แผนปฏิบัติการตื้อรักนายหน้านิ่ง (ที่แอบหึงเก่งเป็นที่หนึ่ง)•ตอนที่ 33

ความอดทนถึงขีดสุด

ผลงานโดย เมล่อนโซดา
“เมล่อน... บอกฉันมาตามตรง” เขาพูดเสียงเย็นเฉียบ “เธอมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้มากแค่ไหน?” ประโยคนั้นของธันวาไม่ได้บาดลึกลงบนผิวหนัง แต่มันกรีดลงไปกลางใจของฉันจนชาหนึบ ฉันเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าที่เรียบเฉยราวก้อนน้ำแข็งของประธานนักเรียนคนเก่ง คนที่ฉันพยายามตื้อ พยายามวิ่งตามมาตลอดหลายเดือน สายตาที่เขามองมามันไม่ใช่สายตาของคนที่กำลังโหยหาความรัก แต่มันคือสายตาของคนที่กำลังตั้งแง่และระแวง ฉันหัวเราะ... หัวเราะให้กับความโง่เขลาของตัวเองที่คิดว่าความพยายามของเมล่อนคนนี้จะเปลี่ยนกำแพงน้ำแข็งให้กลายเป็นไออุ่นได้ “เกี่ยวข้องงั้นเหรอคะ?” ฉันถามกลับ เสียงของฉันสั่นน้อยๆ แต่ฉันฝืนยิ้ม รอยยิ้มที่เป็นอาวุธประจำตัว แต่ครั้งนี้มันช่างหนักอึ้ง “ถ้าฉันบอกว่าไม่ได้ทำ พี่จะเชื่อไหมคะ?” ธันวาเงียบไป นัยน์ตาสีเข้มคู่นั้นกวาดมองใบหน้าของฉันราวกับจะค้นหาคำโกหก เขาไม่ตอบ แต่ความเงียบของเขามันดังเกินไป ดังพอจะบอกให้ฉันรู้ว่า ‘ความเชื่อใจ’ ที่ฉันคิดว่าเรามีให้กันนั้น มันไม่มีอยู่จริงตั้งแต่แรก “ถ้าพี่ไม่เชื่อ...” ฉันสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามกลั้นก้อนสะอื้นที่จุกอยู่ที่ลำคอ “งั้นเราก็คงไม่ต้องคุยอะไรกันอีกแล้วค่ะ” ฉันหมุนตัวเดินออกมาจากห้องคณะกรรมการนักเรียนโดยไม่รอคำตอบจากเขา ไม่แม้แต่จะหันหลังกลับไปมอง ทุกก้าวที่เดินออกจากพื้นที่ของเขา ฉันรู้สึกเหมือนกำลังถอดรองเท้าที่กัดเท้ามาตลอดทางออก ความเจ็บปวดที่ได้รับมันทรมาน แต่ขณะเดียวกันมันก็มีความรู้สึกโล่งประหลาดที่ทำให้หายใจได้ทั่วท้อง ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ฉันตื้อเขาจนคนทั้งโรงเรียนล้อ ฉันยอมเป็นตัวตลก ยอมโดนมองว่าน่ารำคาญ ก็แค่เพราะอยากเห็นมุมที่อ่อนโยนที่สุดของคนหน้านิ่งคนนี้ แต่เหตุการณ์ในวันนี้... ความระแวงที่เขาโยนใส่หน้าฉัน มันคือจุดเปลี่ยนที่ทำให้ฉันตระหนักได้ว่า บางครั้งการถอยออกมาไม่ใช่การยอมแพ้ แต่เป็นการ ‘ให้เกียรติใจตัวเอง’ บ้าง ฉันเดินเลี่ยงไปทางโรงยิมเพื่อหลบความวุ่นวาย แต่ดูเหมือนโชคชะตาจะเล่นตลกไม่หยุดหย่อน เมื่อร่างสูงโปร่งของ ‘คีย์’ นักกีฬาหนุ่มที่เป็นคู่แข่งหัวใจตัวฉกาจของธันวาก้าวเข้ามาขวางทาง “ดูท่าทางแล้ว... ปฏิบัติการตื้อรักพังไม่เป็นท่าเลยสินะ เมล่อน?” คีย์เอ่ยทักด้วยน้ำเสียงยียวนตามสไตล์ แต่ในแววตาของเขากลับมีความเป็นห่วงเจือปนอยู่อย่างปิดไม่มิด “อย่ามาซ้ำเติมกันตอนนี้เลยค่ะคีย์” ฉันตอบพลางเสมองไปทางอื่น ไม่อยากให้เขาเห็นว่าดวงตาของฉันกำลังเริ่มรื้นไปด้วยหยาดน้ำตา “ไม่ได้จะซ้ำเติม แต่จะบอกว่าคนบางคนไม่เหมาะกับความดีที่เธอหยิบยื่นให้หรอก” คีย์ก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด “ถอยออกมาสักพักเถอะ ให้ธันวามันรู้บ้างว่าโลกที่ไม่มีเมล่อนคอยตื้อน่ะ มันเงียบเหงาแค่ไหน” คำพูดของคีย์กระแทกใจฉันอย่างจัง ฉันยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ปล่อยให้ความคิดวนเวียนอยู่กับการตัดสินใจครั้งสำคัญ ฉันจะถอยออกมาจริงๆ ใช่ไหม? จะยอมปล่อยมือจากเป้าหมายที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่วันแรกที่เข้าเรียนที่นี่เลยเหรอ? ตลอดสามวันต่อมา ฉันทำตามที่ตั้งใจไว้ ฉันไม่ได้เดินไปดักหน้าห้องเรียนเขา ไม่ได้ซื้อน้ำหวานไปวางที่โต๊ะสภานักเรียน ไม่แม้แต่จะทักแชทไปถามไถ่ ฉันใช้ชีวิตอยู่กับเพื่อนๆ กลับไปเป็นเมล่อนคนเดิมที่ร่าเริง แต่ในใจมันกลับมีหลุมโหว่ขนาดใหญ่ที่ไม่มีใครถมเต็ม จนกระทั่งเย็นวันศุกร์ ขณะที่ฉันกำลังจะเดินไปขึ้นรถเมล์หน้าโรงเรียน แรงดึงมหาศาลจากใครบางคนก็กระชากแขนฉันให้หมุนกลับไปปะทะกับแผงอกกว้าง กลิ่นน้ำหอมเย็นๆ ที่คุ้นเคยทำให้ฉันชะงัก “ไปไหน” เสียงเข้มที่แฝงความหงุดหงิดดังอยู่เหนือหัว ฉันเงยหน้ามองธันวา ใบหน้าของเขาดูโทรมลงกว่าวันก่อนชัดเจน ขอบตาคล้ำน้อยๆ เหมือนคนนอนไม่หลับ และดวงตาคู่นั้น... มันไม่ใช่สายตาที่เย็นชาเหมือนวันนั้น แต่มันเต็มไปด้วยความ ‘หึงหวง’ ที่ซ่อนไม่มิด “พี่ธันวา?” ฉันเรียกชื่อเขาด้วยความประหลาดใจ “มาที่นี่ทำไมคะ?” “ฉันถามว่าเธอจะไปไหน!” เขาย้ำคำถามเดิม น้ำเสียงสั่นพร่าเล็กน้อย “ทำไมถึงไม่โผล่หัวไปให้เห็นหน้า? ทำไมถึงทำเหมือนว่าฉันไม่มีตัวตน?” “ก็พี่บอกเองไม่ใช่เหรอคะว่าให้ฉันบอกความจริง... และพี่ก็ไม่เชื่อฉัน” ฉันตอบเสียงเรียบ พยายามดึงแขนตัวเองออก “ฉันแค่ทำตามที่พี่ต้องการไงคะ ถอยออกมาให้ห่างจากเรื่องของพี่” ธันวาชะงักไป วินาทีนั้นฉันเห็นประกายบางอย่างในแววตาของเขา ความมั่นใจที่เคยมีดูเหมือนจะพังทลายลงในพริบตา เขาจับแขนฉันแน่นขึ้นจนฉันเริ่มเจ็บ แต่เขาก็ยอมผ่อนแรงลงทันทีเหมือนเพิ่งนึกได้ “ฉัน... ฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น” เขาพึมพำ ก่อนจะก้มหน้าลงมาจนหน้าผากของเราเกือบจะชิดกัน “เมล่อน... ฉันไม่ได้โกรธเธอ เรื่องที่ฉันถามน่ะ มันเป็นเรื่องงาน แต่ที่ฉันหงุดหงิด... ที่ฉันนอนไม่หลับมาสามคืน...” เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกเหมือนรวบรวมความกล้า “ฉันหงุดหงิดเพราะเห็นเธอยิ้มให้คนอื่นที่ไม่ใช่ฉัน... และฉันทรมานแทบตายที่ไม่มีคนคอยตื้อให้รำคาญใจ” หัวใจของฉันเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก คำสารภาพที่หลุดจากปากประธานนักเรียนหน้านิ่งคนนี้มันมีค่ามากกว่าคำบอกรักใดๆ บนโลกใบนี้ แต่มันยังไม่พอ... ฉันยังไม่ได้คำตอบที่ชัดเจนพอที่จะยอมกลับไปวิ่งตามเขาเหมือนเดิม “ถ้างั้น... พิสูจน์ให้ฉันดูหน่อยสิคะ” ฉันเอ่ยท้าทาย พลางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา “ว่าความรู้สึกของพี่มันจริงจังแค่ไหน ไม่ใช่แค่เพราะพี่ขี้เหงา” ธันวาขมวดคิ้ว เขาดูเหมือนกำลังต่อสู้กับอะไรบางอย่างในใจ ก่อนที่เขาจะทำสิ่งที่ฉันไม่คาดคิด เขาก้มลงมาคว้ามือของฉันไปกุมไว้แน่น ก่อนจะดึงไปวางที่หน้าอกด้านซ้ายของเขา แรงเต้นของหัวใจที่รุนแรงและเร่งเร้าส่งผ่านฝ่ามือของฉันมาอย่างชัดเจน “เมล่อน... ฉันไม่ได้ขี้เหงา” เขาพูดชิดริมฝีปากของฉัน เสียงของเขาทุ้มต่ำและจริงจังจนน่าใจสลาย “แต่นี่คือหลักฐานว่าหัวใจของฉันมันเลิกเย็นชาตั้งแต่วินาทีที่เธอเดินจากไป... ถ้าเธอจะถอยออกมาจริงๆ ก็ช่วยรับผิดชอบหัวใจดวงนี้ไปด้วยเลยสิ!” ก่อนที่ฉันจะได้เอ่ยอะไรตอบโต้ แสงไฟจากรถยนต์คันหนึ่งที่เพิ่งขับเข้ามาจอดเทียบฟุตบาทก็สาดส่องเข้ามาทางเรา ร่างของชายหนุ่มร่างสูงก้าวลงจากรถพร้อมกับรอยยิ้มที่ดูไม่น่าไว้วางใจ “โอ้โห... บรรยากาศดูโรแมนติกจังเลยนะคับท่านประธาน” คีย์เอ่ยขึ้นพลางมองสลับระหว่างฉันกับธันวา “แต่ดูเหมือนว่า ‘ความจริง’ ที่ผมเพิ่งได้รับมา จะทำให้บรรยากาศตรงนี้พังไม่เป็นท่าเลยล่ะ” ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความตื้อที่ไม่มีวันสิ้นสุดของเมล่อนในตอนนี้ด้วยนะคะ!
สารจากนักเขียน (เมล่อนโซดา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แผนปฏิบัติการตื้อรักนายหน้านิ่ง (ที่แอบหึงเก่งเป็นที่หนึ่ง) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%