"ห้านาทีเหรอคะ... งั้นก็แปลว่าเราเหลือเวลาพิสูจน์ความจริงแค่สี่นาทีห้าสิบเก้าวินาที"
ฉันแค่นเสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ทั้งที่มือที่ถือโทรศัพท์สั่นระริกจนแทบจะคุมไม่อยู่ สายตาจ้องเขม็งไปยังรูปถ่ายใบนั้น ภาพที่ธันวากำลังยิ้ม... รอยยิ้มที่มอบให้ฉันเพียงคนเดียวในมุมที่ไม่มีใครเห็น กำลังถูกใช้เป็นอาวุธร้ายแรงเพื่อทำลายชีวิตการเป็นประธานนักเรียนที่เขาทุ่มเทมาตลอดสามปี
ธันวาคว้าโทรศัพท์ไปจากมือฉันอย่างรวดเร็ว ใบหน้าที่มักจะราบเรียบดุจผิวน้ำนิ่งสนิท บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความเย็นเยียบที่แผ่รังสีคุกคาม เขากวาดสายตามองข้อความปริศนานั่นเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะหันมามองหน้าฉัน แววตาของเขาไม่ได้มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย มีเพียงประกายความโกรธเกรี้ยวที่ถูกกดทับไว้ภายใต้ความสุขุม
"อย่าทำหน้าแบบนั้นสิคะธันวา" ฉันพยายามสูดลมหายใจลึก ก้าวเข้าไปหาเขาแล้วเอื้อมมือไปกุมมือหนาที่กำโทรศัพท์แน่น "เรื่องสอบเข้าพรุ่งนี้สำคัญที่สุดนะคะ นายห้ามไขว้เขวเพราะเรื่องไร้สาระแบบนี้เด็ดขาด"
"ไร้สาระงั้นเหรอ?" เขาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง น้ำเสียงราบเรียบจนน่ากลัว "เมล่อน... คนที่ส่งนี่มามันต้องการทำลายสมาธิฉันก่อนวันสอบสำคัญ ถ้ามันปล่อยรูปนี้ออกไป พรุ่งนี้ฉันจะตกเป็นเป้าสายตาของทั้งโรงเรียน และการสอบเข้ามหาวิทยาลัยชั้นนำที่ฉันเตรียมตัวมาทั้งชีวิตก็อาจจะพังไม่เป็นท่า"
"ถ้ามันจะพัง ก็ให้มันพังเพราะฝีมือของคนอื่น ไม่ใช่เพราะนายใจร้อนไปเสียรู้มัน!" ฉันจ้องเขาลึกเข้าไปในดวงตาสีเข้มคู่นั้น "นายเป็นประธานนักเรียนที่เก่งที่สุดนะ ถ้าแค่นี้รับมือไม่ได้ แล้วนายจะไปบริหารประเทศในอนาคตได้อย่างไรคะ?"
ธันวานิ่งไป จังหวะการหายใจของเขาเริ่มกลับมาเป็นปกติ เขาวางมือลงบนกลุ่มผมของฉัน แรงกดเบาๆ นั้นแทนความรู้สึกที่คำพูดสื่อออกมาไม่หมด "เธอฉลาดเสมอเลยนะ... แต่อย่าลืมว่าสิ่งที่ฉันห่วงไม่ใช่ตำแหน่งประธานนักเรียน แต่มันคือผลกระทบที่จะย้อนกลับมาหาเธอต่างหาก"
บรรยากาศรอบข้างที่เคยเงียบสงัดเริ่มกดดันขึ้นเมื่อแสงไฟจากทางเดินหน้าห้องพักครูสว่างวาบขึ้น บ่งบอกว่ามีคนกำลังเดินมาทางนี้ ธันวาขยับตัวเข้ามาใกล้ฉันจนได้กลิ่นหอมสะอาดที่เป็นเอกลักษณ์ของเขา เขาโน้มตัวลงมาจนริมฝีปากอยู่ห่างจากใบหูฉันเพียงคืบ
"ถ้าพรุ่งนี้เราทำข้อสอบได้เต็มทั้งคู่... ฉันจะจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเอง" เขาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาด "ส่วนตอนนี้ รีบไปอ่านหนังสือต่อเถอะ อย่าให้ความพยายามที่ผ่านมาสูญเปล่าเพียงเพราะคนขี้อิจฉาคนหนึ่ง"
วันถัดมา... ท้องฟ้าเหนืออาคารสอบดูหม่นหมองกว่าทุกวัน เสียงฝนโปรยปรายกระทบหลังคาสังกะสีกลายเป็นจังหวะที่น่ารำคาญใจ ฉันนั่งอยู่หน้าห้องสอบ มือสั่นระริกขณะทบทวนสูตรคณิตศาสตร์ในหัว รอบตัวมีนักเรียนหลายคนกำลังเคร่งเครียด แต่สายตาฉันกลับมองไปที่โต๊ะข้างหน้า... ธันวานั่งหลังตรงแน่ว แผ่นหลังที่ดูแข็งแกร่งนั่นคือที่พึ่งทางใจเพียงหนึ่งเดียวของฉันในเวลานี้
"ตั้งใจนะคะคนเก่ง" เขาหันมาพูดสั้นๆ ก่อนจะเดินเข้าห้องสอบไป ทิ้งให้ฉันยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ราวกับได้รับพลังงานบางอย่างที่บอกว่า 'ทุกอย่างจะผ่านไปได้'
หกชั่วโมงแห่งความทรมานจบลง เสียงกระดิ่งกังวานขึ้นเป็นสัญญาณว่าอนาคตของพวกเราถูกกำหนดลงบนกระดาษคำตอบเหล่านั้นแล้ว ฉันเดินออกมาจากห้องสอบด้วยความรู้สึกที่โหวงเหวง แต่ก่อนที่จะก้าวพ้นประตูโรงเรียน สายตาก็ปะทะเข้ากับกลุ่มนักเรียนที่มุงดูบอร์ดประชาสัมพันธ์กลางโรงเรียนอย่างผิดสังเกต
ความรู้สึกสังหรณ์ใจบางอย่างแล่นพล่านไปทั่วร่าง ฉันรีบวิ่งเข้าไปแทรกตัวผ่านฝูงชน ความวุ่นวายเงียบลงเมื่อเห็นฉันเดินเข้ามา ทุกสายตาจับจ้องมาที่ฉันด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย... ทั้งสมเพช ทั้งสงสัย และตื่นเต้น
บนบอร์ดนั้นไม่ได้มีแค่รูปถ่ายที่เราสองคนยืนที่ระเบียง แต่ยังมีรูปที่ดูเหมือน 'การทุจริต' ของประธานนักเรียนที่ถูกตัดต่ออย่างแนบเนียนจนน่าเหลือเชื่อ ข้อความตัวหนาสีแดงฉานเขียนไว้ว่า 'ประธานคนเก่งใช้เส้นสายเพื่อสอบเข้าหรือเปล่า?'
ฉันหัวใจหล่นวูบ แต่มือของใครบางคนก็คว้าหมับเข้าที่ข้อมือฉันเสียก่อน แรงบีบนั้นหนักแน่นและอบอุ่นจนฉันหันไปมอง ธันวายืนอยู่ข้างๆ ใบหน้าของเขาเรียบสนิทราวกับรูปปั้นหิน แต่ดวงตานั้นวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งที่ขวางหน้า
เขาก้าวขึ้นไปบนบันไดหน้าบอร์ด สายตาคมกริบกวาดมองทุกคนที่กำลังซุบซิบกัน ก่อนจะหันมามองกล้องวงจรปิดมุมตึกที่เขารู้ดีว่าใครเป็นคนควบคุม "คนที่ทำแบบนี้... หวังว่าจะเตรียมตัวรับผลที่ตามมาได้ดีพอๆ กับที่เตรียมการตัดต่อนะ"
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของกลุ่มอาจารย์ปกครองก็ดังขึ้น พร้อมกับร่างของคีย์ที่เดินนำมาด้วยสีหน้าวิตกกังวลผิดปกติ เขาหยุดลงตรงหน้าธันวา ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือแต่แฝงความสะใจอย่างปิดไม่มิด
"ธันวา... นายต้องอธิบายเรื่องนี้กับทางโรงเรียนนะ หลักฐานมันมัดตัวนายแน่นขนาดนี้ ถึงจะเป็นประธานนักเรียนก็ไม่รอดหรอก"
ธันวาไม่ตอบโต้ แต่เขากลับยื่นโทรศัพท์เครื่องหนึ่งให้อาจารย์ปกครองแทน มันไม่ใช่เครื่องของเขา แต่มันเป็นเครื่องที่บันทึกบทสนทนาทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบ รวมถึงคลิปวิดีโอตอนที่คีย์กำลังนั่งตัดต่อภาพเหล่านั้นอยู่ในห้องคอมพิวเตอร์เมื่อคืนนี้
"ผมไม่ได้ทำเพื่อตัวเองครับอาจารย์" ธันวาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงกังวานและเยือกเย็น "แต่ผมทำเพื่อพิสูจน์ว่า 'คนโกง' ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะแตะต้องข้อสอบชุดนี้... เพราะคนที่แอบเปลี่ยนรหัสเข้าห้องเซิร์ฟเวอร์เพื่อขโมยข้อสอบไปให้พวกพ้องตัวเอง คือคีย์... ไม่ใช่ผม"
เสียงฮือฮาดังขึ้นรอบทิศทาง คีย์หน้าถอดสีราวกับวิญญาณหลุดออกจากร่าง ส่วนฉันได้แต่ยืนอึ้ง... ธันวาวางแผนเรื่องนี้ไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?
ทว่า ในวินาทีที่ทุกคนกำลังหันไปรุมประณามคีย์ จู่ๆ ไฟในโรงเรียนก็ดับพรึบลงทั้งอาคาร พร้อมกับเสียงกรีดร้องของนักเรียนหญิงที่ดังสนั่นหวั่นไหวท่ามกลางความมืดมิด! มีคนผลักฉันจนล้มลงกับพื้น และก่อนที่ฉันจะตั้งตัวได้ สัมผัสเย็นเยียบของวัตถุบางอย่างที่ดูเหมือน 'มีด' ก็แตะลงที่ลำคอของฉันจากด้านหลัง พร้อมกับเสียงกระซิบที่คุ้นหูอย่างน่าขนลุก...
"ถ้าฉันไม่ได้ในสิ่งที่ควรได้... ก็อย่าหวังว่าใครจะได้ครอบครองมันเลย แม้แต่ประธานนักเรียนสุดที่รักของเธอก็ตาม"
เมล่อนโซดาขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของเมล่อนและธันวามาจนถึงช่วงโค้งสุดท้ายนะคะ!
แผนปฏิบัติการตื้อรักนายหน้านิ่ง (ที่แอบหึงเก่งเป็นที่หนึ่ง)•ตอนที่ 39
อุปสรรคชิ้นสุดท้าย
ผลงานโดย เมล่อนโซดา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมล่อนโซดา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แผนปฏิบัติการตื้อรักนายหน้านิ่ง (ที่แอบหึงเก่งเป็นที่หนึ่ง) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!