"นายพูดอะไรออกมาน่ะคีย์... เมล่อนไม่ได้เป็นสิ่งของที่จะเอาไปไหนมาไหนได้ตามใจชอบนะ!"
เสียงของธันวาที่ตวาดลั่นสนามหลังโรงเรียนไม่ได้ทำให้ฉันรู้สึกอุ่นใจขึ้นเลยแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน มันเหมือนเสียงฟ้าผ่าที่ผ่ากลางใจจนความหวังน้อยๆ ของฉันมอดไหม้ไปหมดสิ้น ฉันยืนตัวแข็งทื่ออยู่ข้างๆ คีย์ สัมผัสได้ถึงแรงบีบที่ต้นแขนจากมือของเขา แต่มันช่างเบาหวิวเมื่อเทียบกับความหนักอึ้งในอก
"แล้วนายมีสิทธิ์อะไรมาห้าม?" คีย์แสยะยิ้ม มุมปากของเขาเหยียดออกอย่างผู้ชนะขณะมองข้ามไหล่ฉันไปหาคนตัวสูงที่ยืนนิ่งสนิทราวกับรูปปั้นหิน "ในเมื่อตลอดเวลาที่ผ่านมา นายเอาแต่ผลักไสเธอ ทำเป็นรำคาญ ทั้งที่จริงๆ แล้ว... นายก็แค่กลัวการยอมรับความจริง"
ธันวาไม่ตอบ เขาเพียงแค่ก้าวเท้าเข้ามาหาเราช้าๆ ทว่าหนักแน่น แววตาของเขาที่เคยเรียบเฉยเหมือนผิวน้ำที่ไม่มีวันกระเพื่อม บัดนี้กลับมีพายุคลั่งซ่อนอยู่ข้างใต้ มันเป็นสายตาที่ฉันโหยหา... แต่ในวินาทีนี้ สายตานั้นกลับทำให้ฉันรู้สึกเหมือนเป็น 'ตัวปัญหา' ที่ทำให้พวกเขาสองคนต้องมาขัดแย้งกัน
"เมล่อน..." ธันวาเรียกชื่อฉัน เสียงของเขาแผ่วเบาจนแทบจะกลืนไปกับสายลม "บอกฉันมาสิ ว่านี่คือสิ่งที่เธอต้องการจริงๆ"
ฉันเงยหน้ามองเขา เม็ดฝนเริ่มหยดลงมาแตะแก้ม แต่มันแยกไม่ออกเลยว่านั่นคือหยาดฝนหรือน้ำตาที่ฉันพยายามกลั้นเอาไว้ ความกลัวการถูกปฏิเสธที่ซ่อนอยู่ลึกสุดใจกำลังกัดกินหัวใจฉันจนพังยับเยิน ฉันมองเห็นภาพตัวเองในกระจกตาของเขา... เป็นยัยเด็กซุ่มซ่ามที่คอยแต่จะวิ่งตามเขาอย่างไร้ศักดิ์ศรี เป็นส่วนเกินในชีวิตที่สมบูรณ์แบบของประธานนักเรียนหน้านิ่งคนนี้
"ธันวา..." ฉันพยายามเค้นเสียง แต่มันกลับสั่นเครือ "นายเคย... เคยมีความสุขไหม ที่มีฉันคอยวนเวียนอยู่ใกล้ๆ"
เขานิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ซึ่งความเงียบเพียงเสี้ยววินาทีนั้นกลับยาวนานเหมือนชั่วกัลปาวสาน สำหรับคนอย่างธันวา ความเงียบคือคำตอบที่ชัดเจนที่สุดเสมอ
"นั่นไงล่ะ" คีย์หัวเราะหึๆ ก่อนจะดึงแขนฉันให้เดินตาม "ไปกันเถอะ เมล่อน อย่าไปรบกวนเวลาอันมีค่าของท่านประธานนักเรียนเลย"
ฉันปล่อยให้คีย์จูงมือไปโดยไม่ขัดขืน แม้หัวใจจะกรีดร้องบอกให้หยุด แต่ความรู้สึกที่ว่า 'ฉันคือตัวถ่วง' มันมีอำนาจเหนือเหตุผลทั้งหมด ฉันเดินผ่านธันวาไปโดยไม่กล้าแม้แต่จะหันกลับไปมองสายตาของเขา จนกระทั่งเราเดินมาถึงประตูทางออกของโรงเรียน ฉันจึงตัดสินใจกระชากมือออก
"พอเถอะคีย์... ฉันไม่อยากไปไหนทั้งนั้น" ฉันพูดพร้อมกับปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อาจอดกลั้น "ฉันแค่อยากหายไป... หายไปจากชีวิตของเขา"
"เธอกำลังหนีปัญหา เมล่อน" คีย์มองฉันด้วยสายตาที่ซับซ้อน แต่เขาไม่ได้รุกไล่ต่อ เขาแค่ถอนหายใจแล้วยอมปล่อยมือ "ถ้าเธอคิดว่านี่คือทางออก ฉันก็จะไม่บังคับ... แต่จำไว้ว่าฉันรอเธออยู่ที่เดิมเสมอ"
ฉันทรุดตัวลงนั่งกับพื้นเย็นชื้นข้างกำแพงตึก กอดเข่าตัวเองไว้แน่น เสียงสะอื้นดังแข่งกับเสียงฝนที่เริ่มตกหนักขึ้น ฉันคิดเสมอว่าพลังบวกของฉันจะเอาชนะกำแพงในใจของธันวาได้ แต่ฉันลืมไปว่ากำแพงที่สูงที่สุด ไม่ใช่สิ่งที่เขาสร้างขึ้นเพื่อป้องกันคนอื่น แต่มันคือสิ่งที่เขาสร้างขึ้นเพื่อกักขังตัวเอง... และฉันก็ไม่มีกุญแจดอกไหนจะไขมันได้เลย
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ที่ฉันนั่งอยู่ตรงนั้น จนกระทั่งเสียงฝนหยุดลง แต่ความเย็นเยียบยังคงไม่จางหายไป มีเงาร่างหนึ่งทอดทับลงมาบนตัวฉัน พร้อมกับกลิ่นหอมสะอาดที่เป็นเอกลักษณ์ของใครบางคน ฉันเงยหน้าขึ้นด้วยสายตาที่พร่ามัวจากม่านน้ำตา
ธันวายืนอยู่ตรงหน้าเขา เขายืนถือร่มคันใหญ่ในมือ เสื้อนักเรียนสีขาวของเขาเปียกชื้นเล็กน้อยจากการที่เขาไม่ได้กางร่มให้กับตัวเอง แต่กลับมากางให้กับฉันแทน เขามองฉันด้วยสีหน้าที่เรียบเฉยเหมือนเคย ทว่าในแววตานั้นกลับมีความสั่นไหวที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน
"ลุกขึ้น" เขาออกคำสั่งเสียงเรียบ
"ไม่ต้องมาสงสารหรอกนะ..." ฉันพึมพำ เช็ดน้ำตาอย่างลวกๆ ด้วยหลังมือ "ฉันรู้แล้วว่าฉันเป็นส่วนเกิน... ฉันจะไม่ไปกวนใจนายอีกแล้ว"
"เธอพูดจบหรือยัง?" เขาถามแทรกขึ้นมา น้ำเสียงนั้นติดจะหงุดหงิดนิดๆ ซึ่งเป็นสัญญาณของความหึงที่ถูกกดทับไว้ "ในเมื่อเธอพูดจบแล้ว... ก็ฟังฉันพูดบ้าง"
เขาทิ้งตัวลงนั่งยองๆ ต่อหน้าฉันโดยไม่สนว่ากางเกงสแล็คราคาแพงจะเปื้อนพื้นดินแฉะๆ นั้นไหม เขาคว้าข้อมือฉันไว้แน่น ไม่ใช่การจับแบบรุนแรง แต่มันคือการจับที่เหมือนจะบอกว่าเขาจะไม่มีวันปล่อยให้ฉันไปไหนอีก
"รู้ไหมว่าทำไมฉันถึงเงียบ... ไม่ใช่เพราะฉันไม่มีความสุขที่เธออยู่ใกล้ๆ" เขาเว้นจังหวะ สายตาคมกริบคู่นั้นจ้องลึกเข้ามาในดวงตาฉันจนเหมือนเขากำลังอ่านใจ "แต่เป็นเพราะทุกครั้งที่เธอยิ้มให้คนอื่น... ฉันแทบอยากจะฆ่าทุกคนที่มองเธอด้วยสายตาแบบนั้นให้หายไปจากโลกนี้ซะ"
หัวใจฉันเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก นี่เขา... กำลังสารภาพรักหรือกำลังประกาศสงครามกันแน่?
ธันวายื่นมืออีกข้างที่ว่างอยู่มาประคองใบหน้าฉัน นิ้วโป้งของเขาเกลี่ยคราบน้ำตาบนแก้มฉันแผ่วเบา ก่อนจะโน้มตัวลงมาจนลมหายใจอุ่นๆ รินรดอยู่บนริมฝีปากของฉัน
"ถ้าเธอคิดจะไปกับคีย์จริงๆ..." เขาหยุดนิ่ง สายตาเปลี่ยนเป็นดุร้ายอย่างที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน "ฉันคงต้องบอกเธอตรงนี้เลยว่า... ต่อให้ต้องขังเธอไว้ในกรง ฉันก็จะไม่ยอมให้เธอไปจากสายตาฉันเด็ดขาด"
เขากดจูบลงมาที่หน้าผากฉันหนักๆ ก่อนจะกระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงที่ทำให้ขนลุกซู่ "รวมถึงเรื่องที่คีย์จูบเธอเมื่อวานที่ห้องสมุด... เธอยังไม่ได้อธิบายให้ฉันฟังเลยนะ เมล่อน ว่าทำไมเธอถึงไม่ผลักไสเขาเหมือนที่ทำกับฉัน"
เมล่อนโซดาขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามความสัมพันธ์ที่แสนวุ่นวายใจนี้มาจนถึงตอนนี้นะคะ!
แผนปฏิบัติการตื้อรักนายหน้านิ่ง (ที่แอบหึงเก่งเป็นที่หนึ่ง)•ตอนที่ 36
วิกฤตความรู้สึก
ผลงานโดย เมล่อนโซดา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมล่อนโซดา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แผนปฏิบัติการตื้อรักนายหน้านิ่ง (ที่แอบหึงเก่งเป็นที่หนึ่ง) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!