลย เชฟหนุ่มเม้มริมฝีปากแน่น ความเย่อหยิ่งดื้อดึงในแววตาลดลงเหลือเพียงความลังเลที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความแข็งกร้าว "แล้ว... นายจะทำยังไง?" คินน์ถามเสียงเบาลงโดยไม่รู้ตัว ความโกรธเปลี่ยนเป็นความอึดอัดที่หน่วงอยู่ในอก "ปล่อยให้มันแบล็กเมลเราแค่นี้เหรอ?" "หึ..." ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ แววตาที่เคยตึงเครียดเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นประกายความเจ้าเล่ห์และเด็ดเดี่ยวที่ทำเอาคินน์ถึงกับใจกระตุก "คนอย่างธันวา ไม่มีทางยอมก้มหัวให้ใครหน้าไหนทั้งนั้นแหละ... โดยเฉพาะกับยัยนั่น" "หมายความว่าไง?" "กลับขึ้นห้องไปก่อนเถอะค่ะเชฟ..." ธันวาเปลี่ยนสรรพนามและน้ำเสียงกลับมาเป็นโหมดเจ้าเล่ห์แกมบังคับทันที พร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่จุดประกายความหมั่นไส้ในใจคินน์ได้เป็นอย่างดี "คืนนี้ฉันมีงานต้องทำ... งานใหญ่ที่จะทำให้ยัยมีาต้องมาคุกเข่าขอร้องเราทีหลัง" คินน์หรี่ตามองอย่างไม่ไว้วางใจ "นายคิดจะทำบ้าอะไรอีกธันวา?" "ทำในสิ่งที่สถาปนิกเก่งๆ เขาทำกันเวลามีคนมารื้อแปลนบ้านของเราไงล่ะคะ" ธันวาโน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบชิดริมหูของเชฟหนุ่ม จนคินน์เผลอหดคอหนีด้วยความจั๊กจี้และกลิ่นหอมสะอาดจากตัวอีกฝ่าย "เชื่อใจฉันสิคะคนสวย... รับรองว่างานนี้ มีคนได้น้ำตาตกในแน่" "ใครคนสวยวะไอ้คุณสถาปนิก!" คินน์ยกกำปั้นขึ้นทำท่าจะชก แต่ธันวาไวกว่าคว้าข้อมือนั้นไว้แล้วดึงเข้ามาแนบอกอย่างรวดเร็ว กลิ่นอายความอบอุ่นและปลอดภัยที่ฉาบด้วยความกวนประสาททำให้เชฟหนุ่มเผลอใจเต้นแรงขึ้นมาอีกรอบอย่างห้ามไม่อยู่ แต่ก่อนที่ทั้งคู่จะได้ต่อปากต่อคำกันมากกว่านั้น เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือของธันวาก็ดังขึ้นทำลายจังหวะ *ติ๊ง!* ธันวาละสายตาจากใบหน้าหวานที่กำลังบึ้งตึงนิดหน่อย หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู หน้าจอแสดงข้อความจากบุคคลที่ไม่คาดฝัน—ลูกค้ารายใหญ่ที่สุดของโปรเจกต์ 'The Atrium' ที่เพิ่งบินกลับมาจากต่างประเทศ สถาปนิกหนุ่มก้มลงมองข้อความนั้น ดวงตาคู่คมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ ก่อนที่รอยยิ้มเย็นเยียบจะปรากฏขึ้นบนมุมปาก "มีเรื่องสนุกกว่าที่เราคิดแล้วล่ะ..." ธันวาพึมพำเบาๆ พลางหันมามองหน้าคินน์ "อะไรอีก?" คินน์ขมวดคิ้ว ธันวาไม่ได้ตอบทันที เขายื่นหน้าจอโทรศัพท์ให้คินน์ดู ปรากฏว่าเป็นข้อความนัดหมายด่วนที่สุดจากประธานกรรมการบริษัทผู้ทรงอิทธิพล พร้อมกับข้อความสั้นๆ ที่ทำเอาคินน์ต้องสูดปากด้วยความตกใจ— *[ธันวา... ฉันได้ยินข่าวลือเรื่องโปรเจกต์ของคุณกับเชฟคินน์แล้วพรุ่งนี้เช้าแปดโมงตรง มาพบฉันที่ห้องประชุมใหญ่... พร้อมกับความจริงทั้งหมด]* ธันวาเงยหน้าขึ้นสบตากันกับคินน์ ท่ามกลางความเงียบของลานจอดรถที่ดูเหมือนจะมีเงาร่างปริศนาเคลื่อนไหวอยู่ไกลออกไป... ขอบคุณที่ติดตามอ่านและเป็นกำลังใจให้กันเสมอนะคะ!
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกสุดเนี้ยบกับเชฟสายอาร์ตในสมรภูมิครัว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%