สถาปนิกสุดเนี้ยบกับเชฟสายอาร์ตในสมรภูมิครัว•ตอนที่ 24

ความเชื่อใจในวันที่วิกฤต

ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
แสงไฟแฟลชจากโทรศัพท์มือถือและสำนักข่าวออนไลน์สาดวาบเข้าใส่หน้าประหนึ่งฝูงไฮยีน่าที่รุมทึ้งเหยื่อ กลิ่นอายความอัปยศที่ถูกสร้างขึ้นโดยฝีมือใครบางคนคละคลุ้งไปทั่วห้องโถงใหญ่ของภัตตาคาร "คุณคินน์คะ ในฐานะเชฟใหญ่ของร้าน คุณจะอธิบายเรื่องวัตถุดิบปนเปื้อนสารเคมีล็อตนี้ยังไงคะ หรือตั้งใจจะทำลายชื่อเสียงวงการอาหารฟิวชั่นกันแน่!" เสียงไมโครโฟนจี้ติดปาก พร้อมคำถามเชิงปรักปรำที่ถูกตระเตรียมมาอย่างดิบดี คินน์ยืนนิ่งอยู่หลังเคาน์เตอร์ครัวเปิดโล่ง ร่างโปร่งในชุดเชฟสีขาวสะอาดตาไม่ได้สั่นเทาแม้แต่น้อย นัยน์ตาสีเข้มฉายแววเย็นชาและดุดัน มองหน้าบรรดานักข่าวไร้จรรยาบรรณพวกนั้นด้วยรอยยิ้มหยันที่มุมปาก เขาไม่ได้ทำ... และเขาจะไม่ยอมก้มหัวให้ข้อกล่าวหาทุเรศๆ พวกนี้แน่นอน "ถ้าจะหัดยัดข้อหา ช่วยกรุณาทำการบ้านมาให้ดีกว่านี้หน่อยนะคะ สารเคมีที่พวกคุณอ้างว่าเจอในซอสทรัฟเฟิล มันเป็นสารชนิดเดียวกับที่ใช้ล้างท่อระบายน้ำในครัวตึกฝั่งตรงข้าม... ซึ่งถ้าสมองอันน้อยนิดของคนที่อยู่เบื้องหลังข่าวนี้ยังพอคิดได้ ก็คงรู้ว่ามันไม่มีทางปะปนเข้ามาในอาหารของฉันได้เลย ยกเว้นเสียแต่ว่าจะมี 'หมาลอบกัด' แอบเข้ามาเททิ้งไว้ตอนดึก" คำพูดเชือดเฉือน ปากคอเราะร้ายตามสไตล์เชฟหนุ่มผู้ไม่เคยเกรงกลัวใคร ทำให้บรรดานักข่าวชะงักไปชั่วขณะ แต่ความอลหม่านก็กลับมาปะทุขึ้นอีกครั้งเมื่อมีเสียงตะโกนผสมโรงขึ้นจากด้านหลัง "ปากดีจริงนะเชฟคินน์! หลักฐานคาตาขนาดนี้ยังจะกล้าปฏิเสธ หน้าด้านเกินไปแล้วมั้ง!" คินน์หรี่ตามองบุคคลที่พยายามปั่นกระแส เขาจำได้แม่นว่าไอ้หน้าตัวเมียคนนี้คือเด็กเส้นของกลุ่มทุนคู่แข่งที่พยายามฮุบที่ดินตั้งร้านของเขามานานนับเดือน มือเรียวใต้ร่มผ้ากำแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ความโดดเดี่ยวในสมรภูมิที่ถูกรุมกินโต๊ะนี้ทำให้เขารู้สึกถึงรสชาติฝาดเฝื่อนในลำคอ... เป็นครั้งแรกที่ความมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ของเชฟหนุ่มเริ่มมีรอยร้าว ทว่า... ก่อนที่สถานการณ์จะบานปลายไปมากกว่านั้น ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสั่งตัดเนี้ยบกริบแต่ยับยู่ยี่เล็กน้อยจากการเร่งรีบเดินทาง ก็ก้าวฝ่าฝ่าวงล้อมของนักข่าวเข้ามาด้วยท่าทีสง่างามและทรงพลัง ธันวากวาดสายตาคมกริบมองกลุ่มคนตรงหน้าด้วยรังสีอำมหิตที่ทำเอาทุกคนถึงกับหุบปากฉับโดยไม่ต้องเอ่ยคำขู่ สถาปนิกหนุ่มผู้รักความสมบูรณ์แบบและหวงของยิ่งกว่าจงอางหวงไข่ ก้าวขึ้นมายืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับเชฟคนเก่งทันที ระยะห่างระหว่างเขากลืนหายไปจนไหล่ชนกัน เป็นการประกาศจุดยืนอย่างชัดเจนต่อหน้าสาธารณชน "เชิญพูดใหม่ให้ดังๆ อีกทีซิครับ... ใครหน้าด้านนะ?" เสียงทุ้มต่ำแต่เย็นเยียบจนน่าขนลุกเอ่ยขึ้น ท่ามกลางความเงียบสงบที่ถูกกดทับด้วยอำนาจการกดดันระดับโปร "คุณ... คุณธันวา สถาปนิกโครงการรีโนเวทนี่ครับ เกี่ยวอะไรด้วย หรือว่ารู้เห็นเป็นใจกับเรื่องฉาวนี้-" "ผมเป็นคนออกแบบโครงสร้างร้านนี้ทุกตารางนิ้ว และผมรู้ดีว่าระบบความปลอดภัยของที่นี่แน่นหนาระดับไหน" ธันวาตัดบทด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด นัยน์ตาคมกริบราวกับใบมีดกวาดมองหน้าผู้กล่าวหาทีละคนอย่างเหยียดหยาม "ส่วนเรื่องสารเคมีบ้าบออะไรนั่น ถ้าสมองพวกคุณมีรอยหยักมากพอที่จะใช้ความคิดสักนิด ก็ควรจะรู้ว่ากล้องวงจรปิดทุกตัวในตึกนี้เชื่อมต่อกับระบบสมองกลที่ผมเขียนโปรแกรมควบคุมไว้เอง... และไฟล์ภาพต้นฉบับที่บันทึก 'หน้ากาก' ของคนที่แอบย่องเข้ามาในครัวเมื่อคืนนี้..." ธันวาหยุดเว้นจังหวะ ปรายตามองเศษสวะสังคมพวกนั้นด้วยรอยยิ้มเยาะที่ชวนให้รู้สึกหนสันหลังวาบ "...ตอนนี้ถูกส่งตรงถึงมือตำรวจกองปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีเรียบร้อยแล้วครับ เตรียมตัวรับหมายศาลข้อหาหมิ่นประมาทและร่วมกันทำลายชื่อเสียงทางธุรกิจได้เลย... หวังว่าเงินค่าจ้างกระจอกๆ จะคุ้มกับค่าทนายนะคะ" เสียงฮือฮาดังขึ้นระลอกใหญ่ บรรดานักข่าวที่เมื่อครู่ยังฮึกเหิมเริ่มหน้าซีดเผือด ถอยกรูดออกไปทีละคนเมื่อรู้ตัวว่ากำลังเตะตอเข้าให้แล้ว ความวุ่นวายสลายตัวไปอย่างรวดเร็วราวกับกลุ่มควัน เหลือเพียงความเงียบสงบที่โรยตัวลงบนพื้นที่ครัวเปิดโล่งแห่งนี้อีกครั้ง คินน์หันไปมองคนข้างกาย นัยน์ตาสีเข้มไหวระริกด้วยความรู้สึกที่เจ้าตัวก็ยากจะอธิบาย ปกติแล้วเขาเป็นคนจัดการปัญหาด้วยตัวเองมาตลอด ไม่เคยต้องพึ่งพาใคร และไม่เคยคิดว่าจะมีใครกล้าเอาชื่อเสียงระดับประเทศของบริษัทสถาปนิกชื่อดังมาเสี่ยงโรมรอนเคียงข้างเขาในสถานการณ์ที่หมิ่นเหม่ต่อความล่มจมเช่นนี้ "นาย... บ้าหรือเปล่าธันวา" คินน์เอ่ยเสียงเบา ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับลาดไหล่ของอีกฝ่าย "รู้ตัวไหมว่าถ้าหลักฐานของนายเกิดผิดพลาดขึ้นมา บริษัทของนายจะโดนหางเลขไปด้วยนะ โครงการใหญ่ที่กำลังประมูลอยู่หลุดมือแน่" ธันวาหันขวับมามองคนปากเก่งแต่แววตากำลังไหววุ่น สถาปนิกหนุ่มถอนหายใจยาวด้วยความหมั่นไส้ ก่อนจะยื่นมือไปฉวยข้อมือบางมาบีบเบาๆ เป็นการลงโทษกลายๆ "คิดว่าผมเป็นใครกันครับเชฟ... คนอย่างธันวาไม่เคยทำอะไรโดยไม่มีแผนสำรอง และที่สำคัญที่สุด..." ธันวาโน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบชิดริมฝีปากอิ่ม จนลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่บนพวงแก้มใส "ต่อให้โปรเจกต์ร้อยล้านนั่นจะพังพินาศ ผมก็ไม่มีวันยอมให้ใครมาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของคนที่ผม... คลั่งรัก เป็นอันขาด" คำว่า 'คลั่งรัก' ถูกพ่นออกมาด้วยน้ำเสียงแหบพร่าและจริงจังจนหัวใจของเชฟหนุ่มกระตุกวูบ เลือดในกายสูบฉีดจนร้อนผ่าวขึ้นมาบนใบหน้าอย่างห้ามไม่อยู่ คินน์เม้มปากแน่น พยายามจะหาคำพูดกวนประสาทมากลบเกลื่อนความเขินอายที่ตีรวนขึ้นมาในอก แต่ยังไม่ทันจะได้อ้าปากเถียง หน้าจอโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของธันวาก็สั่นครืดขึ้นมาพร้อมกับเสียงแจ้งเตือนข้อความด่วน สถาปนิกหนุ่มก้มลงมองหน้าจอเพียงแวบเดียว รอยยิ้มพึงพอใจก็ระบายขึ้นบนใบหน้าคมคาย ทว่าในขณะเดียวกัน แววตาคู่คมก็ฉายประกายความเยือกเย็นออกมาอย่างน่ากลัว "มีอะไร..." คินน์ถามเสียงแผ่ว รู้สึกได้ถึงบรรยากาศรอบตัวที่เปลี่ยนไปฉับพลัน ธันวาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา รอยยิ้มมุมปากขยายกว้างขึ้น แต่มันไม่ได้ไปถึงดวงตาเลยแม้แต่น้อย "คนที่อยู่เบื้องหลังไม่ใช่แค่คู่แข่งทางธุรกิจธรรมดาแล้วล่ะครับ..." ธันวาเอ่ยเสียงเรียบ แต่ทุกคำทรงพลังพอที่จะทำให้บรรยากาศรอบตัวหนาทึบขึ้นมาทันที "แต่เป็น... คนใกล้ตัวที่คุณไว้ใจที่สุดต่างหาก ที่เพิ่งกดโอนเงินก้อนโตเข้าบัญชีของไอ้เด็กเส้นเมื่อกี้" คินน์ชะงักกึก ลมหายใจสะดุดกレイในอก นัยน์เบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจระคนไม่อยากเชื่อ เมื่อภาพใบหน้าของใครบางคนผุดขึ้นมาในหัวท่ามกลางความมืดมิดของวิกฤตครั้งใหม่ที่กำลังจะซัดเข้าใส่พวกเขาแบบไม่ทันตั้งตัว... ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "หมอกไม้ไผ่" มาโดยตลอดนะคะ!
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกสุดเนี้ยบกับเชฟสายอาร์ตในสมรภูมิครัว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%