"นายส่งอะไรไป"
ฉันถามเสียงสั่น ความเงียบเชียบในห้องสมุดที่ควรจะสงบเงียบกลับกลายเป็นพื้นที่แห่งความอึดอัดที่บีบหัวใจฉันจนแทบหายใจไม่ออก คีย์ไม่ได้สะทกสะท้านเลยแม้แต่น้อย เขาลดโทรศัพท์ลงพลางยักไหล่ทีหนึ่งราวกับว่าสิ่งที่เพิ่งทำไปเป็นแค่เรื่องดินฟ้าอากาศ
"เรื่องของคนที่เขาสนใจจะรับรู้น่ะ" คีย์ตอบเสียงเรียบ แต่สายตาที่เขามองข้ามไหล่ฉันไปทางธันวานั้น... มันเต็มไปด้วยคำท้าทายที่ไร้เสียง
ธันวาที่ยืนอยู่เบื้องหลังฉันมาตลอดกาล ร่างสูงโปร่งของเขาขยับตัวก้าวออกมาข้างหน้าเพียงครึ่งก้าว กลิ่นอายของความกดดันแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาจนคนรอบข้างที่นั่งอ่านหนังสืออยู่ต้องรีบเก็บของหนีไปอย่างเงียบเชียบ ดวงตาคู่คมดุจน้ำแข็งของเขาไม่ได้มองคีย์ แต่เขากลับจ้องมองที่ใบหน้าของฉัน—จ้องลึกเข้าไปราวกับจะค้นหาความลับที่ฉันอาจจะแอบซ่อนไว้
"เมล่อน" ธันวาเรียกชื่อฉัน เสียงของเขาต่ำและนิ่งสนิท "ออกมานี่"
"ธันวา... คือฉัน..."
"ผมบอกให้ออกมานี่" คีย์เอ่ยแทรกด้วยน้ำเสียงยียวน "ไปสิเมล่อน เพื่อนเธอคงมี 'เรื่องสำคัญ' จะคุยด้วยหลังจากเห็นข้อความนั้น"
หัวใจของฉันกระตุกวูบ ฉันก้าวตามแรงดึงเบาๆ ที่ข้อมือของธันวา เราเดินออกมาจากห้องสมุดตรงดิ่งไปยังระเบียงทางเดินด้านหลังตึกเรียนที่เงียบสงัด ธันวาหยุดกะทันหันจนฉันที่เดินตามหลังมาเกือบชนแผ่นหลังกว้างของเขา
เขากลับหลังหันมาเผชิญหน้ากับฉัน สายตาที่เคยเฉยเมยกลับวูบไหวด้วยบางอย่างที่ฉันไม่คุ้นเคย มันคือความหึงหวงที่เขาสะกดไว้อย่างมิดชิดจนฉันเกือบมองไม่ออก มือของเขาที่กุมข้อมือฉันอยู่สั่นเล็กน้อยก่อนจะปล่อยออกเหมือนรู้สึกตัวว่าเผลอแสดงความรู้สึกเกินไป
"มันส่งอะไรมา" ธันวาถามซ้ำ
"ฉันไม่รู้... คีย์เขาแค่..."
"ไม่ต้องแก้ตัวแทนเขา" เขาตัดบท เสียงของเขาแหบพร่าลง "ผมแค่ถามว่า... คุณยังจะให้ค่ากับคนที่พยายามปั่นหัวคุณแบบนี้ไปถึงไหน"
คำถามนั้นจุกอยู่ในลำคอ ฉันแหงนหน้ามองคนหน้านิ่งที่วันนี้ดูจะควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่อยู่ แววตาของเขาไม่ได้มีความเย็นชาหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความน้อยใจที่ซ่อนอยู่ใต้หน้ากากประธานนักเรียนผู้สมบูรณ์แบบ ฉันตื้อเขามาตั้งแต่วันแรกที่เจอกัน แต่ไม่เคยเห็นเขาเป็นแบบนี้มาก่อน
"ธันวา ฟังนะ" ฉันรวบรวมความกล้า เอื้อมมือไปคว้าชายเสื้อเชิ้ตของเขาไว้ "ไม่ว่าคีย์จะส่งอะไรไป มันก็เปลี่ยนความจริงไม่ได้หรอกว่าคนที่ฉันอยากอยู่ด้วยจริงๆ คือใคร"
เขานิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง สายตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องที่ดวงตาของฉัน เหมือนกำลังชั่งน้ำหนักคำพูดของฉันกับภาพในจินตนาการที่เขาสร้างขึ้นมาเอง ความเงียบระหว่างเรายาวนานจนฉันเริ่มใจเสีย แต่แล้ว... มือหนาของเขาก็ยกขึ้นมา แตะเบาๆ ที่กลุ่มผมของฉัน ก่อนจะเปลี่ยนเป็นลูบแผ่วเบา
"คุณมันบ้า" เขาพึมพำ
"ใช่ ฉันบ้าที่ชอบคุณตั้งนานแล้วด้วยไง" ฉันหัวเราะแห้งๆ เพื่อทำลายความตึงเครียด
ธันวาไม่ได้มองข้ามไปทางอื่นเหมือนทุกที เขาก้มลงมาจนใบหน้าของเราห่างกันไม่ถึงคืบ รอยยิ้มที่ฉันไม่เคยคิดว่าจะได้เห็น... รอยยิ้มที่ค่อยๆ คลี่ออกอย่างช้าๆ เริ่มจากมุมปากที่ยกขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะขยายกว้างจนเห็นประกายในดวงตาคู่นั้น มันไม่ใช่รอยยิ้มเย้ยหยัน แต่มันคือรอยยิ้มที่สว่างไสวที่สุดเท่าที่ฉันเคยเห็นมา—รอยยิ้มที่แท้จริงที่มอบให้ฉันคนเดียว
โลกทั้งใบดูเหมือนจะหยุดหมุนไปชั่วขณะ หัวใจฉันเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมาจากอก เขายิ้ม... ธันวาที่แสนเย็นชาคนนั้นกำลังยิ้มให้ฉันอย่างอ่อนโยนที่สุด
"ถ้าคุณบ้าขนาดนี้..." เขากระซิบใกล้ใบหูของฉันจนขนอ่อนลุกชัน "ผมคงไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากจะยอมให้คุณตื้อต่อไป... ตลอดชีวิต"
บรรยากาศกำลังหวานซึ้งจนฉันแทบจะละลายไปกับพื้น แต่แล้วเสียงแจ้งเตือนโทรศัพท์ของฉันก็ดังขึ้นแทรกความเงียบ เสียงนั้นมันดังรัวและต่อเนื่องราวกับคนคลั่งที่กำลังพยายามติดต่อมาอย่างบ้าคลั่ง ฉันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูด้วยมือที่สั่นเทา และภาพที่ปรากฏบนหน้าจอทำเอาลมหายใจของฉันสะดุดกึกทันที!
มันคือรูปถ่ายของเราสองคนที่กำลังยืนอยู่ตรงระเบียงมุมอับนี่... รูปที่ถ่ายจากมุมไกลและชัดเจนจนเห็นใบหน้าธันวาที่กำลังยิ้มให้ฉันอย่างเต็มตา พร้อมข้อความจากเบอร์ที่ไม่ระบุตัวตนส่งตามมาติดๆ ว่า: 'ประธานนักเรียนยิ้มเป็นด้วยเหรอ? น่าสนุกดีนะ... แต่เสียดายที่รอยยิ้มนี้กำลังจะกลายเป็นข่าวหน้าหนึ่งของโรงเรียนในอีกห้านาทีข้างหน้า'
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับเมล่อนและธันวาในบทนี้นะคะ!
แผนปฏิบัติการตื้อรักนายหน้านิ่ง (ที่แอบหึงเก่งเป็นที่หนึ่ง)•ตอนที่ 38
รอยยิ้มที่แท้จริง
ผลงานโดย เมล่อนโซดา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมล่อนโซดา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แผนปฏิบัติการตื้อรักนายหน้านิ่ง (ที่แอบหึงเก่งเป็นที่หนึ่ง) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!