"ถอยไปคีย์ อย่าให้ฉันต้องพูดคำเดิมซ้ำสอง"
เสียงของธันวาเยือกเย็นราวกับมีดโกนอาบน้ำแข็ง เขายืนตระหง่านขวางหน้าฉันไว้ราวกับกำแพงเมืองจีนที่ไม่มีวันพังทลาย มือหนาของเขากำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปนใต้ผิวขาวจัด ดวงตาสีเข้มที่ปกติจะเรียบเฉยบัดนี้กลับวาวโรจน์ด้วยเพลิงหึงหวงที่ซ่อนไว้ไม่อยู่
คีย์กระตุกยิ้มที่มุมปาก ดวงตาคมกริบของเขายังคงจับจ้องมาที่ฉันด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก "กลัวอะไรหรือธันวา? แค่จะมาทวงสิทธิ์ที่คนอย่างนายควรจะ 'เสียสละ' ให้คนอื่นได้บ้าง... นายมันก็แค่ประธานนักเรียนที่ยึดติดกับระเบียบจนลืมดูว่า ของบางอย่างมันไม่ใช่สมบัติส่วนตัว"
ฉันยืนตัวแข็งทื่ออยู่ข้างหลังธันวา บรรยากาศรอบตัวเราเหมือนแก้วที่กำลังจะแตกกระจาย แรงกดดันมหาศาลจากผู้ชายสองคนนี้ทำเอาฉันหายใจไม่ออก นี่น่ะหรือผลลัพธ์ของคำเตือนจากเมื่อวาน... ปมความขัดแย้งที่ฉันพยายามจะปัดตกไปกลับกลายเป็นระเบิดเวลาที่รอจังหวะทำงาน
"เมล่อน ถอยไปอยู่หลังฉันให้ไกลกว่านี้" ธันวาสั่งเสียงเรียบ แต่กระแสเสียงนั้นสั่นไหวด้วยความไม่มั่นคงที่เขาพยายามปกปิด
"ไม่ค่ะ!" ฉันก้าวออกมาข้างหน้า แม้ขาจะสั่นแต่ใจกลับมั่นคงอย่างประหลาด "ฉันไม่ใช่ของใคร และไม่ใช่ของรางวัลที่จะมาแย่งชิงกันด้วยวิธีสกปรกแบบนี้ คีย์... ถ้าความภูมิใจของนายคือการทำลายความเชื่อใจของฉัน นายก็ทำสำเร็จแล้ว แต่บอกไว้เลยนะว่าคนอย่างฉันไม่มีวันหันไปมองคนที่เหยียบย่ำความรู้สึกคนอื่นแน่"
คีย์ชะงักไปครู่หนึ่ง แววตาเยาะเย้ยในตอนแรกเริ่มไหววูบ เขาแค่นหัวเราะก่อนจะหันหลังเดินจากไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่น่าอึดอัด ธันวาทรุดตัวลงนั่งบนม้านั่งหินอ่อนใกล้ๆ เขาถอนหายใจยาวพลางกุมขมับ
ฉันค่อยๆ ทิ้งตัวลงนั่งข้างเขา กลิ่นหอมจางๆ จากเสื้อนักเรียนของธันวาทำเอาหัวใจฉันเต้นผิดจังหวะ มือเล็กของฉันค่อยๆ เอื้อมไปแตะไหล่หนาของเขาเบาๆ
"เหนื่อยไหมคะ?" ฉันถามเสียงนุ่ม
ธันวาเงยหน้าขึ้นมองฉัน ดวงตาคู่คมที่เคยดุดันกลับดูอ่อนล้าอย่างน่าใจหาย "ทำไมถึงทำขนาดนี้เมล่อน... ทั้งที่รู้ว่าฉันเป็นคนน่าเบื่อ เป็นคนที่ไม่เคยเข้าใจหัวใจตัวเอง จนปล่อยให้เธอต้องมาเจอเรื่องแบบนี้"
"เพราะคนน่าเบื่อคนนี้แหละค่ะ ที่แอบหึงจนหูแดงเวลาเห็นฉันคุยกับคนอื่น" ฉันหลุดขำเบาๆ เปลี่ยนบรรยากาศตึงเครียดให้เบาบางลง "ธันวาคะ... ในเมื่อเราต่างก็รู้แล้วว่าความรู้สึกของเรามันสำคัญแค่ไหน ต่อจากนี้เรามาพยายามไปด้วยกันเถอะนะคะ ไม่ต้องสมบูรณ์แบบ ไม่ต้องมีระเบียบกฎเกณฑ์อะไรให้มากมาย แค่เรา... ที่พยายามเพื่ออนาคตของเราสองคน"
ธันวาหันมาสบตาฉัน นัยน์ตาคู่นั้นสะท้อนเงาของฉันที่ดูมุ่งมั่นกว่าครั้งไหนๆ เขาไม่ได้พูดอะไร แต่กลับเอื้อมมือมาคว้ามือของฉันไว้แน่น กระชับมันไว้ด้วยความอบอุ่นที่ฉันโหยหามาตลอด
"ฉันอาจจะฉลาดแค่เรื่องเรียน..." เขาเว้นจังหวะ มือหนาไล้นิ้วผ่านหลังมือฉันอย่างแผ่วเบา "แต่เรื่องใจ... ฉันยอมแพ้ให้เธอคนเดียวเมล่อน เธอคือคนเดียวที่ทำให้ฉันอยากทิ้งทุกอย่างเพื่อรักษาอนาคตที่มีเธออยู่ด้วย"
คำสารภาพแสนเรียบง่ายแต่น้ำหนักมหาศาลทำให้ขอบตาฉันร้อนผ่าว นี่สินะคือสิ่งที่เราฝ่าฟันกันมานับสิบตอน เราไม่ได้ตกลงกันด้วยความหวานชื่นโรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่เราตกลงกันบนรอยร้าวของความเข้าใจและความพยายามที่จะประสานมันให้แข็งแกร่งกว่าเดิม
"สัญญาแล้วนะ?" ฉันยิ้มกว้าง
"สัญญาครับ" เขาตอบสั้นๆ แต่หนักแน่นราวกับคำสาบาน
บรรยากาศรอบตัวดูเหมือนจะกลับมาเป็นปกติ ทว่าในจังหวะที่ฉันกำลังจะวางใจ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังแทรกขึ้นมาจากมุมมืดของสวนหลังโรงเรียน
เงาร่างหนึ่งก้าวออกมาจากหลังพุ่มไม้สูง แสงไฟสลัวสาดกระทบใบหน้าที่คุ้นเคยดีจนฉันต้องเบิกตากว้าง
"นึกว่าฉันจะยอมให้พวกเธอมีความสุขกันง่ายๆ งั้นเหรอ?"
น้ำเสียงเย็นเยียบของ 'ใครคนนั้น' ทำเอาบรรยากาศที่เพิ่งจะผ่อนคลายกลับมาเย็นเยียบยิ่งกว่าเดิม ธันวาลุกขึ้นยืนทันที มือของเขาดึงฉันไปหลบข้างหลังด้วยสัญชาตญาณของการปกป้อง แต่เมื่อเขาเห็นว่าใครคือคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า สีหน้าของธันวาก็เปลี่ยนไปเป็นความตกตะลึงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ไม่ใช่คีย์... แต่เป็นคนที่ควรจะอยู่ห่างจากเรื่องนี้ไปไกลที่สุด
"คุณแม่...?" ธันวาพึมพำด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่า
ขอบคุณทุกการสนับสนุนที่อยู่เคียงข้างเมล่อนและธันวามาจนถึงโค้งสุดท้ายนะคะ สัญญาว่าบทหน้าจะเข้มข้นจนวางไม่ลงแน่นอนค่ะ!
แผนปฏิบัติการตื้อรักนายหน้านิ่ง (ที่แอบหึงเก่งเป็นที่หนึ่ง)•ตอนที่ 40
คำสัญญาแห่งอนาคต
ผลงานโดย เมล่อนโซดา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมล่อนโซดา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แผนปฏิบัติการตื้อรักนายหน้านิ่ง (ที่แอบหึงเก่งเป็นที่หนึ่ง) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!