แผนปฏิบัติการตื้อรักนายหน้านิ่ง (ที่แอบหึงเก่งเป็นที่หนึ่ง)•ตอนที่ 20

แผนร้ายจากคนไม่หวังดี

ผลงานโดย เมล่อนโซดา
แผ่นกระดาษเอสี่นับร้อยใบที่ปลิวว่อนลงมาจากชั้นลอยของอาคารหอประชุม ไม่ได้ทำร้ายร่างกายของเมล่อนให้บอบช้ำ... แต่มันกรีดแทงความรู้สึกของเธอจนชาไปหมดทั้งร่าง ข้อความตัวอักษรสีแดงฉานที่ถูกปริ้นต์ออกมาอย่างประณีตประณามหยาดหยดหยามเหยียด ว่าเธอเป็นแค่ "ตัวฉวยโอกาส" ที่ใช้มารยาสาตไถ่เข้าหาประธานนักเรียนผู้เพียบพร้อมเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว คำว่า *เด็กทุนหน้าเงิน* และ *ผู้หญิงไร้ยางอาย* เด้งเข้ามากระแทกตาซ้ำแล้วซ้ำเล่าท่ามกลางเสียงซุบซิบนินทาที่ดังอื้ออึงราวกับฝูงผึ้งแตกรัง "ดูรูปพวกนั้นสิคะ... เธอหน้าด้านขนาดนี้ได้ยังไงเนี่ย" "ได้ข่าวว่าตามติดประธานธันวาแจยิ่งกว่าเงา ตามตื้อจนน่ารำคาญ สงสัยหวังเกาะกระแสให้ตัวเองดูมีราคาขึ้นมาสินะคะ" เสียงวิพากษ์วิจารณ์จากกลุ่มนักเรียนหญิงแถวหน้าเวทีดังลอดเข้ามาในโสตประสาท เมล่อนก้มมองเศษกระดาษที่เกลื่อนกลาดอยู่แทบเท้า หัวใจดวงน้อยที่มักจะมีพลังบวกเต็มเปี่ยมอยู่เสมอกลับหล่นวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม ความรู้สึกชาหนึบแผ่ซ่านจากปลายนิ้วขึ้นมาถึงหน้าอก การถูกเกลียดโดยไม่มีเหตุผลไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับคนดื้อรั้นอย่างเธอ แต่การถูกโจมตีด้วยหลักฐานเท็จและถ้อยคำที่หยามเกียรติศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์แบบนี้ มันหนักหนາเกินกว่าจะปั้นยิ้มสู้ได้ไหว เมล่อนเม้มริมฝีปากแน่นจนซีดเผือด พยายามกะพริบตาไล่ความร้อนผ่าวที่เอ่อล้นขึ้นมาบังทัศนียภาพ เธอกำมือทั้งสองข้างเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือเพื่อเรียกสติ ทว่าในเสี้ยววินาทีที่ความน้อยเนื้อต่ำใจกำลังจะกัดกินพื้นที่หัวใจ ร่างสูงโปรดของใครบางคนก็ก้าวเข้ามาบังแสงไฟสว่างจ้าจากสปอตไลท์ด้านบนจนเกิดเงาทอดทับร่างเธอไว้มิด กลิ่นหอมสะอาดคุ้นเคยประจำตัว... กลิ่นของความปลอดภัยที่เมล่อนจดจำได้ดีแม้ในยามหลับใหล ธันวาไม่ได้ปริปากพูดอะไรเลยสักคำตั้งแต่เขาเดินฝ่าฝูงชนเข้ามา ดวงตาคมกริบคู่นั้นกวาดมองแผ่นกระดาษบนพื้นด้วยแววตาที่เย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก อุณหภูมิรอบตัวของประธานนักเรียนหน้านิ่งลดต่ำลงจนคนรอบข้างที่เคยส่งเสียงวิจารณ์ถึงกับต้องหุบปากฉับและถอยร่นออกไปโดยอัตโนมัติ รังสีความกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวเขารุนแรงเสียจนไม่มีใครกล้าสบตา มือเรียวยาวของธันวายื่นมาคว้าข้อมือของเมล่อนไว้แน่นพอดี ไม่แน่นเกินไปจนเจ็บ แต่หนักแน่นพอที่จะส่งผ่านความอบอุ่นและความปกป้องมาให้ เขาดึงเธอให้ลุกขึ้นยืนเคียงข้างเขาอย่างนุ่มนวล ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับฝูงชนที่ยืนออกันอยู่เต็มโถงทางเดินด้วยใบหน้าที่ราบเรียบไร้ระลอกคลื่น ทว่าแววตากลับคมกริบราวกับใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง "ถ้าว่างกันมากนัก..." น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่ทรงอำนาจเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงันที่น่าอึดอัด "เอาเวลาไปทบทวนเนื้อหาเตรียมสอบปลายภาค หรือไม่ก็ไปหางานอดิเรกที่มีประโยชน์ทำเสียจะดีกว่ามานั่งจับกลุ่มนินทาเรื่องที่ไม่รู้จริง" ไม่มีการขึ้นเสียง ไม่มีคำขู่คุกคาม แต่คำพูดราบเรียบนั้นกลับทำให้บรรยากาศรอบตัวเงียบกริบลงทันตาเห็น บรรดานักเรียนที่ยืนมุงดูอยู่ต่างพากันหลบสายตาและทยอยเดินแยกย้ายกันไปอย่างรวดเร็ว เพราะไม่มีใครกล้าลองดีกับอำนาจเงียบของประธานนักเรียนคนนี้ ธันวาไม่ได้สนใจสายตาของคนอื่นอีก เขาหันกลับมามองคนตัวเล็กที่ยังคงก้มหน้าเงียบ เมล่อนพยายามฝืนยิ้มกลบเกลื่อนความอ่อนแอตามนิสัยเดิมของตัวเอง เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขาแล้วหัวเราะแห้งๆ ออกมาเบาๆ "ฮะๆ... ประธานธันวาเท่จังเลยนะคะเนี่ย มาดเข้มแบบนี้ละลายใจสาวๆ ทั้งโรงเรียนแน่เลย ฉันไม่เป็นไรหรอกค่ะ แค่กระดาษใบเดียวเอง เดี๋ยวก็กวาดทิ้งหมด—โอ๊ย!" เมล่อนอุทานเบาๆ เมื่อจู่ๆ ธันวาก็กระชับมือที่จับข้อมือเธอให้แน่นขึ้นเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะออกแรงดึงเธอให้เดินตามเขาออกจากบริเวณนั้นทันที โดยไม่เปิดโอกาสให้เธอได้พูดจาแก้ตัวกลบเกลื่อนความรู้สึกอีกต่อไป สองร่างเดินลัดเลาะผ่านทางเดินร่มรื่นไปยังสวนหย่อมด้านหลังตึกกิจกรรม ซึ่งเป็นมุมอับสายตาและเงียบสงบที่สุดในโรงเรียน ธันวาพาเธอมาหยุดยืนอยู่ใต้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ ก่อนจะปล่อยมือออกแล้วหันมาเผชิญหน้ากับเธออย่างจริงจัง "หยุดยิ้มสักทีได้ไหมครับ" น้ำเสียงของเขาเจือความหงุดหงิดระคนความห่วงใยที่ปิดไม่มิด ธันวาทอดสายตามองใบหน้าที่พยายามฝืนปั้นยิ้มของเมล่อนด้วยความรู้สึกปวดหนึบในอก เขารู้ดีว่าภายใต้รอยยิ้มสดใสที่เจ้าตัวพยายามพ่นออกมาเพื่อกลบเกลื่อนความเสียใจนั้น มันเปราะบางแค่ไหน "เอ๊ะ? ทำไมล่ะคะ ยิ้มเข้าไว้โลกจะได้สด—" "เมล่อน" ธันวาเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงที่จริงจังขึ้นเป็นพิเศษ ดวงตาคมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอราวกับต้องการอ่านความรู้สึกที่แท้จริงข้างใน "ผมบอกให้หยุดยิ้มไงครับ... ในเวลาแบบนี้ คุณไม่จำเป็นต้องทำเป็นเข้มแข็งต่อหน้าผมก็ได้" คำพูดนั้น... เหมือนสลักสำคัญที่ถูกดึงออก ความอดทนทั้งหมดที่เมล่อนพยายามประคับประคองไว้พังทลายลงในพริบตา ขอบตาร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ หยาดน้ำใสๆ เอ่อคลอเบ้าก่อนจะไหลรินลงมาอาบแก้มเงียบๆ รอยยิ้มจอมปลอมที่เธอใช้เป็นเกราะกำบังมาตลอดแตกสลายไม่เหลือชิ้นดี ธันวาขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด มือหนายื่นออกไปอย่างลังเลชั่วครู่ ก่อนตัดสินใจยกขึ้นแตะเบาๆ ที่พวงแก้มเนียนเพื่อเกลี่ยคราบน้ำตาออกให้อย่างแผ่วเบา สัมผัสที่อ่อนโยนผิดกับบุคลิกนิ่งขรึมของเขาทำให้หัวใจของเมล่อนเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก "เจ็บใช่ไหมครับ..." เสียงทุ้มกระซิบแผ่วเบาอยู่ใกล้ชิด ชิดเสียจนลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บนผิวแก้ม "คนที่ทำเรื่องพวกนี้... เขาไม่ได้ต้องการแค่ดิสเครดิตคุณหรอกนะเมล่อน" เมล่อนสะดุ้งเล็กน้อย เงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยความงุนงง "หมายความว่ายังไงเหรอคะ?" ธันวาถอนหายใจยาวออกมาเบาๆ แววตาฉายแววครุ่นคิดและซ่อนความกังวลบางอย่างไว้ลึกซึ้ง "เอกสารบัญชีลับของสภานักเรียนที่ถูกปล่อยข่าวออกไปเมื่อวาน กับเอกสารโจมตีคุณในวันนี้... มันถูกพิมพ์ออกมาจากเครื่องปริ้นเตอร์ตัวเดียวกัน และคนที่เข้าถึงห้องควบคุมระบบเอกสารของสภานักเรียนได้ มีแค่ไม่กี่คนเท่านั้น" หัวใจของเมล่อนกระตุกวูบ "หมายความว่า... คนที่ทำเรื่องนี้ไม่ใช่แค่นักเรียนที่หมั่นไส้ฉันธรรมดาอย่างนั้นเหรอคะ?" "ครับ" ธันวาพยักหน้ารับช้าๆ สายตาทอดมองไปไกลราวกับกำลังประมวลผลข้อมูลทั้งหมดในหัว "มันมีคนจงใจใช้คุณเป็นเครื่องมือ เพื่อเล่นงานสภานักเรียน... และเพื่อบีบให้ผมต้องทำอะไรบางอย่าง" ยังไม่ทันที่เมล่อนจะได้ซักถามต่อ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังแทรกขึ้นมาจากทางเดินด้านหลังพุ่มไม้ พร้อมกับร่างของคีย์ที่ก้าวออกมาด้วยรอยยิ้มกึ่งเยาะกึ่งจริงจัง หนุ่มฮอตนักกีฬาเจ้าเสน่ห์กวาดสายตามองคนทั้งสองด้วยรอยยิ้มมุมปาก ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวเย็นเยียบลงไปอีกขั้น "คุยกันเรื่องใครอยู่เหรอครับ ประธานธันวา... ดูท่าทางคุณจะเครียดน่าดูเลยนะ หรือว่ากำลังสงสัยว่าใครเป็นคนเอาเอกสารชุดนั้นไปวางไว้บนโต๊ะทำงานของคุณกันแน่?" ธันวาหันขวับไปมองคีย์ทันที รังสีความกดดันพุ่งปะทะกันกลางอากาศระหว่างสองหนุ่มฮอต ประกายตาของธันวาคมกริบขึ้นราwanพยัคฆ์ซุ่มซ่อน ขณะที่คีย์ยังคงแย้มยิ้มกวนประสาทกลับมาอย่างไม่เกรงกลัว "นายรู้ดีจังนะคีย์..." ธันวาเอ่ยเสียงเย็นเยียบ ก้าวเข้าไปขวางหน้าเมล่อนไว้โดยสัญชาตญาณ "หรือว่า... นายจะเป็นคนเอาไปวางเองตั้งแต่แรกกันล่ะ?" คีย์หัวเราะในลำคอเบาๆ ดวงตาคมกริบมองเลยผ่านไหล่ของธันวามาสบตากับเมล่อนที่ยืนอยู่ด้านหลัง "ผมจะทำแบบนั้นไปทำไมกันล่ะครับ... ในเมื่อคนอร์... เอ๊ย เมล่อนต่างหากล่ะ ที่เป็นคนเดินถือแฟ้มเอกสารชุดนั้นเข้าไปในห้องประธานด้วยตัวเองเมื่อวานนี้... ลืมไปแล้วเหรอครับว่ามีคนเห็นเธอถือมันเดินลับหายเข้าไปในห้องนั้นตอนที่คุณไม่อยู่พอดีเลยนะ" เมล่อนเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ข้อมูลใหม่นี้พุ่งเข้าชนโสตประสาทจนเธอพูดไม่ออก ภาพเหตุการณ์เมื่อวานย้อนกลับเข้ามาในหัว เธอดึงแฟ้มเอกสารชุดนั้นมาจากโต๊ะทำงานจริง แต่เธอไม่ได้ทำอะไรกับมันเลยนี่นา! ธันวาชะביกนิ่งไปชั่วขณะ ดวงตาคมตวัดกลับมามองหน้าเมล่อนที่กำลังซีดเผือดด้วยความสับสนระคนตกใจ ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง... เมล่อนสังเกตเห็นประกายตาบางอย่างที่ไหววูบในแววตาของธันวา... มันไม่ใช่ความสงสัยในตัวเธอ แต่เป็นประกายความตกใจระดับวิกฤต เมื่อเขาเพิ่งตระหนักได้ว่า... เอกสารชุดนั้น ไม่ได้ถูกขโมยออกไปจากห้องสภานักเรียนอย่างที่เขากล่าวอ้างตั้งแต่แรก! *ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความป่วนชวนลุ้นของยัยตัวแสบกับประธานหน้านิ่งเสมอนะคะ*
สารจากนักเขียน (เมล่อนโซดา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แผนปฏิบัติการตื้อรักนายหน้านิ่ง (ที่แอบหึงเก่งเป็นที่หนึ่ง) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%