สถาปนิกสุดเนี้ยบกับเชฟสายอาร์ตในสมรภูมิครัว•ตอนที่ 21

เป้าหมายที่แท้จริง

ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
"ถ้าคุณยังยืนกรานจะวางเตาอบตรงนั้น ฉันจะรื้อผนังฝั่งนี้ทิ้งแล้วทำเป็นสวนหย่อมให้คุณปลูกต้นไม้อะไรก็ได้ตามใจชอบ ยกเว้นโรสแมรี่" เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจของธันวาตวัดขึ้นกลางความเงียบของไซต์งานก่อสร้างยามดึก แสงไฟนีออนชั่วคราวสาดส่องลงบนโครงสร้างคอนกรีตเปลือยเปล่าที่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ กลิ่นอายของฝุ่นปูนและสีทาใหม่ๆ คละคลุ้งอยู่ในอากาศ แต่สิ่งที่ร้อนระอุยิ่งกว่าอุณหภูมิรอบตัว กลับเป็นสายตาคู่คมที่กำลังจ้องเขม็งไปยังเชฟหนุ่มตัวแสบ คินน์กอดอกพิงเคาน์เตอร์ครัวปูนเปลือยที่เขาเป็นคนออกแบบฟังก์ชันการใช้งานด้วยตัวเอง ดวงตาเรียวรีพราวระยับด้วยประกายความดื้อรั้น ริมฝีปากบางเฉียบยกยิ้มมุมปากอย่างเย้ายวน กวนประสาท และท้าทายในเวลาเดียวกัน "ทำไมล่ะคุณสถาปนิก... กลัวว่ากลิ่นโรสแมรี่มันจะไปรบกวนสมาธิเวลาที่คุณนั่งมองหน้าฉัน หรือกลัวว่ามันจะหอมเกินกว่าจะหักห้ามใจไม่ให้เดินมาจุ๊บฉันกลางกองแปลนก่อสร้างกันแน่คะ" คำพูดกวนประสาทนั้นแลกมาด้วยการที่ธันวาพ่นลมหายใจออกทางจมูกอย่างแรง เขาส้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวอีกฝ่ายด้วยความเร็วที่ทำให้อีกฝ่ายถอยหลังไปชนขอบเคาน์เตอร์โดยอัตโนมัติ ฝ่ามือใหญ่ข้างหนึ่งวางทับลงบนพื้นผิวปูนเย็นเฉียบกั้นทางหนี ขณะที่มืออีกข้างเอื้อมไปปัดเศษฝุ่นสีขาวออกจากกลุ่มผมนุ่มของเชฟหนุ่มอย่างเบามือ—เป็นการกระทำที่ขัดแย้งกับแววตาดุๆ โดยสิ้นเชิง "ปากดีแบบนี้ คืนนี้คงต้องโดนทำโทษด้วยการนั่งแก้แบบแปลนครัวใหม่ตั้งแต่หน้าแรกจนถึงหน้าสุดท้าย" ธันวาโน้มใบหน้าลงกระซิบชิดริมหู ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอขาวผ่องจนอีกฝ่ายต้องย่นคอหนีด้วยความจั๊กจี้ แต่รอยยิ้มท้าทายบนใบหน้าของคินน์กลับไม่ลดน้อยลงเลย "เชิญเลยค่ะคุณธันวา หน้าแปลนครัวน่ะฉันแก้ได้ไม่มีปัญหา แต่ถ้าคุณยังดื้อดึงเรื่องตำแหน่งเตาอบล่ะก็ ระวังจะได้นอนนอกห้องประชุมโปรเจกต์นี้นะคะ" บรรยากาศระหว่างทั้งสองคนไม่ได้อบอวลไปด้วยความตึงเครียดของการทำงานอีกต่อไปแล้ว มันคือสนามอารมณ์ที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดประหลาด แรงดึงดูดที่ผลักดันให้พวกเขากัดกัน เจ็บใส่กัน และในขณะเดียวกันก็เสพติดการมีอยู่ของกันและกันอย่างไร้ทางหลีกเลี่ยง ธันวาจ้องมองริมฝีปากที่ยังคงขยับเถียงฉอดๆ ไม่หยุดนั้น ความรู้สึกบางอย่างที่สะสมมาตลอดหลายเดือนของการร่วมงานค่อยๆ ชัดเจนขึ้นในอก มันไม่ใช่แค่เรื่องของโปรเจกต์ร้านอาหารมูลค่าพันล้าน ไม่ใช่แค่การเอาชนะกันในเรื่องดีไซน์หรือรสชาติอาหาร แต่มันคือการตระหนักรู้ที่หนักแน่นยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด เขากำลังสร้างพื้นที่... ไม่ใช่แค่พื้นที่สำหรับให้คินน์ทำอาหาร แต่เป็นพื้นที่สำหรับอนาคตที่เขามีชื่อของอีกคนอยู่ในทุกตารางเมตร "คินน์..." เสียงของธันวาเปลี่ยนโทนลงโดยสิ้นเชิง ความเกรี้ยวกราดเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงความจริงจังที่ลึกซึ้งจนคนฟังถึงกับชะงัก เชฟหนุ่มกะพริบตาปริบๆ เล็กน้อยเมื่อเห็นแววตาที่เปลี่ยนไปของสถาปนิกหนุ่ม "อะ...อะไร อยู่ๆ ก็ทำเสียงจริงจัง ขนลุกหมดแล้วนะคุณ" "เราไม่ได้แค่กำลังสร้างร้านอาหารนะ" ธันวาพูดเบาๆ แต่ชัดถ้อยชัดคำ ดวงตาคมกริบมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวย "ที่คุณยืนเถียงผมอยู่ตรงนี้ ที่ผมกำลังสั่งรื้อกำแพงเพื่อเอาใจคุณ... สิ่งที่เรากำลังทำอยู่ มันคือการสร้างอนาคตของเราต่างหาก" ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจและเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามอยู่ในอก คินน์เม้มริมฝีปากแน่น ความรู้สึกอุ่นวาบแล่นพล่านขึ้นมาจนขอบตาร้อนผ่าว แต่วิสัยของเชฟตัวแซ่บ ปากเก่ง ทันคน มีหรือจะยอมเสียฟอร์มอะไครง่ายๆ เชฟหนุ่มหัวเราะในลำคอเบาๆ เบือนหน้าหนีสายตาจริงจังคู่นั้นเพื่อซ่อนรอยยิ้มหวานหยดย้อยที่กำลังระบายอยู่บนใบหน้า "พูดจาเลี่ยนเป็นบ้า... ไปเอาประโยคนี้มาจากไหนเนี่ย หนังสือสถาปัตยกรรมเล่มไหนสอนให้คุณพูดจาตัดพ้อหัวใจคนฟังแบบนี้ฮะ" ธันวาไม่ตอบ เขาเพียงแค่เอื้อมมือไปจับปลายคางมนให้หันกลับมาสบตากันตรงๆ ปลายนิ้วโป้งเกลี่ยเบาๆ ที่พวงแก้มเนียนอย่างรักใคร่ การกระทำที่อ่อนโยนจนเกินห้ามใจนี้ทำเอาคินน์ลืมบทสนทนากวนๆ ที่เตรียมไว้ในหัวจนหมดสิ้น "ไม่ได้เอามาจากไหน... เอามาจากความจริงในหัวใจผมเอง" ธันวาเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ ริมฝีปากหยักลึกเคลื่อนเข้าไปใกล้จนแทบจะแนบชิด "และผมก็เอาจริงด้วย ถ้าคุณยังดื้อเรื่องเตาอบ ผมจะจดทะเบียนสมรสแล้วย้ายครัวคุณไปไว้ที่บ้านผมแทน" "ย่ะ! ใครเขาจะยอมให้คุณ..." คำพูดของคินน์ถูกกลืนหายไปในลำคอทันที เมื่อธันวาประทับริมฝีปากลงมาปิดกั้นเสียงเถียงทั้งหมดอย่างรวดเร็วและหนักแน่น มันไม่ใช่จูบที่ฉาบฉวย แต่เป็นความเร่าร้อนที่สะสมจากความอึดอัด ความหมั่นไส้ และความคลั่งรักที่ระเบิดออกมาในคราวเดียว คินน์เบิกตากว้างด้วยความตกใจก่อนที่ร่างกายจะยอมจำนนต่อสัมผัสคุ้นเคย มือเรียวเอื้อมขึ้นขยุ้มปกเสื้อเชิ้ตของสถาปนิกหนุ่มแน่นเพื่อพยุงตัวเองไม่ให้ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น ปฏิกิริยาตอบรับที่ทั้งดื้อรั้นและยอมจำนนในคราวเดียวกันยิ่งทำให้ธันวาต้องรวบเอวบางเข้ามาแนบชิด ลมหายใจขาดห้วงท่ามกลางกลิ่นฝุ่นปูนและแสงไฟสลัว ทว่า... ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังหวานหยดจนหยดสุดท้าย และหัวใจของทั้งสองดวงกำลังเต้นเป็นจังหวะเดียวกัน เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงตะโกนก้องก็ดังแทรกขึ้นมาจากทางเข้าไซต์งาน "คุณธันวาครับ! แย่แล้วครับ! ท่อประปาหลักที่ชั้นใต้ดินเกิดแตก น้ำทะลักขึ้นมาถึงชั้นล่างแล้วครับ!" เสียงของหัวหน้าคนงานทำเอาทั้งสองคนผละออกจากกันอย่างรวดเร็วราวกับถูกไฟช็อต คินน์หอบหายใจเบาๆ ใบหน้าแดงก่ำด้วยความเขินอายและอารมณ์ที่ยังค้างคา ขณะที่ธันวาสบถเบาๆ ในลำคอด้วยความหงุดหงิดที่เวลาหวานๆ ถูกขัดจังหวะอย่างไม่รู้กาลเทศะ สถาปนิกหนุ่มหันไปมองหน้าเชฟตัวแซ่บที่ตอนนี้กำลังหัวเราะคิกคักเยาะเย้ยเขาอยู่ ธันวาถอนหายใจยาวเหยียดก่อนจะเอื้อมมือไปจับมือบางของอีกฝ่ายไว้แน่น "เรื่องอนาคตของเราพักไว้ก่อน... ตอนนี้เราต้องไปกู้ชีพร้านอาหารพันล้านของคุณก่อนแล้วล่ะ เชฟคินน์" คินน์ยิ้มกริ่ม ดวงตาสดใสเป็นประกายท้าทายอีกครั้ง "นำทางไปเลยค่ะคุณสถาปนิก... มาดูกซิว่าระหว่างฝีมือแก้ปัญหาเฉพาะหน้าของคุณ กับฝีมือทำครัวของฉัน อย่างไหนจะเร็วกว่ากัน!" ทั้งสองคนก้าวเดินเคียงข้างกันออกจากมุมมืดของไซต์งาน มุ่งหน้าสู่ปัญหาตรงหน้าที่รออยู่เบื้องหน้า โดยไม่รู้เลยว่า... มีร่างเงาปริศนาคนหนึ่งกำลังยืนหลบมุมอยู่ในความมืดหลังเสาคอนกรีต พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก และภาพถ่ายในมือถือที่บันทึกช่วงเวลาแนบชิดของพวกเขากล่าวไว้ทุกกระเบียดนิ้ว! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและเดินทางมาถึงตอนนี้ด้วยกันนะคะ หวังว่าจะหลงรักความคลั่งรักแบบไม่พักของสถาปนิกธันวาและเชฟคินน์ค่ะ!
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกสุดเนี้ยบกับเชฟสายอาร์ตในสมรภูมิครัว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%