สถาปนิกสุดเนี้ยบกับเชฟสายอาร์ตในสมรภูมิครัว•ตอนที่ 6

กลิ่นอายความวุ่นวาย

ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
“ถ้าคานตรงนั้นทรุดลงมาอีกเซนติเมตรเดียว อาหารมื้อแรกในร้านคุณคินน์คงได้กลายเป็นพิธีศพหมู่รอบกองไฟแล้วค่ะ!” เสียงตะโกนโหลกเหลกของวิศวกรหน้าตาตื่นยังคงก้องสะท้อนอยู่ในโสตประสาทของธันวา ยิ่งนึกถึงเหตุการณ์เมื่อห้านาทีที่แล้วที่เพดานยิปซั่มโซนครัวเปิดเกิดลั่นเปรี๊ยะราวกับกิ่งไม้แห้งหัก สถาปนิกหนุ่มผู้เนี้ยบกริบในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนก็แทบอยากจะคว้าหมวกกันน็อคฟาดหัวตัวเองให้รู้แล้วรู้รอด บรรยากาศสีชมพูกำลังจะก่อตัวขึ้นแท้ๆ ระหว่างเขากับเชฟหนุ่มปากจัด ดันโดนโครงสร้างห่วยๆ ของตึกเก่าแก่ตบหน้าฉาดใหญ่เข้าเสียก่อน “ไม่ต้องมาทำหน้าเครียดเป็นตูดหมึกหรอกค่ะคุณธันวา เชิญทางนี้หน่อยเถอะ หน้างานกำลังจะกลายเป็นสระว่ายน้ำย่อมๆ อยู่แล้ว” เสียงหอบเหนื่อยเจือความเยาะหยันนิดๆ ดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของคินน์ เชฟหนุ่มเจ้าของร้านอาหารฟิวชั่นที่ตอนนี้สภาพไม่เหลือคราบความเนี๊ยบ เส้นผมสีเข้มชื้นเหงื่อลู่ปรกหน้าผาก เสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนจนเห็นท่อนแขนเรียวที่มีรอยเปื้อนคราบปูนขาวเล็กน้อย เจ้าตัวไม่ได้มีท่าทีตื่นตระหนกตกใจกับเหตุการณ์ระทึกขวัญเมื่อครู่เลยแม้แต่น้อย กลับยืนกอดอกพิงวงกบประตูด้วยสีหน้าท้าทายตามประสาคนอารมณ์ศิลปินที่ผ่านสมรภูมิความยุ่งเหยิงมาโชกโชน ธันวาถอนหายใจเฮือกใหญ่ ปัดฝุ่นผงยิปซั่มออกจากไหล่เสื้อด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะก้าวยาวๆ เข้าไปในโซนครัวที่ตอนนี้กลายเป็นสนามรบขนาดย่อม ท่อน้ำทิ้งหลักที่เดินลอยไว้ชั่วคราวเกิดรอยปริแตก น้ำสีขุ่นข้นไหลนองเจิ่งนิ่งบนพื้นกระเบื้องยางที่เพิ่งปูเสร็จหมาดๆ กลิ่นอับชื้นผสมกลิ่นปูนผสมเสร็จตีรวนขึ้นจมูกจนน่าเวียนหัว “ผมบอกคุณแล้วว่าให้เปลี่ยนข้อต่อพีวีซีเป็นทองเหลืองตั้งแต่สัปดาห์ก่อน คุณก็ดึงเชงบอกว่าเปลืองงบ ตอนนี้เป็นไงล่ะครับ น้ำรั่วจนซับสเตรทใต้พื้นพองหมดแล้วมั้ง” ธันวาเปิดฉากบ่นทันที น้ำเสียงเจือความดุแบบมืออาชีพที่ต้องคอยตามเช็ดตามล้างความดื้อรั้นของลูกค้า “อ้าว! นี่คุณสถาปนิกปากจัด จะมาโทษกันโต้งๆ แบบนี้ไม่ได้นะคะ” คินน์ดีดตัวออกจากวงกบประตู เดินเข้ามาประชิดตัวด้วยความเร็วไม่แพ้กัน ดวงตากลมโตฉายแวววาวโรจน์อย่างไม่ยอมแพ้ “งบประมาณมันมีขีดจำกัดค่ะคุณธันวา ฉันไม่ได้พิมพ์แบงค์เองในห้องครัวนะ ถึงจะได้เอาเงินไปละลายกับอุปกรณ์เกรดพรีเมียมทุกจุด อีกอย่าง... คนที่ออกแบบระบบท่อตรงนี้ให้มันหักมุมองศาประหลาดๆ จนรับแรงดันไม่ไหว ก็คือคุณไม่ใช่เหรอคะ?” ธันวาชะงักไปนิด มุมปากกระตุกขึ้นอย่างนึกหมั่นไส้ในความปากเก่งของอีกฝ่าย เขาก้าวเข้าไปประชิดจนระยะห่างระหว่างกันเหลือเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นหอมจางๆ ของเบอร์กาม็อทจากตัวเชฟหนุ่มลอยปะปนกับกลิ่นฝุ่นปูนอย่างประหลาด “ระบบท่อมันถูกต้องตามหลักวิศวกรรมทุกประการครับคุณเชฟ แต่ที่มันรั่วเพราะแรงดันจากวาล์วหลักที่คุณไปหมุนเล่นตอนตรวจงานเมื่อวานต่างหาก อย่ามาโบ้ยความผิดให้งานดีไซน์ของผมหน่อยเลย” “ฉันแค่หมุนดูว่ามันปิดสนิทไหม! ใครจะไปรู้ว่าสถาปนิกแถวนี้จะใช้ท่อง่อยๆ มาแปะหลอกตาชาวบ้านเขา” คินน์เชิดหน้าขึ้นเถียงฉอดๆ ไม่มีทีท่าว่าจะเกรงกลัวรังสีความดุที่แผ่ออกมาจากร่างสูงเลยแม้แต่น้อย ริมฝีปากบางเฉียบขยับต่อว่าด้วยความเร็วที่ทำเอาคนฟังแทบจับใจความไม่ทัน ในสถานการณ์ปกติ ธันวาคงเลือกที่จะเถียงกลับด้วยหลักการทางสถาปัตยกรรมยาวเหยียดจนอีกฝ่ายอ้าปากค้าง แต่วินาทีนี้ เสียงน้ำที่ยังคงซึมออกจากรอยแตกดังหยดติ๋งๆ ประกอบกับโครงสร้างฝ้าเพดานที่เริ่มส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอาร์ดเตือนสติว่านี่ไม่ใช่เวลามาต่อปากต่อคำเรื่องไร้สาระ “โอเคๆ ยอมแพ้ครับ หยุดเถียงแล้วช่วยผมก่อนที่เพดานนี่จะหล่นลงมาทับหัวเราสองคนกลายเป็นปาท่องโก๋อบปูน” ธันวาตัดบทด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงนิดหน่อยอย่างจำยอม มือหนาคว้าข้อมือของคินน์ไว้โดยสัญชาตญาณเพื่อดึงให้ถอยห่างจากจุดที่น้ำกำลังเจิ่งนิ่ง คินน์ชะงักไปเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงความอุ่นร้อนจากมือหนาที่กุมข้อมือตนเองไว้แน่น แม้จะเป็นการจับด้วยความรีบร้อนและหวังความปลอดภัย แต่มันก็ทำเอาหัวใจดวงน้อยที่เต้นเป็นจังหวะร็อคแอนด์โรลอยู่แล้วกระหน่ำรัวหนักขึ้นไปอีก เชฟหนุ่มรีบดึงมือกลับทันที ทำทีเป็นจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่เพื่อกลบเกลื่อนความวูบไหวแปลกๆ ในอก “แล้วจะให้ฉันทำอะไรคะ คุณสถาปนิกผู้รอบรู้” คินน์ถามเสียงห้วน กลบเกลื่อนความประหม่าด้วยการเชิดหน้าขึ้นอีกครั้ง “หยิบประแจเลื่อนในกล่องเครื่องมือสีแดงตรงนั้นให้หน่อยครับ แล้วก็หาถังเปล่ามาสักใบ น้ำกำลังจะทะลักล้นบัวพื้นแล้ว” ธันวาไม่รอช้า ร่างสูงย่อตัวลงคุกเข่าข้างหนึ่งลงบนพื้นปูนที่เปียกชื้น เสื้อเชิ้ตสีอ่อนเปื้อนคราบน้ำแต่เขาไม่สนใจแม้แต่น้อย มือหนาจัดการคว้าเทปพันเกลียวและคีมล็อคที่พกติดกระเป๋าเครื่องมือประจำตัวออกมาอย่างคล่องแคล่ว ท่วงท่าการทำงานจริงจัง เด็ดขาด และเต็มไปด้วยความมั่นใจของสถาปนิกหนุ่ม ทำให้คนที่ยืนมองอยู่ถึงกับเผลอกลั้นหายใจไปชั่วขณะ คินน์รีบก้มลงหยิบถังพลาสติกสีดำใบใหญ่ส่งให้ พร้อมกับยื่นประแจเลื่อนส่งไปให้อย่างรู้หน้าที่ บรรยากาศการปะทะฝีปากเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความเงียบที่มีเพียงเสียงลมหายใจและเสียงหยดน้ำ แต่กลับเต็มไปด้วยความร่วมมือที่เข้าขาอย่างน่าประหลาด “ขยับไปทางซ้ายหน่อยครับ แสงตรงนี้ไม่พอ” ธันวาเอ่ยสั่งเสียงเข้มขณะที่กำลังพยายามมุดตัวเข้าไปใต้เคาน์เตอร์บาร์ปูนที่แคบและมืด “เรื่องมากจริง...” คินน์บ่นอุบอิบ แต่ก็ยอมขยับตัวเข้าไปใกล้ ย่อกายลงนั่งยองๆ ข้างๆ เพื่อถือไฟฉายส่องนำทางให้ มือเรียวถือไฟฉายส่องนิ่งไปยังจุดที่ท่อแตก แม้ระยะห่างจะแคบจนไหล่ของทั้งคู่เบียดกันจนแนบชิด แต่ไม่มีใครเอ่ยทักท้วงเรื่องนั้น กลิ่นน้ำหอมจางๆ จากตัวคินน์ลอยเข้าจมูกธันวาอีกครั้งท่ามกลางกลิ่นอับชื้นของไซต์งาน สถาปนิกหนุ่มเหลือบสายตาขึ้นมองเสี้ยวหน้าของเชฟตัวแสบที่ตอนนี้กำลังตั้งอกตั้งใจมองรอยต่อของท่อด้วยความกังวล ดวงตากลมโตคู่นั้นไม่มีแววหยิ่งผยองเหมือนเวลาเถียงกัน แต่มันกลับสะท้อนความมุ่งมั่นและความรักในพื้นที่แห่งนี้ออกมาอย่างชัดเจน... พื้นที่ที่พวกเขากำลังช่วยกันสร้างมันขึ้นมาด้วยหยาดเหงื่อ “มองอะไรคะ หน้าฉันมีคราบปูนติดอยู่หรือไง” คินน์หันขวับมาสบตาในระยะประชิด ทำเอาธันวาเกือบสะดุ้ง ปลายจมูกของทั้งคู่เกือบจะชนกันอยู่รอมร่อในความมืดใต้เคาน์เตอร์ “เปล่าครับ แค่กำลังคิดว่า... เวลาคุณไม่ปากจัดเนี่ย ก็น่ามองกว่าที่คิดนะครับ” ธันวาแกล้งกระซิบเสียงทุ้มต่ำ แววตาล้อเลียนประกายระยิบระยับในความสลัว “คุณธันวา! นี่มันสถานการณ์ฉุกเฉินนะคะ ยังมีอารมณ์มาหยอดอีกเหรอ!” คินน์หน้าแดงแจ๋ขึ้นมาทันทีโดยไม่ต้องพึ่งแสงไฟ มือเรียวผลักไหล่กว้างของอีกฝ่ายเบาๆ ด้วยความหมั่นไส้ แต่ธันวากลับคว้าข้อมือนั้นไว้ทัน พร้อมกับหัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างอารมณ์ดี “ก็คนมันเครียดนี่ครับ ต้องหาทางผ่อนคลายซะหน่อย... เอาล่ะ จับประแจให้แน่นนะ ผมจะขันน็อตตัวนี้แล้ว ถ้าพลาดเราได้เปียกปอนกันทั้งคู่แน่” คินน์กัดริมฝีปากล่างเบาๆ ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กายแม้ว่าตัวจะเปียกชื้นไปด้วยน้ำ เชฟหนุ่มพยักหน้ารับเงียบๆ สองมือช่วยกันประคองท่อและขันเกลียวตามคำสั่งอย่างรู้ใจ เคมีที่เคยขัดEขัดแย้งกลายเป็นการประสานงานที่สมบูรณ์แบบราวกับซ้อมมาเป็นอย่างดี ผ่านไปสิบนาทีที่ยาวนานราวกับสชั่วโมง ในที่สุดรอยรั่วก็ถูกปิดตายด้วยเทปพันเกลียวและข้อต่อฉุกเฉิน ธันวาถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก ก่อนจะขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูงพร้อมกับดึงคินน์ให้ลุกขึ้นตามมาด้วย “เรียบร้อย รอดตายไปหนึ่งวัน” ธันวาเอ่ยพร้อมกับใช้หลังมือปาดเหงื่อที่หน้าผาก รอยยิ้มบางๆ ที่มุมปากดูอบอุ่นจนคนมองใจกระตุก คินน์กวาดสายตามองผลงานตรงหน้า น้ำหยุดรั่วแล้ว พื้นที่แห้งลง และโครงสร้างรอบข้างยังคงปลอดภัย เชฟหนุ่มพ่นลมหายใจออกยาวเหยียด ยอมรับในใจลึกๆ ว่าต่อให้สถาปนิกคนนี้จะปากจัดและกวนประสาทแค่ไหน แต่เรื่องฝีมือและความรับผิดชอบในยิกวิกฤต... ไว้ใจได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ “ก็... ทำได้ไม่เลวร้ายเท่าไหร่ค่ะ สำหรับสถาปนิกตกยุคอย่างคุณ” คินน์ยังคงไม่วายหยิกกัดตามนิสัยปากแข็ง ธันวาหัวเราะในลำคอ ก้าวเข้าไปประชิดตัวเชฟหนุ่มที่ยังยืนถือไฟฉายค้างไว้ ดวงตาคมกริบมองลึกเข้าไปในดวงตากลมโตคู่นั้นอย่างมีความหมาย ระยะห่างที่ลดลงทำให้บรรยากาศรอบตัวกลับมาร้อนÌลุ่มอีกครั้ง แม้จะมีคราบปูนและกลิ่นฝุ่นลอยวนอยู่รอบตัวก็ตาม “ปากเก่งจังนะครับ เมื่อกี้ใครนะที่เกือบจะร้องไห้เพราะท่อแตก” “ฉันเนี่ยนะจะร้องไห้! ฝันไปเถอะค่ะคุณธันวา คนอย่างคินน์ไม่มีทาง—” ประโยคปฏิเสธเสียงแข็งถูกกลืนหายไปในลำคอทันที เมื่อจู่ๆ ธันวา2ก็โน้มใบหน้าลงมาประทับริมฝีปากลงบนกลีบปากบางอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด เป็นสัมผัสที่อบอุ่น หนักแน่น และแฝงไปด้วยความคลั่งรักที่เก็บงำไว้ไม่มิดท่ามกลางความวุ่นวายของไซต์งาน คินน์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ สมองขาวโพลนไปหมด ชั่วขณะหนึ่งเขาเผลอเผยริมฝีปากออกด้วยความงุนงง เปิดทางให้ลิ้นร้อนแทรกเข้ามาทักทายตักตวงความหวานอย่างเอาแต่ใจโดยไม่มีทีท่าว่าจะยอมปล่อยให้ตั้งตัว หัวใจเต้นรัวแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เสียงรอบข้างไม่ว่าจะเป็นเสียงหยดน้ำหรือเสียงลมต่างเลือนหายไปสิ้น เหลือเพียงสัมผัสร้อนแรงที่ทำเอาเข่าแทบทรุด ธันวาผละริมฝีปากออกมาช้าๆ อย่างอ้อยอิ่ง ปลายจมูกยังคงคลอเคลียอยู่ข้างแก้มเนียนที่ตอนนี้แดงก่ำลามไปจนถึงใบหู ดวงตาคมทอดมองด้วยความรู้สึกที่ล้นปรี่จนยากจะปิดบัง “ถือเป็นค่าแรงในการซ่อมท่อก็แล้วกันนะครับ” สถาปนิกหนุ่มกระซิบเสียงพร่าข้างใบหู คินน์ยกมือขึ้นแตะริมฝีปากตัวเองที่บวมเจ่อเล็กน้อย สมองกำลังจะประมวลผลเพื่อเอ่ยปากด่ากราดกลับไปสักชุดใหญ่ แต่ยังไม่ทันที่คำพูดเผ็ดร้อนจะหลุดจากเรียวปาก... เสียงตบมือดังแปะๆ พร้อมกับเสียงทุ้มคุ้นหูของบุคคลที่สามก็ดังแทรกเข้ามาขัดจังหวะจากทางประตูด้านหน้าทันที “โอ้โห... ภาพวาดสถาปนิกซ่อมท่อกับเชฟคนสวยนี่มันโรแมนติกกว่าในซีรีส์อีกนะครับเนี่ย... ขัดจังหวะสวีทกันหรือเปล่าครับเนี่ย พอดีผมมีเรื่องด่วนต้องรายงาน...” ธันวาและคินน์สะดุ้งสุดตัว ผละออกจากกันอย่างรวดเร็วราวกับโดนไฟช็อต สถาปนิกหนุ่มตวัดสายตาคมกริบหันไปมองผู้มาใหม่ด้วยความหงุดหงิดถึงขีดสุด ขณะที่คินน์รีบยกมือขึ้นเสยผมกลบเกลื่อนความเขินอายหน้าแดงก่ำ และเมื่อเงาของบุคคลที่สามก้าวพ้นแสงไฟสลัวเข้ามาในโซนครัว ธันวาก็ต้องขมวดคิ้วมุ่นด้วยความแปลกใจระคนตระหนก เมื่อเห็นใบหน้าของคนที่ยืนยิ้มกริ่มถือแฟ้มเอกสารอยู่ตรงนั้น... คนที่ไม่ควรจะมาโผล่อยู่ที่ไซต์งานนี้ในเวลานี้เด็ดขาด! — ติดตามตอนต่อไป — ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมความละมุนเข้มข้นไปด้วยกันนะคะ!
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกสุดเนี้ยบกับเชฟสายอาร์ตในสมรภูมิครัว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%