“ปล่อยมือฉันก่อนได้ไหมคะ ธันวา...”
เสียงของฉันแผ่วหวิวราวกับขนนกที่ถูกพายุหมุนซัดสาด ร่างสูงโปร่งของคนตรงหน้าหยุดกึกกะทันหันในมุมอับของตึกกิจกรรม เขาไม่ได้ปล่อยมือตามคำขอ แต่กลับเปลี่ยนจากกุมข้อมือมาเป็นสอดนิ้วประสานเข้ากับฝ่ามือฉันแน่นจนเหงื่อซึม แผ่นหลังกว้างที่ปกติจะดูสงบนิ่งบัดนี้กลับตึงเครียดจนสัมผัสได้ถึงแรงปะทะของอารมณ์ที่ซ่อนอยู่ภายใน
“นายทำแบบนี้ไปทำไมคะ... เมื่อกี้ที่ห้องชมรม...”
ฉันพยายามเค้นเสียงถาม ทั้งที่หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ธันวาไม่หันมามองหน้าเขาเอาแต่จ้องไปที่ผนังปูนเปลือยเบื้องหน้า ความเงียบงันที่แผ่ออกมาจากตัวเขามันกดดันเสียยิ่งกว่าการตะโกนใส่หน้าเสียอีก
“อย่าไปใกล้คีย์อีก”
น้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าแฝงไปด้วยแรงสั่นสะเทือนบางอย่างที่ทำให้ฉันขนลุกวาบ เขาค่อยๆ หันกลับมา สายตาคมกริบดุจมีดโกนจ้องลึกเข้ามาในดวงตาฉัน ราวกับจะค้นหาความจริงบางอย่างที่ฉันเองก็ยังไม่แน่ใจว่ามันคืออะไร “เธอเป็นคนของฉัน... หมายถึง เป็นหัวหน้ากิจกรรมที่ฉันต้องดูแล”
คำว่า ‘เป็นคนของฉัน’ มันก้องอยู่ในหูจนหน้าฉันร้อนผ่าวเหมือนถูกไฟลน นี่เขากำลังใช้สถานะประธานนักเรียนมาอ้างเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของหรือเปล่านะ? เมล่อน เธอต้องตั้งสติ! นี่คือโอกาสทองของการเปิดฉากรุกกลับ!
“ดูแลในฐานะอะไรคะ?” ฉันถามพลางอมยิ้มบางๆ แม้ในใจจะประหม่าจนมือสั่น “ประธานนักเรียนที่แสนดี หรือคนที่ ‘หึง’ จนหน้ามืดไปกระชากคอเสื้อคนอื่นกันแน่คะ?”
ธันวาชะงักไปครู่หนึ่ง แววตาของเขาไหววูบเพียงชั่ววินาทีก่อนจะกลับมานิ่งสนิทตามแบบฉบับเจ้าชายน้ำแข็ง เขาปล่อยมือฉันแล้วเสยผมลวกๆ ท่าทางดูประหม่าอย่างที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน
“ไร้สาระ” เขาพึมพำ “อย่าลืมงานเอกสารชุดสุดท้ายล่ะ ถ้าทำไม่เสร็จ... ฉันจะตัดคะแนนจิตพิสัยเธอให้ร่วงติดดิน”
พูดจบเขาก็เดินจ้ำอ้าวหนีไป ทิ้งให้ฉันยืนกอดอกยิ้มกว้างอยู่คนเดียว ความตื้อในหัวใจมันพุ่งปรี๊ดขึ้นมาทันที ในเมื่อเขาปากแข็งนัก ฉันก็ขอจัด ‘กลยุทธ์มัดใจ’ ที่แม้แต่เทพบุตรน้ำแข็งก็ต้านทานไม่ไหวให้เสียหน่อย!
...
เวลาล่วงเลยมาจนถึงช่วงพักเที่ยง กลิ่นหอมฟุ้งของข้าวห่อไข่ฝีมือฉันทำเอาคนรอบข้างหันมามองด้วยความสนใจ เมล่อนคนนี้ไม่ได้มาเล่นๆ ค่ะ งานนี้ฉันจัดเต็มทั้งวัตถุดิบเกรดพรีเมียมและการจัดวางที่แสนจะตั้งใจ ฉันหอบกล่องข้าวสีมินิมอลเดินตรงไปยังตึกสภานักเรียนด้วยหัวใจที่พองโต
ห้องสภานักเรียนเงียบเชียบเหมือนเคย ฉันเคาะประตูเบาๆ สองสามครั้งก่อนจะถือวิสาสะเปิดเข้าไป
ภาพที่เห็นทำเอาฉันแทบหยุดหายใจ ธันวากำลังนั่งกุมขมับอยู่หน้ากองเอกสารมหาศาล แว่นสายตาทรงเหลี่ยมที่เขาใส่ทำให้เขาดูฉลาดและมีเสน่ห์จนฉันแทบจะทรุดลงกับพื้น แต่ทว่า... ข้างๆ โต๊ะของเขากลับมีกล่องแซนด์วิชที่ถูกแกะแล้ววางทิ้งไว้ ซึ่งดูจากแพ็กเกจจิ้ง... มันไม่ใช่ของที่หาซื้อได้ในโรงอาหาร
“ทานมื้อเที่ยงหรือยังคะ ท่านประธาน?” ฉันเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงสดใสที่สุดเท่าที่จะทำได้
ธันวาเงยหน้าขึ้นจากเอกสาร แววตาที่ดูเหนื่อยล้าเปลี่ยนเป็นความเรียบเฉยทันทีที่เห็นหน้าฉัน เขามองกล่องข้าวในมือฉันด้วยสายตาที่อ่านยาก ก่อนจะปรายตามองไปยังแซนด์วิชที่วางอยู่บนโต๊ะ
“ใครให้เธอเข้ามา” เสียงของเขาเรียบสนิท แต่มันมีความไม่พอใจบางอย่างแฝงอยู่
“ก็เห็นว่างานยุ่ง เลยเอาของอร่อยมาเติมพลังให้ค่ะ” ฉันเดินเข้าไปใกล้ วางกล่องข้าวลงบนโต๊ะข้างเอกสารของเขาอย่างถือวิสาสะ “ลองชิมดูไหมคะ สูตรพิเศษ... ใส่ความพยายามลงไปเต็มกล่องเลยนะ”
ธันวานิ่งไป เขาค่อยๆ ถอดแว่นออกแล้ววางลงบนโต๊ะ มือเรียวยาวนั่นเอื้อมมาแตะขอบกล่องข้าวของฉันเบาๆ เขาไม่ได้เปิดมัน แต่เขากลับจ้องมองมันนิ่งๆ เหมือนกำลังใช้ความคิดอะไรบางอย่าง ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำเอาฉันหัวใจตกไปอยู่ที่ตาตุ่ม
“รู้ไหมว่าทำไมฉันถึงเลือกกินแซนด์วิชของคนอื่นแทนที่จะออกไปหาอะไรทานเอง?”
ฉันชะงัก “ทำไมคะ?”
เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเข้ามาใกล้จนฉันถอยหลังไปชนกับตู้เก็บเอกสาร ธันวาโน้มตัวลงมาจนลมหายใจอุ่นๆ รดอยู่ที่ข้างแก้มของฉัน เขาขยับใบหน้าเข้ามาใกล้จนฉันได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ จากตัวเขาที่แสนจะเย้ายวน
“เพราะการกินอะไรที่ไม่ได้เลือกเอง... มันทำให้ฉันรำคาญใจ” เขาเว้นจังหวะ “แต่สำหรับกล่องนี้... ฉันอาจจะยอม ‘ฝืน’ กินมันเข้าไปสักคำ”
ไม่ทันที่ฉันจะได้โต้ตอบ ประตูห้องสภานักเรียนก็ถูกเปิดผางออกอย่างแรง เสียงกระแทกประตูทำเอาฉันสะดุ้งสุดตัว ก่อนจะเห็นร่างสูงคุ้นตาของคีย์ยืนหอบแฮ่กอยู่ที่หน้าประตู ในมือของเขาถือถุงน้ำผลไม้ร้านดังที่ธันวาชอบนักหนา
“ขอโทษทีนะประธาน พอดีผมเพิ่งนึกได้ว่าคุณยังไม่ได้ดื่มอะไรเลย เลยซื้อมาให้” คีย์พูดพลางกวาดสายตามาที่ฉันซึ่งยืนตัวติดกับธันวาด้วยแววตาวาวโรจน์ “แล้วนี่... ทำไมเมล่อนถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะครับ?”
บรรยากาศในห้องเงียบสนิทลงในทันที ธันวาไม่ถอยห่างจากฉัน เขากลับยกมือขึ้นมาวางบนไหล่ฉันเบาๆ อย่างถือสิทธิ์ พร้อมกับสายตาที่เปลี่ยนไปเป็นความเยือกเย็นที่พร้อมจะแช่แข็งคนตรงหน้าได้ทุกเมื่อ
“ของของฉัน... ฉันดูแลเองได้” ธันวาเอ่ยเสียงเย็น “และนาย... ก็ไม่มีสิทธิ์เอาอะไรมาให้คนของฉันทานตามใจชอบ”
เมล่อนโซดาขอบพระคุณทุกกำลังใจและการติดตามอ่านที่เหนียวแน่นของนักอ่านทุกคนนะคะ!
แผนปฏิบัติการตื้อรักนายหน้านิ่ง (ที่แอบหึงเก่งเป็นที่หนึ่ง)•ตอนที่ 2
กลยุทธ์ข้าวกล่องมัดใจ
ผลงานโดย เมล่อนโซดา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมล่อนโซดา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แผนปฏิบัติการตื้อรักนายหน้านิ่ง (ที่แอบหึงเก่งเป็นที่หนึ่ง) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!