“ปล่อยมือจากข้าวกล่องนั่นซะ คีย์”
น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เฉียบคมดุจใบมีดโกนของธันวาทำเอาบรรยากาศรอบข้างที่เคยอึกทึกในโรงอาหารเงียบสนิทลงถนัดตา เมล่อนยืนตัวแข็งทื่ออยู่ตรงกลางระหว่างสองหนุ่มที่กำลังส่งกระแสไฟฟ้าใส่กันจนอากาศแทบจะลุกเป็นไฟ
“ทำไมล่ะ ธันวา? ฉันแค่จะเอาข้าวไปคืนให้เมล่อน เพราะเห็นว่าเธอถือหนัก... หรือว่านายจะหวง?” คีย์เลิกคิ้วกวนประสาท มือหนายังคงยื้อยุดกล่องข้าวห่อผ้าลายหมีน้อยที่เมล่อนตั้งใจทำมาให้ธันวาไว้อย่างเหนียวแน่น
ธันวาก้าวเข้ามาประชิดตัวคีย์ ดวงตาคมกริบคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยความหงุดหงิดที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย “ฉันไม่ได้หวง แต่คนของฉัน... เขาทำมาให้ฉัน ถ้าฉันไม่รับ นั่นก็เป็นเรื่องของฉันกับเขา ไม่ใช่เรื่องที่นายต้องเสนอหน้าเอาไปคืน”
คำว่า ‘คนของฉัน’ กระแทกเข้ากลางใจเมล่อนจนจังหวะการเต้นของหัวใจรวนเร เธอรู้สึกเหมือนถูกกระแสไฟฟ้าช็อตเบาๆ ที่ปลายนิ้ว ความกลัวการถูกปฏิเสธที่เคยเกาะกินใจมลายหายไปสิ้น แทนที่ด้วยความอบอุ่นประหลาดที่พุ่งพล่านขึ้นมาแทน
“เอ่อ... คีย์ ปล่อยเถอะนะ” เมล่อนตัดสินใจแทรกขึ้นมาพลางส่งยิ้มแห้งๆ “ขอบคุณมากนะที่ช่วยถือ แต่ฉันอยากให้ธันวาเขารับไปมากกว่า... ขอบใจจริงๆ”
คีย์ชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะหัวเราะหึๆ แล้วปล่อยมือออก “โอเคๆ ยอมแพ้ก็ได้ ดูท่าทางวันนี้ประธานหน้านิ่งเขาจะอารมณ์ไม่ดีเป็นพิเศษนะเนี่ย” เขายักไหล่แล้วเดินเลี่ยงออกไป แต่ไม่วายส่งสายตาท้าทายให้ธันวาอีกรอบ
เมื่อความวุ่นวายผ่านไป เหลือเพียงความเงียบที่น่าอึดอัด ธันวาก็ยังคงยืนนิ่ง มือของเขากำแน่นอยู่ที่ข้างลำตัว ดวงตาคู่คมจับจ้องมาที่ข้าวกล่องในมือเมล่อน ก่อนจะเลื่อนขึ้นมาสบตากับเธอ
“วางไว้ตรงนี้แล้วไปซะ” เขาพยักพเยิดไปยังโต๊ะไม้ตัวยาวข้างๆ เสียงของเขาเย็นชาเหมือนเคย แต่ทำไมเธอถึงรู้สึกว่าแววตาคู่นั้นมันไหววูบไปชั่วขณะล่ะ?
“ธันวา... ข้าวผัดไข่ใส่แฮมแบบที่นายชอบนะ” เมล่อนไม่ถอยหนี กลับก้าวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด เธอวางกล่องข้าวลงบนโต๊ะแล้วเลื่อนไปทางเขาเบาๆ “อย่ามัวแต่ทำงานจนลืมกินข้าวสิคะ คนเก่งของโรงเรียนถ้าล้มป่วยไปจะเสียชื่อเอาได้นะ”
ธันวาเงียบไป เขาไม่ได้มองข้าวกล่อง แต่จ้องมองลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ เมล่อนรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกอ่านใจผ่านม่านตาสีเข้มคู่นั้น ความตื้อที่เธอมักจะใช้เป็นเกราะป้องกันเริ่มสั่นคลอนเมื่อเผชิญกับความนิ่งงันที่ทรงพลังของเขา
จู่ๆ ธันวาก็ยื่นมือมาหยิบกล่องข้าวไป เขาไม่พูดอะไรสักคำ ไม่ขอบคุณ ไม่แม้แต่จะยิ้มมุมปากให้เห็น แต่ในจังหวะที่นิ้วของเขาแตะโดนหลังมือของเมล่อนชั่วครู่ มันคือความร้อนผ่าวที่ส่งผ่านผิวหนังจนเธอแทบจะกลั้นหายใจ
“ถ้าคราวหน้ายังเอาของมาให้โดยไม่บอกก่อน...” เขากล่าวเสียงเรียบขณะหันหลังเตรียมเดินไป “ก็อย่าหวังว่าจะได้ทำอีก”
เมล่อนยืนนิ่งงันมองแผ่นหลังกว้างที่เดินจากไป แม้คำพูดจะดูเหมือนเป็นการไล่ แต่หัวใจของเธอกลับเต้นรัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เพราะสายตาที่เขามองเธอก่อนจะหันหลังกลับนั้น... มันไม่ใช่ความรำคาญ แต่มันคือความรู้สึกบางอย่างที่เขากำลังพยายามสะกดกลั้นไว้สุดชีวิต
เธอหลุดยิ้มออกมาจนแก้มปริ ‘ตื้อเท่านั้นที่ครองโลก’ เมล่อนบอกตัวเองแบบนั้นเสมอ แต่ดูเหมือนการตื้อครั้งนี้ จะเริ่มทำให้กำแพงน้ำแข็งของธันวาเริ่มปริแตกเข้าให้แล้ว
ทว่าความสุขยังไม่ทันได้ประทับใจนาน เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับสัมผัสเย็นเฉียบที่วางลงบนไหล่ของเธอ
“เมล่อน... ฉันมีเรื่องอยากจะถามเธอหน่อย เกี่ยวกับโปรเจกต์ที่ห้องสภาน่ะ” น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความนัยของใครบางคนทำให้เมล่อนต้องหันไปมอง
ทันทีที่เธอหันกลับไป ดวงตาของเมล่อนก็เบิกกว้างด้วยความตกใจ เมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็น ‘รุ่นพี่แพรวา’ หัวหน้าชมรมเชียร์ลีดเดอร์ผู้ที่ไม่เคยชายตามองคนอย่างเธอมาก่อน แถมข้างๆ กันนั้น ธันวาที่เพิ่งเดินออกไปกลับหยุดชะงักและหมุนตัวกลับมามองด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป... แววตาที่เมล่อนไม่เคยเห็นมาก่อนในตัวเขา มันดูเคร่งขรึมและเต็มไปด้วยแรงกดดันที่พุ่งตรงมายังพวกเธอสองคน
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่คอยติดตามและเป็นกำลังใจให้เมล่อนโซดาคนนี้เสมอนะคะ
แผนปฏิบัติการตื้อรักนายหน้านิ่ง (ที่แอบหึงเก่งเป็นที่หนึ่ง)•ตอนที่ 3
สายตาที่คาดไม่ถึง
ผลงานโดย เมล่อนโซดา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมล่อนโซดา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แผนปฏิบัติการตื้อรักนายหน้านิ่ง (ที่แอบหึงเก่งเป็นที่หนึ่ง) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!