“นี่นายจะเงียบใส่ฉันไปถึงไหนคะธันวา ลายมือในสมุดเล่มนั้น... มันเป็นของฉันจริงๆ นะ!”
เสียงของฉันก้องสะท้อนอยู่ในความว่างเปล่าของโรงยิมไม้เก่าๆ กลิ่นอับชื้นของพื้นไม้ผสมกับกลิ่นไอฝนที่เพิ่งเริ่มเทกระหน่ำลงมาด้านนอก ทำให้บรรยากาศดูอึมครึมกว่าปกติ ธันวาที่ยืนหันหลังให้ฉันอยู่กลางสนามบาสเกตบอลชะงักไปเล็กน้อย ไหล่กว้างภายใต้เสื้อเชิ้ตนักเรียนที่หลุดลุ่ยเล็กน้อยนั้นเกร็งขึ้นมาทันที
เขายังคงไม่หันกลับมามอง มือข้างหนึ่งล้วงกระเป๋ากางเกง อีกข้างกำสมุดโน้ตปกสีน้ำเงินแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด
“เธอจำไม่ได้จริงๆ เหรอเมล่อน” เขาถามเสียงเรียบ ทว่าสั่นพร่าในตอนท้าย
“จำอะไรคะ? ถ้าฉันจำได้ ฉันจะมายืนตื้อถามนายจนคอแห้งแบบนี้ไหม!” ฉันก้าวเข้าไปใกล้ ลมหายใจเริ่มติดขัดเมื่อเสียงฟ้าร้องคำรามสนั่นจนหลังคาโรงยิมสั่นสะเทือน ความกลัวลึกๆ ในใจเริ่มก่อตัวขึ้น ฉันเกลียดการถูกเมินเฉย ยิ่งเป็นคนคนนี้... ฉันยิ่งทนไม่ได้
ทันใดนั้น ไฟในโรงยิมก็กะพริบถี่ๆ ก่อนจะดับวูบลงพร้อมกับเสียงเปรี้ยงปร้างของฟ้าผ่าที่ใกล้มากจนพื้นดินสะเทือน
ความมืดมิดเข้าปกคลุมโดยสมบูรณ์ ฉันอุทานด้วยความตกใจก่อนจะรู้สึกถึงแรงกระชากที่ข้อมือ ร่างกายฉันถูกเหวี่ยงไปปะทะกับแผงอกแข็งแกร่งของใครบางคนที่คว้าตัวฉันไว้ได้ทันท่วงที กลิ่นน้ำหอมจางๆ กลิ่นสะอาดแบบธันวาปะทะเข้ากับจมูกจนฉันลืมหายใจ
“อยู่เฉยๆ” เสียงกระซิบดุๆ ดังอยู่เหนือศีรษะ
ความเงียบเข้าครอบงำ มีเพียงเสียงฝนที่ตกหนักกระทบหลังคาสังกะสีดังพึ่บพั่บราวกับจะถล่มลงมา เราสองคนยืนเบียดกันอยู่ในมุมอับของอัฒจันทร์ หัวใจของฉันเต้นรัวแรงเสียจนเกรงว่าเขาจะได้ยินมันเข้าจริงๆ ธันวาไม่ได้ปล่อยมือออก เขากลับเปลี่ยนมาโอบรอบเอวฉันแน่นขึ้นเหมือนกลัวว่าฉันจะหายไปในความมืด
“ธันวา... นายโกรธฉันเรื่องอะไรกันแน่ ลายมือนั่นมันหมายความว่ายังไง” ฉันถามเบาๆ พยายามรวบรวมความกล้า
เขานิ่งไปนาน จนฉันเกือบจะคิดว่าเขาจะปล่อยให้คำถามนี้ตายไปพร้อมกับความมืด “มันคือจดหมายสารภาพรักที่เธอเขียนให้ฉันเมื่อสามปีก่อนไงล่ะ... วันที่เธอเดินเข้ามาบอกว่า ‘ขอโทษนะ แต่เราคงเป็นเพื่อนกันไม่ได้ เพราะฉันดันเผลอใจไปชอบคนอื่นแล้ว’”
ฉันเบิกตากว้างในความมืด คำพูดนั้นเหมือนค้อนที่ทุบลงมาที่หน้าอกอย่างจัง ฉันเนี่ยนะ? ปฏิเสธธันวา?
“ไม่... เป็นไปไม่ได้ ฉันไม่เคย...”
“แต่เธอทำ” เขาแทรกขึ้น น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ถูกเก็บซ่อนไว้ “หลังจากวันนั้น เธอก็ทำเหมือนไม่เคยรู้จักฉัน ลบเลือนความทรงจำเกี่ยวกับเราไปจนหมดสิ้น เหลือไว้เพียงความสดใสจอมปลอมที่เธอใช้โปรยปรายใส่ทุกคน... รวมถึงฉันด้วยในตอนนี้”
มือที่โอบเอวฉันเริ่มสั่น ลมหายใจของเขาหอบถี่ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ความอบอุ่นที่แผ่ออกมาจากตัวเขาทำให้ฉันรู้สึกหนาวสั่นไปถึงขั้วหัวใจ ความทรงจำบางอย่างที่เลือนรางเหมือนหมอกควันเริ่มก่อตัวขึ้นในหัว... ภาพเด็กหญิงคนหนึ่งที่กลัวการถูกปฏิเสธจนเลือกที่จะเป็นฝ่าย ‘ทิ้ง’ ก่อน เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเองต้องเจ็บปวด
“ธันวา... ฉันจำไม่ได้จริงๆ” ฉันพึมพำพร้อมกับน้ำตาที่เริ่มคลอเบ้า มือที่วางอยู่บนแผงอกของเขาค่อยๆ เลื่อนขึ้นไปสัมผัสใบหน้าที่เรียบเฉยทว่าเปราะบางของเขา “ถ้านี่คือเรื่องจริง... ถ้านี่คือสาเหตุที่นายทำหน้านิ่งใส่ฉันตลอดเวลาที่ผ่านมา... งั้นที่นายคอยตามหึงหวงเวลาคีย์เข้ามาใกล้ฉัน ก็เพราะนายยัง...”
“ยังเกลียดเธอไม่พอไงล่ะ” เขาตอบสวนทันควัน แต่คำโกหกนั้นกลับบางเบาราวกับกระดาษ
เขาโน้มใบหน้าลงมาจนหน้าผากของเราแตะกัน ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดใบหน้าของฉัน ความรู้สึกมากมายถาโถมเข้ามา ทั้งความเสียใจ ความโหยหา และความสับสนที่ปนเปกันจนแยกไม่ออก ในวินาทีนั้นเอง สายฟ้าแลบผ่านช่องว่างของหน้าต่างโรงยิม ทำให้ฉันเห็นแววตาของเขาชัดเจน... มันไม่ใช่ความเกลียด แต่มันคือความพ่ายแพ้ต่อความรู้สึกตัวเองอย่างราบคาบ
เขากำลังจะก้มลงมา... ฉันสัมผัสได้ถึงแรงดึงดูดมหาศาลที่แทบจะละลายความตั้งใจทั้งหมดของฉันทิ้ง
ทว่า ก่อนที่ริมฝีปากของเราจะสัมผัสกัน เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นจากทางเข้าโรงยิม พร้อมกับเสียงตะโกนเรียกชื่อฉันที่ฟังดูร้อนรน
“เมล่อน! เธออยู่ไหน! ได้ยินฉันไหมเมล่อน!”
เป็นเสียงของคีย์... และดูเหมือนเขาจะไม่ได้มาคนเดียว เพราะเสียงรองเท้าบูทอีกหลายคู่ดังตามมาติดๆ ธันวาชะงักไปทันที เขาผลักฉันออกเบาๆ แววตากลับไปเย็นชาเหมือนเดิมในเสี้ยววินาที
เขาก้าวถอยหลังไปในเงามืดขณะที่แสงไฟฉายจากข้างนอกเริ่มสาดส่องเข้ามา
“ถ้าเธอเลือกจะลืมมันไป... ก็อย่าได้รื้อฟื้นมันขึ้นมาอีกเลย” เขาพูดทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาเสียจนหัวใจฉันกระตุกวูบ “เพราะถ้าฉันต้องเริ่มรุกเธอกลับ... เธออาจจะทนไม่ไหวอีกเป็นครั้งที่สอง”
คีย์วิ่งเข้ามาถึงตัวฉันพร้อมแสงไฟฉายที่สาดเข้ามาจนตาพร่า “เมล่อน! มาทำอะไรตรงนี้คนเดียว! รู้ไหมว่าข้างนอกฝนตกหนักจนถนนตัดขาดไปแล้ว!”
ฉันหันกลับไปมองในมุมที่ธันวายืนอยู่ แต่ตรงนั้นกลับว่างเปล่า... เหลือเพียงสมุดโน้ตปกสีน้ำเงินที่ตกอยู่บนพื้นไม้เก่าๆ ฉันรีบก้มลงหยิบมันขึ้นมา แต่เมื่อเปิดออกดู สิ่งที่เห็นข้างในกลับทำให้เลือดในกายฉันเย็นเฉียบ
ไม่ใช่แค่ลายมือของฉัน... แต่มันมีรูปถ่ายของฉันกับธันวาในวัยเด็กที่ถูกฉีกขาดเป็นชิ้นๆ และมีตัวหนังสือเขียนทับด้วยหมึกสีแดงสดว่า *‘อย่าคิดว่าจะหนีพ้น’*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ที่รักทุกคนนะคะที่ติดตามเรื่องราวความวุ่นวายของยัยเมล่อนมาจนถึงตอนนี้ค่ะ
แผนปฏิบัติการตื้อรักนายหน้านิ่ง (ที่แอบหึงเก่งเป็นที่หนึ่ง)•ตอนที่ 17
เหตุการณ์ฝนตกไม่เป็นใจ
ผลงานโดย เมล่อนโซดา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมล่อนโซดา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แผนปฏิบัติการตื้อรักนายหน้านิ่ง (ที่แอบหึงเก่งเป็นที่หนึ่ง) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!