แผนปฏิบัติการตื้อรักนายหน้านิ่ง (ที่แอบหึงเก่งเป็นที่หนึ่ง)•ตอนที่ 35

ตามหาหัวใจที่หายไป

ผลงานโดย เมล่อนโซดา
"ฉันเหนื่อยที่จะตื้อแล้วค่ะ ธันวา" ประโยคสั้นๆ ที่ฉันเคยทิ้งไว้เมื่อวานนี้ ยังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาทของฉันราวกับแผ่นเสียงตกร่อง แต่ที่น่าแปลกกว่าคือ... คนที่ควรจะโล่งอกเพราะไม่ต้องถูกตามตื้อจนน่ารำคาญอย่างประธานนักเรียนมาดนิ่ง กลับยืนขวางทางออกห้องซ้อมดนตรีเก่าหลังอาคารเรียนด้วยสีหน้ามืดมนยิ่งกว่าท้องฟ้าก่อนพายุเข้าในตอนนี้ ธันวาไม่ได้เอ่ยคำว่า 'แล้วแต่เธอ' หรือ 'ก็ดีเหมือนกัน' อย่างที่ฉันเคยหวาดกลัว ดวงตาคมกริบคู่นั้นมีร่องรอยของความกระวนกระวายที่เขาพยายามปิดบังไว้อย่างมิดชิด แต่สำนักพิมพ์หัวใจของ 'เมล่อนโซดา' คนนี้บอกได้ทันทีเลยค่ะว่า ผู้ชายคนนี้กำลังสติหลุด "เธอหายไปไหนมาทั้งวัน" น้ำเสียงของเขาแหบพร่ากว่าปกติเล็กน้อย มันไม่ใช่เสียงดุอย่างที่เคยเป็น แต่เป็นเสียงที่เจือความสั่นไหวบางเบาจนฉันต้องกะพริบตาปริบๆ ด้วยความประหลาดใจ "เมล่อนก็แค่... ไปในที่ที่ไม่มีใครตามหาค่ะ" ฉันฝืนยิ้ม ส่งรอยยิ้มพิมพ์ใจที่ปลอมที่สุดในสามโลกให้เขา ทั้งที่ข้างในอกข้างซ้ายมันกำลังบีบตัวเข้าหากันจนเจ็บแปลบ "แปลกจังเลยนะคะ ปกติแล้วธันวาต้องดีใจไม่ใช่เหรอคะที่หลุดพ้นจากยายตัวน่ารำคาญคนนี้สักที" ธันวาไม่ตอบ เขาไม่แม้แต่จะขยับตัวหนี เขาก้าวเข้ามาประชิดจนแผ่นหลังของฉันแทบจะแนบติดไปกับบานประตูไม้เก่าๆ กลิ่นกายสะอาดสะอ้านผสมกับกลิ่นฝนจางๆ ลอยเข้ามารบกวนสติสัมปชัญญะของฉันจนหมดสิ้น มือหนาทั้งสองข้างยกขึ้นกั้นกรอบประตูไว้ ล้อมฉันเอาไว้ในพื้นที่แคบๆ ที่มีเพียงเราสองคน "ใครบอกว่าฉันดีใจ" เขาเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาคมกริบมองลึกลงมาในดวงตาของฉัน ราวกับต้องการจะควักเอาความจริงทุกอย่างที่ซ่อนอยู่ข้างในออกไป "เธอพูดเองไม่ใช่เหรอว่าเหนื่อย... แล้วทำไมฉันถึงต้องเป็นฝ่ายที่รู้สึกเหมือนหายใจไม่ออกอยู่คนเดียวแบบนี้ล่ะ, เมล่อน" คำพูดนั้น... น้ำเสียงนั้น... มันทำให้ก้อนเนื้อในอกของฉันกระหน่ำเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมาข้างนอก นี่ฉันหูฝาดไปหรือเปล่าคะ? หรือนี่คือเอฟเฟกต์จากการอดนอนติดต่อกันสามวันเพื่อท่องจำสูตรเคมีจนสมองเพ้อเจ้อไปเอง ประธานนักเรียนผู้แสนเยือกเย็นและไม่เคยแคร์ใครหน้าไหน กำลังบอกว่าเขา... หายใจไม่ออกเพราะฉันเหรอคะ? "ธันวา..." ฉันกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก พยายามดันอกเสื้อเชิ้ตสีขาวของเขาออกเบาๆ เพื่อสร้างระยะห่าง "อย่ามาล้อเล่นแบบนี้เลยค่ะ มันไม่ตลกเลยสักนิด" "ฉันไม่เคยล้อเล่นเรื่องเธอ" ธันวาก้มหน้าลงมาจนหน้าผากของเราแทบจะชิดกัน ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่เหนือริมฝีปากของฉันจนพาลทำให้สมองขาวโพลนไปหมด "รู้ไหมว่าฉันตามหาเธอไปทั่วโรงเรียนตั้งแต่คาบเช้า... ห้องสมุด โรงอาหาร สนามฟุตบอล หรือแม้แต่ห้องชมรมดนตรีที่เธอชอบแอบมานั่งกินลูกอม... ทุกที่ไม่มีเธอเลย" หัวใจของฉันกระตุกวูบ ภาพจำของความพยายามตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา—ที่ฉันต้องคอยวิ่งตามแผ่นหลังกว้างๆ นั้น คอยยื่นขนมปังจีบและนมเปรี้ยวให้ทุกเช้า คอยส่งยิ้มให้แม้จะถูกเมินเฉย—มันไหลย้อนกลับมาในหัวเป็นฉากๆ ฉันเคยคิดว่าความรักฝ่ายเดียวมันช่างโดดเดี่ยวและยาวนานราวกับไม่มีวันสิ้นสุด แต่ในวินาทีนี้... ผู้ชายคนที่เคยยืนอยู่บนหอคอยงาช้าง กลับเป็นฝ่ายที่ออกตามหาฉันจนทั่วโรงเรียนด้วยแววตาที่เจ็บปวดไม่แพ้กัน "ทำไม... ถึงตามหาล่ะคะ?" ฉันถามเสียงสั่น เผลอจ้องมองริมฝีปากหยักได้รูปที่เม้มเข้าหากันแน่น "เพราะฉันชิน..." ธันวาตอบเสียงเบาหวิว ดวงตาคู่คมหลบตาลงชั่วขณะ ก่อนจะเงยขึ้นมาสบตากับฉันตรงๆ ด้วยความรู้สึกที่ไม่อาจปิด ซ่อนได้อีกต่อไป "ชินที่มีเสียงเจื้อยแจ้วคอยกวนใจทุกเช้า ชินที่มีคนคอยเอาขนมมาวางไว้บนโต๊ะ... และชินที่มีผู้หญิงคนหนึ่งคอยบอกรักฉันซ้ำๆ แม้ว่าฉันจะทำตัวแย่แค่ไหนก็ตาม... พอวันนี้ไม่มีเสียงนั้น... ฉันถึงรู้ว่าฉันขาดมันไม่ได้" ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่แคบๆ นั้นชั่วขณะ มีเพียงเสียงฝนที่โปรยปรายลงมาด้านนอกหน้าต่างเป็นแบ็คกราวด์ ขอบตาของฉันร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ ความน้อยใจที่สะสมมานานนับเดือนราวกับถูกชะล้างด้วยน้ำคำสั้นๆ เพียงไม่กี่ประโยคนี้จนหมดสิ้น "ธันวาคนบ้า..." ฉันพึมพำออกมาทั้งน้ำตาที่เริ่มคลอเบ้า แต่มุมปากกลับยกยิ้มขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ "พูดแบบนี้... รู้ตัวไหมคะว่ามันขี้โกงที่สุดเลย" ธันวายกมือข้างหนึ่งขึ้นมาเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าผากของฉันออกอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่อ่อนโยนจนไม่น่าเชื่อว่านี่คือประธานนักเรียนคนเดิม ทำให้หัวใจของฉันแทบจะละลายกลายเป็นน้ำ "ฉันไม่ได้ขี้โกง... ฉันแค่ยอมแพ้แล้วต่างหาก" เขายื่นหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนฉันแทบจะหยุดหายใจ ริมฝีปากของเขากำลังจะขยับเอื้อnเอ่ยคำพูดที่ฉันเฝ้ารอมาตลอดชีวิต แต่วินาทีนั้นเอง... กริ๊งงงงง! เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของธันวาแผדเสียงแหลมสูงขึ้นทำลายบรรยากาศสีชมพูทิ้งอย่างไม่ไว้หน้าอินทร์หน้าพรหม ธันวาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด เขาควักโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอเพียงแวบเดียว ก่อนที่สีหน้าของเขาจะเปลี่ยนจากความอ่อนโยนเมื่อครู่ ให้กลายเป็นความเย็นชาและดุดันขึ้นมาทันที ฉันก้มมองหน้าจอที่ส่องแสงสว่างวาบในความสลัวของห้องซ้อมดนตรีตามสัญชาตญาณ... และชื่อที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอนั้น ก็ทำให้เลือดในกายของฉันเย็นเฉียบลงในพริบตา "คีย์...?" ธันวากดรับสายทันทีโดยไม่ลังเล แต่สายตาคมกริบกลับยังคงจ้องมองมาที่ฉัน และประโยคแรกที่หลุดออกจากปากของหนุ่มนักกีฬารuคแข่งขันหัวใจผ่านปลายสาย ก็ทำให้ลมหายใจของฉันสะดุดกึก *(สายเรียกเข้าจาก: คีย์)* "ธันวา... นายอยู่ที่ตึกเก่าใช่ไหม? รีบลงมาดูทางสนามหลังโรงเรียนเร็วเข้า... เมล่อน... เมล่อนกำลังจะไปกับฉันแล้วนะ" ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยนะคะ เมล่อนโซดาคนนี้จะไม่ยอมยกธันวาให้ใครง่ายๆ แน่นอนค่ะ!
สารจากนักเขียน (เมล่อนโซดา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แผนปฏิบัติการตื้อรักนายหน้านิ่ง (ที่แอบหึงเก่งเป็นที่หนึ่ง) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%