“นี่คุณธันวา... ถ้าจะมองซองจดหมายนี่ให้ทะลุปรุโปร่งจนเป็นรูขนาดนั้น ฉันว่าเอาเงินค่าเลเซอร์สายตาไปซื้อขนมกินกับฉันดีกว่าไหมคะ?”
ฉันเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับห้องทำงานสภานักเรียนจนแทบหายใจไม่ออก แสงไฟฟลูออเรสเซนต์เหนือศีรษะดูเหมือนจะสั่นไหวน้อยๆ ตามจังหวะหัวใจที่เต้นรัวของฉัน ธันวายังคงนั่งนิ่งอยู่ในเก้าอี้ตัวใหญ่ ดวงตาคมกริบคู่สวยนั่นจ้องมองกระดาษสีขาวที่ถูกแปะทับด้วยหมึกสีแดงสดราวกับเลือดสดๆ บนโต๊ะไม้เนื้อแข็ง มือหนาของเขาบีบขอบโต๊ะจนเส้นเลือดปูดโปน
“เก็บมันซะ เมล่อน” เสียงของเขาต่ำและแหบพร่ากว่าปกติ “เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่คุณจะเอามาเล่นตลกได้”
“ใครบอกว่าฉันเล่นตลกคะ?” ฉันก้าวเข้าไปใกล้ ลากเก้าอี้ตัวข้างๆ มานั่งลง แม้ในใจจะสั่นไหวกับภาพรูปถ่ายวัยเด็กที่ถูกฉีกขาดเป็นชิ้นๆ นั่น แต่ฉันเลือกที่จะเชิดหน้าขึ้น “ฉันแค่คิดว่า... ถ้าเขาอยากให้ฉันกลัว เขาก็ควรจะเลือกใช้วิธีที่สร้างสรรค์กว่าการตัดแปะแบบงานอนุบาลแบบนี้หน่อย คุณไม่คิดเหรอคะ?”
ธันวาตวัดสายตามามองฉันทันที แววตาของเขามีความกังวลฉายชัดจนปิดไม่มิด “คุณไม่เข้าใจ... คนที่ทำแบบนี้มันไม่ปกติ และเป้าหมายของมันคือคุณ”
“งั้นเขาก็เลือกเป้าหมายผิดคนแล้วล่ะค่ะ” ฉันยักไหล่ พยายามเค้นเสียงหัวเราะออกมาทั้งที่มือเริ่มเย็นเฉียบ “คุณรู้ไหมคะว่าตอนเด็กๆ ฉันเคยเจออะไรมาบ้าง? ครูสอนคณิตศาสตร์ที่ดุอย่างกับยักษ์ใส่กระโปรง หรือตอนที่ฉันเผลอทำกาวตราช้างติดมือจนต้องเดินถือหนังสือเรียนไปทั้งวัน... เมื่อเทียบกับจดหมายข่มขู่ฉบับนี้ ฉันว่าการต้องมานั่งลุ้นว่าคุณจะยิ้มให้ฉันเมื่อไหร่ ยากกว่าเยอะเลย!”
ฉันแกล้งทำหน้ามุ่ยพลางเท้าคางมองเขา “เนี่ย ดูสิคะ หน้าคุณตอนนี้ตึงยิ่งกว่ากางเกงยีนส์ตัวใหม่ที่เพิ่งซักเสร็จเสียอีก ถ้ามีคนเดินผ่านแล้วเห็นคุณทำหน้าแบบนี้ เขาคงนึกว่าคุณกำลังโกรธแค้นโลกใบนี้อยู่แน่ๆ เลย”
ธันวาขมวดคิ้วแน่น “นี่ไม่ใช่เวลามา...”
“แล้วเวลาไหนล่ะคะ?” ฉันขัดจังหวะทันควัน “ถ้าเราต้องตายเพราะโรคเครียดก่อนจะถูกคนโรคจิตจับตัวไป คุณไม่คิดว่ามันเป็นการตายที่เสียดายโควตาประธานนักเรียนที่หล่อที่สุดในโรงเรียนไปเปล่าๆ เหรอคะ?”
ฉันเริ่มร่ายยาวมุกตลกฝืดๆ เกี่ยวกับความไร้เหตุผลของคนส่งจดหมาย พยายามเปลี่ยนบรรยากาศที่หนักอึ้งให้กลายเป็นความไร้สาระที่ฉันถนัด ธันวาพ่นลมหายใจออกมาแรงๆ เขาส่ายหน้าอย่างระอา แต่นัยน์ตาที่เคยแข็งกร้าวเริ่มไหวระริกเหมือนคนกำลังต่อสู้กับความรู้สึกบางอย่างข้างใน
“ฟังนะคะ...” ฉันหยิบเศษกระดาษที่ถูกเขียนด้วยหมึกแดงขึ้นมาหมุนเล่น “ถ้าเขาอยากให้ฉันหนี เขาก็ต้องผิดหวัง เพราะฉันน่ะ... เกิดมาเพื่อเป็นกองหลังที่เหนียวแน่นที่สุดในชีวิตคุณเลยนะ ถ้าเขากล้ามาแตะต้องคุณ หรือกระทั่งมาขู่ฉัน... ฉันจะตื้อเขาให้เลิกเป็นคนร้ายแล้วมาสมัครเป็นแฟนคลับฉันแทน!”
จังหวะนั้นเอง มุมปากของธันวาที่เคยกดนิ่งสนิทกลับกระตุกขึ้นเล็กน้อย ความพยายามที่จะรักษามาดเย็นชาของเขาเริ่มพังทลายลงเหมือนปราสาททรายที่โดนคลื่นซัด เขากลั้นหัวเราะจนไหล่สั่น ก่อนที่เสียง ‘หึ’ สั้นๆ จะเล็ดลอดออกมา ตามด้วยเสียงหัวเราะเบาๆ ที่ดูติดขัดเหมือนคนไม่ค่อยได้ทำบ่อยนัก
“ตลกมากเหรอคะ?” ฉันเบิกตากว้าง แกล้งทำเป็นประหลาดใจเกินจริง
“คุณมัน... เพี้ยนเกินเยียวยาจริงๆ เมล่อน” เขาหัวเราะออกมาเต็มเสียงในที่สุด เป็นเสียงหัวเราะที่อบอุ่นและทำให้โลกใบนี้ดูสดใสขึ้นมาทันที แววตาที่เคยหึงหวงและหวาดระแวงเมื่อครู่หายไป เหลือเพียงความเอ็นดูที่สะท้อนอยู่ในนั้น “ใครเขาพูดเรื่องโดนข่มขู่แล้วเอาไปเปรียบเทียบกับกาวตราช้างกัน”
“ก็ฉันไงคะ” ฉันยิ้มกว้าง ใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันได้เห็นเขายิ้มและหัวเราะแบบไร้กำแพงกั้น แม้แต่ในสถานการณ์ที่อันตรายแบบนี้... แต่มันกลับทำให้ฉันรู้สึกว่า เราสองคนผ่านมันไปได้แน่นอน
บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปเป็นความเงียบที่แสนหวาน ธันวายื่นมือมาหยิบเศษกระดาษจากมือฉันไปวางไว้ที่เดิม ก่อนจะเลื่อนมือมาจับที่ข้อมือฉันไว้แน่น ไม่ใช่การจับเพื่อกระชาก แต่เป็นการจับที่แฝงไปด้วยความรู้สึกโหยหาและปกป้องอย่างที่สุด
“อย่าห่างจากสายตาผม” เขาพูดเสียงเรียบ แต่สายตานั้นกลับหนักแน่นราวกับคำสาบาน “ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ต่อจากนี้ไป... ห้ามเดินไปไหนคนเดียว เข้าใจไหม?”
ฉันพยักหน้าหงึกหงัก หัวใจเต้นผิดจังหวะเมื่อเห็นว่าเขากำลังโน้มใบหน้าลงมาใกล้ ลมหายใจอุ่นๆ รดอยู่ที่ปลายจมูกของฉัน กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ประจำตัวเขากำลังทำให้ฉันสติหลุดลอย ความกลัวจากจดหมายข่มขู่เมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความปรารถนาที่จะให้ช่วงเวลานี้หยุดหมุนลง
ทว่า ในจังหวะที่หัวใจของเรากำลังจะสื่อถึงกัน เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างรุนแรงจนบานประตูไม้แทบจะกระเด็นหลุดออกจากวงกบ
“ธันวา! อยู่ข้างในใช่ไหม!” เสียงตะโกนที่คุ้นหูทำให้ธันวาผละออกจากฉันทันทีด้วยแววตาที่เปลี่ยนเป็นกราดเกรี้ยวในชั่วพริบตา
ประตูห้องถูกผลักเปิดออกเต็มแรง คีย์ยืนหอบหายใจอยู่ตรงนั้น ใบหน้าของเขาดูตื่นตระหนกผิดปกติ ในมือเขากำมือถือที่กำลังเปิดหน้าต่างแชทค้างไว้ สายตาของคีย์ไม่ได้มองมาที่ฉัน แต่มันจ้องเขม็งไปที่ธันวา “มีคนส่งรูปมาให้ฉัน... รูปที่แกกำลังยืนกอดเมล่อนอยู่หน้าโรงเรียนเมื่อสิบนาทีที่แล้ว”
ธันวาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง พลังความกดดันรอบตัวเขาแผ่ขยายออกมาจนฉันรู้สึกได้ถึงความเย็นเยียบที่แล่นพล่านไปทั่วสันหลัง “ใครส่งมา”
คีย์เดินเข้ามาใกล้ มือสั่นเทาขณะยื่นโทรศัพท์ให้ดู “ไม่ใช่แค่รูป... มันคือคำเตือน แต่มันไม่ได้ส่งหาฉันคนเดียว แต่มันส่งหา *ทุกคน* ในกลุ่มแชทใหญ่ของโรงเรียน!”
ฉันรีบหยิบโทรศัพท์ตัวเองขึ้นมาดู แล้วลมหายใจก็แทบหยุดลง เมื่อเห็นข้อความล่าสุดที่เด้งขึ้นมาในแชทกลุ่มพร้อมรูปภาพนับสิบใบที่ถ่ายฉันกับธันวาในมุมต่างๆ ของโรงเรียนตลอดทั้งวัน พร้อมข้อความสีแดงฉานที่เขียนว่า:
*‘ของเล่นของประธานนักเรียน... ใครอยากเป็นคนแรกที่ได้ทำลายมันทิ้ง?’*
แล้วจู่ๆ ไฟในห้องสภานักเรียนก็ดับวูบลงพร้อมกัน ความมืดมิดกลืนกินเราทั้งสามคน และเสียงล็อกประตูห้องจากด้านนอกก็ดัง ‘กริ๊ก’ อย่างชัดเจน ท่ามกลางความเงียบงันที่น่าสะพรึงกลัว เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนกำลังเดินวนอยู่หน้าประตูห้องทำงานของเรา...
เมล่อนโซดาขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเอาใจช่วยเมล่อนกับคุณธันวามาจนถึงตอนนี้ด้วยนะคะ!
แผนปฏิบัติการตื้อรักนายหน้านิ่ง (ที่แอบหึงเก่งเป็นที่หนึ่ง)•ตอนที่ 18
ถอดหน้ากากเย็นชา
ผลงานโดย เมล่อนโซดา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมล่อนโซดา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แผนปฏิบัติการตื้อรักนายหน้านิ่ง (ที่แอบหึงเก่งเป็นที่หนึ่ง) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!