“ถ้าจะพูดจาหว่านล้อมให้คนอื่นรู้สึกดีด้วยวิธีสกปรกแบบนี้ ก็กรุณาไปทำที่อื่น อย่ามาทำในพื้นที่ของฉัน”
น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เย็นเยือกของธันวาดังขึ้นราวกับเสียงเพชรตัดกระจก มันไม่ได้ตะคอก แต่ความกดดันที่แผ่ออกมาจากร่างสูงโปรดนั้นทำให้อากาศในห้องสมุดดูเบาบางลงจนเมล่อนรู้สึกหายใจติดขัด เธอขยับตัวจะเข้าไปแทรกกลางระหว่างชายหนุ่มทั้งสอง แต่คีย์กลับเลิกคิ้วขึ้นอย่างท้าทาย เขายืดตัวตรง มือหนาล้วงกระเป๋ากางเกงพลางขยับยิ้มมุมปากที่ดูยียวนกวนประสาทที่สุดเท่าที่เมล่อนเคยเห็น
“พื้นที่ของนายเหรอธันวา? แปลกนะ... ฉันจำได้ว่าห้องสมุดเป็นของส่วนรวม ไม่ใช่สมบัติส่วนตัวของท่านประธานนักเรียนที่วันๆ เอาแต่ปั้นหน้าขรึมใส่คนอื่น” คีย์เว้นจังหวะ สายตาที่เขามองเมล่อนไม่ได้มีความนัยแอบแฝงเหมือนเมื่อครู่ แต่มันกลับเปลี่ยนเป็นความมุ่งมั่นที่ชัดเจนจนธันวาต้องขบกรามแน่น “อีกอย่าง สิ่งที่ฉันพูดกับเมล่อน มันเป็นความรู้สึกจริง ไม่ใช่การหว่านล้อม... นายเองก็น่าจะรู้ดีไม่ใช่เหรอ?”
บรรยากาศเริ่มคุกรุ่นจนเหมือนมีกระแสไฟฟ้าสถิต เมล่อนยืนตัวแข็งทื่ออยู่ตรงกลาง เธอเห็นเส้นเลือดที่ขมับของธันวาเต้นตุบๆ มือหนาของเขาที่ปล่อยข้างลำตัวตอนนี้กำแน่นจนเห็นเส้นเลือดปูดโปน นี่ไม่ใช่ธันวาคนนิ่งสุขุมที่เธอรู้จัก แต่เป็นธันวาที่กำลังถูก "หวง" จนกู่ไม่กลับ
“ออกไป” ธันวาสั่งสั้นๆ นัยน์ตาสีดำสนิทไร้ซึ่งความอบอุ่น
“ทำไม? กลัวว่าถ้าฉันอยู่ต่อ เมล่อนจะเปลี่ยนใจงั้นเหรอ?” คีย์ก้าวเท้าเข้ามาหาธันวาหนึ่งก้าว ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนแทบจะเรียกได้ว่าประจันหน้ากัน “นายรู้อยู่แก่ใจว่าเมล่อนไม่ใช่ของตายของนาย เธอมีสิทธิ์จะเลือก... และถ้าวันนี้นายยังทำตัวเย็นชาใส่เธอแบบนี้ อีกไม่นานเธอก็คงเบื่อไปเอง”
“คีย์! พอเถอะ!” เมล่อนตัดสินใจตะโกนแทรกขึ้นมา เธอรวบรวมความกล้าเดินไปจับแขนธันวาไว้ แต่ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัสโดนแขนเสื้อของเขา เขากลับสะบัดออกเบาๆ อย่างลืมตัว แม้จะเป็นเพียงการขยับตัวเพียงเล็กน้อย แต่มันบาดลึกเข้าไปถึงหัวใจของเธอ
ธันวาหันกลับมามองเธอ ดวงตาของเขาไม่ได้วาวโรจน์เหมือนเมื่อครู่ แต่มันกลับเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความนิ่งสนิท “เธออยากให้เขาพูดต่อไหมล่ะเมล่อน? หรือเธอจะให้ฉันยืนฟังคนอื่นมาบอกรักเธอตรงหน้าต่อหน้าฉันแบบนี้”
“ธันวา... เราไม่ได้มีอะไรแบบนั้นนะคะ คีย์เขาแค่...”
“แค่คนหนึ่งที่มองเห็นคุณค่าในตัวเมล่อนมากกว่าคนข้างๆ ที่วันๆ เอาแต่ผลักไสไล่ส่ง” คีย์พูดแทรกขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้เขาเดินเข้ามาใกล้เมล่อนและคว้าข้อมือเธอไว้เบาๆ “เมล่อน ไปกับฉันเถอะ ตรงนี้มันไม่มีความจำเป็นที่เธอต้องอยู่รับฟังคำดูถูกจากคนที่แม้แต่จะรักษาความรู้สึกของเธอไว้ยังทำไม่ได้เลย”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องสมุดอีกครั้ง เสียงหัวใจของเมล่อนเต้นแรงจนแทบจะกระดอนออกมาข้างนอก เธอรู้สึกเหมือนถูกบีบคั้นจากสองทิศทาง ทางหนึ่งคือคีย์ที่หยิบยื่นความอบอุ่นและความชัดเจนให้ อีกทางหนึ่งคือธันวา... ชายหนุ่มที่เธอทุ่มเทหัวใจให้มาตลอด แต่เขากลับแสดงออกด้วยความเย็นชาที่ทำร้ายใจเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ธันวานิ่งเงียบไปนาน ก่อนจะแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ “ความรู้สึกของเธองั้นเหรอ? นายรู้ดีขนาดนั้นเลยหรือไงคีย์ ถึงได้มั่นใจนักว่าเธอจะไปกับนาย”
เขาก้าวเข้ามาหาเมล่อน ดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ ราวกับกำลังเฟ้นหาคำตอบบางอย่างที่ซ่อนอยู่ข้างใน “เมล่อน... บอกเขาไปสิว่าถ้าเธอไปกับเขาตอนนี้ เธอจะไม่มีวันได้รับโอกาสจากฉันอีก”
เมล่อนเบิกตากว้าง คำพูดนั้นเหมือนดาบสองคม มันไม่ใช่คำบอกรัก แต่มันคือคำขู่ที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่เธอเคยได้ยิน หัวใจของเธอเต้นระรัวอย่างสับสน ข้อมือซ้ายถูกคีย์จับไว้ ส่วนข้อมือขวา... ตอนนี้ธันวาได้คว้ามันไว้แล้วด้วยแรงบีบที่หนักแน่นแต่ไม่ทำร้าย
คีย์หรี่ตามองการกระทำของธันวา ก่อนจะยิ้มหยัน “นายกำลังกลัวเหรอธันวา? กลัวว่าถ้าปล่อยมือตอนนี้ เธอจะไม่กลับมาอีก?”
ธันวาไม่ตอบ แต่เขากลับดึงตัวเมล่อนเข้าหาตัวเองจนร่างของเธอปะทะเข้ากับแผงอกกว้างของเขา กลิ่นน้ำหอมจางๆ ประจำตัวที่เธอหลงใหลทำเอาสติของเมล่อนกระเจิงไปชั่วขณะ ก่อนที่เขาจะกระซิบข้างหูเธอด้วยเสียงที่เบาจนคีย์แทบไม่ได้ยิน แต่กลับดังก้องในโสตประสาทของเธอ
“เลือกเอา... จะอยู่กับคนที่พยายามจะเปลี่ยนเธอให้เป็นเพียงทางผ่าน หรือจะอยู่กับคนที่แม้แต่ความหึงหวงยังต้องใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อจะจัดการมันให้เชื่องเหมือนที่ฉันกำลังทำอยู่ตอนนี้”
ยังไม่ทันที่เมล่อนจะทันได้กลั่นกรองประโยคสุดอึ้งนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของอาจารย์ห้องสมุดก็ดังใกล้เข้ามาพร้อมกับแสงไฟที่ถูกเปิดพรึ่บขึ้นกะทันหัน ทุกอย่างในห้องสมุดที่เคยเป็นพื้นที่ส่วนตัวของสามคนกลับกลายเป็นเป้าสายตาของนักเรียนที่เดินเข้ามาใหม่หลายสิบคน
คีย์ปล่อยมือจากเมล่อนทันทีด้วยความหงุดหงิด เขาก้าวถอยหลังหนึ่งก้าวแต่ยังไม่ละสายตาไปจากธันวา “เกมนี้ยังไม่จบหรอกธันวา และเมล่อน... ฉันจะรอเธอที่เดิมนะ”
คีย์เดินจากไปแล้วทิ้งให้ความเงียบงันและสายตาอยากรู้อยากเห็นของคนรอบข้างถาโถมใส่ เมล่อนพยายามจะถอยห่างจากธันวา แต่เขากลับยังคงกำข้อมือเธอไว้แน่นไม่ยอมปล่อย มืออีกข้างหนึ่งของเขายกขึ้นจัดคอเสื้อของเธอที่ยับย่นจากการฉุดยื้ออย่างถือวิสาสะ
เขาก้มลงมองเธอด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป มันไม่ใช่ความหึงหวงที่ร้อนแรง แต่มันคือประกายความสับสนที่ซ่อนอยู่ลึกที่สุด “ตามมานี่” เขาเอ่ยเสียงเรียบก่อนจะออกแรงดึงเธอให้เดินตามออกจากห้องสมุดไปท่ามกลางสายตาของทุกคน
แต่ทันทีที่พ้นจากประตูด้านหลังห้องสมุด ธันวากลับหยุดกะทันหันจนเมล่อนเกือบเดินชนหลังเขา เขาหันกลับมาประชิดตัวเธอจนแผ่นหลังของเธอแนบกับกำแพงตึกที่เย็นเฉียบ ลมหายใจอุ่นร้อนของเขาเป่ารดที่ข้างแก้ม
“เธอคิดจะไปกับเขาจริงๆ เหรอ?” เขาถามประโยคนี้ซ้ำอีกครั้ง แต่คราวนี้เสียงเขาสั่นเครือ “ถ้างั้น... ก็จูบฉันสิ ถ้าเธอคิดจะเลือกเขา ก็จูบฉันเป็นการบอกลาเสียตั้งแต่ตอนนี้”
เมล่อนอ้าปากค้าง สมองขาวโพลนไปหมด เธอไม่เคยเห็นธันวาในมุมที่พ่ายแพ้และต้องการคำตอบที่ชัดเจนขนาดนี้มาก่อน ทว่าในวินาทีที่เธอกำลังจะขยับริมฝีปากตอบกลับ เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ในกระเป๋าของธันวาก็ดังขัดจังหวะขึ้นมาเสียก่อน
เขาขมวดคิ้วแน่น หยิบมันขึ้นมาดูและเพียงแค่กวาดสายตาอ่านข้อความนั้น ใบหน้าที่เคยเย็นชาของเขาก็ซีดเผือดลงจนเห็นได้ชัด!
ขอบคุณที่ติดตามการเดินทางของเมล่อนและธันวามาจนถึงบทนี้ เมล่อนโซดาจะรีบกลับมาเฉลยปมในตอนหน้าให้หายคันใจกันแน่นอนค่ะ!
แผนปฏิบัติการตื้อรักนายหน้านิ่ง (ที่แอบหึงเก่งเป็นที่หนึ่ง)•ตอนที่ 30
การปะทะคารม
ผลงานโดย เมล่อนโซดา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมล่อนโซดา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แผนปฏิบัติการตื้อรักนายหน้านิ่ง (ที่แอบหึงเก่งเป็นที่หนึ่ง) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!