“นี่คือสิ่งที่เธอพยายามมาตลอดสามเดือนงั้นเหรอ?”
น้ำเสียงของธันวาเรียบเฉยจนน่ากลัว มันไม่ได้เจือไปด้วยความโกรธเกรี้ยว แต่มันเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลกที่แผ่ซ่านออกมาจากแววตาคมกริบของประธานนักเรียนผู้สมบูรณ์แบบ เขาพับกระดาษสีชมพูหวานแหววที่มีรอยพับยับยู่ยี่นั่นลงช้าๆ ก่อนจะวางมันลงบนโต๊ะทำงานไม้โอ๊คตัวใหญ่ด้วยท่วงท่าสงบนิ่งเกินไป
เมล่อนรู้สึกเหมือนลมหายใจถูกสูบออกจากปอดไปดื้อๆ สมองของเธอขาวโพลนไปหมด เธอเตรียมใจมาสารพัดรูปแบบ ทั้งการถูกฉีกจดหมายทิ้งต่อหน้า หรือการถูกหัวเราะเยาะเย้ย แต่เธอไม่เคยเตรียมใจมาพบกับ ‘ความเงียบ’ ที่บีบคั้นหัวใจแบบนี้เลย
“ฉัน...” เมล่อนพยายามจะเค้นเสียง แต่ลำคอกลับตีบตัน เธอได้แต่ยืนกุมมือแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อ ความสดใสที่เคยเป็นเกราะป้องกันตัวดูเหมือนจะแตกร้าวออกเป็นเสี่ยงๆ ในวินาทีนี้
ธันวาไม่ได้มองหน้าเธออีกต่อไป เขากลับไปสนใจแฟ้มเอกสารตรงหน้า ราวกับว่าตัวตนของเด็กสาวที่เพิ่งสารภาพรักเมื่อครู่เป็นเพียงอากาศธาตุที่ลอยผ่านไป “ถ้าไม่มีเรื่องอื่นแล้ว ก็เชิญออกไปได้แล้วล่ะ เมล่อน ฉันมีงานต้องทำอีกเยอะ”
“ธันวาคะ... แค่สักคำได้ไหมคะ” เมล่อนก้าวเข้าไปหาหนึ่งก้าว ใจเธอกำลังสั่นระริกเหมือนใบไม้ที่ใกล้จะร่วงหล่นจากกิ่ง “แค่บอกว่ารำคาญ หรือบอกว่าไม่อยากให้ฉันยุ่งอีกก็ได้ แต่อย่าทำเหมือนฉันไม่มีตัวตนแบบนี้เลยนะคะ”
ธันวาชะงักมือที่กำลังถือปากกา เขานิ่งไปครู่หนึ่งจนเมล่อนแทบหยุดหายใจ แต่แล้วเขาก็เพียงแค่ขยับแว่นสายตาแล้วหันมองออกไปทางหน้าต่างบานใหญ่ที่มองเห็นสนามฟุตบอลเบื้องล่าง มุมปากของเขากระตุกขึ้นเล็กน้อย—ไม่ใช่รอยยิ้มที่อ่อนโยน แต่เป็นรอยยิ้มที่เดาทางไม่ถูก
“เธอเคยถามตัวเองไหมว่าทำไปเพื่ออะไร” เขาถามกลับโดยไม่หันมามอง “คนที่วิ่งตามในสิ่งที่ไม่มีวันคว้าได้ มันน่าสมเพชนะ... ไม่เหนื่อยบ้างหรือไง?”
คำพูดนั้นแทงทะลุหัวใจของเมล่อนอย่างจังราวกับถูกมีดกรีด แต่นิสัย ‘อึด ถึก ทน’ ของเธอมันฝังรากลึกเกินกว่าจะยอมถอย เมล่อนสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามกลั้นน้ำตาที่กำลังรื้นขึ้นมาไว้ แล้วฝืนยิ้มที่มุมปากอย่างที่เธอถนัด
“เหนื่อยสิคะ เหนื่อยจะตายอยู่แล้ว” เมล่อนหัวเราะเบาๆ ในลำคอ “แต่ถ้าการหยุดวิ่งหมายถึงการที่ต้องเสียใจไปตลอดชีวิตที่ไม่ได้พยายาม... ฉันยอมเหนื่อยดีกว่าค่ะ”
ธันวาขมวดคิ้วเล็กน้อย—เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่าหัวใจที่นิ่งสงบของตัวเองเต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่ง เขาหมุนเก้าอี้กลับมาเผชิญหน้ากับเธอ ดวงตาคู่คมจับจ้องราวกับจะสแกนหาความลวงหลอกในแววตาของเธอ แต่นอกจากความดื้อรั้นและจริงใจเกินเบอร์แล้ว เขาก็ไม่เห็นอะไรอื่นเลย
ทว่าก่อนที่สถานการณ์จะตึงเครียดไปกว่านี้ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะ ตามมาด้วยร่างสูงโปร่งของคีย์ที่ก้าวเข้ามาพร้อมลูกฟุตบอลในมือ เขายิ้มกว้างตามสไตล์หนุ่มนักกีฬาเจ้าเสน่ห์ ก่อนจะชะงักเมื่อเห็นบรรยากาศแปลกๆ ภายในห้อง
“อ้าว... เมล่อน อยู่ตรงนี้เองเหรอ?” คีย์เอ่ยทักทายพร้อมกวาดสายตามองทั้งสองคนสลับกันไปมา “ฉันนึกว่าเธอจะไปซ้อมเชียร์ที่โรงยิมซะอีก ไปเถอะ เดี๋ยวฉันไปส่ง”
มือหนาของคีย์เอื้อมมาจับที่ไหล่ของเมล่อนอย่างถือวิสาสะ ท่าทางที่ดูสนิทสนมเกินเพื่อนนั้นทำให้บรรยากาศภายในห้องเปลี่ยนไปทันที ธันวาที่เมื่อครู่นี้ยังดูเย็นชาและเฉยเมย จู่ๆ ดวงตาก็เข้มขึ้นจนแทบจะเป็นสีดำสนิท เส้นเลือดที่ขมับปูดขึ้นเล็กน้อยขณะที่เขามองมือของคีย์ที่วางอยู่บนไหล่ของเมล่อน
“เธอยังมีหน้าที่ทำความสะอาดห้องสภานักเรียนไม่ใช่เหรอ” เสียงของธันวาดังขึ้นแทรกกลางจังหวะที่เมล่อนกำลังจะตอบคีย์ มันเป็นน้ำเสียงที่ห้วนและติดจะหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด
เมล่อนเลิกคิ้วมองธันวาด้วยความแปลกใจ “แต่... นายเพิ่งบอกให้ฉันออกไปไม่ใช่เหรอคะ?”
“ฉันเปลี่ยนใจแล้ว” ธันวาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ความกดดันรอบตัวเขาสูงขึ้นจนน่าตกใจ เขาเดินตรงเข้ามาหาทั้งสองคนก่อนจะปัดมือของคีย์ออกจากไหล่ของเมล่อนอย่างรวดเร็วและดูไม่ตั้งใจ—หรืออาจจะตั้งใจ “งานที่ค้างอยู่ยังไม่เสร็จ และฉันไม่ชอบให้ใครมาเสียเวลาไปกับเรื่องไม่เป็นเรื่องในห้องทำงานของฉัน โดยเฉพาะ... กับคนที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง”
คีย์หัวเราะหึในลำคอ แววตาของเขามีประกายท้าทาย “ถ้าเธอไม่ว่าอะไร ฉันก็ยินดีจะพากลับไปนะธันวา ดูเหมือนเมล่อนจะอยากพักพอดี”
“ฉันไม่ว่าอะไร...” ธันวาเว้นจังหวะ สายตาที่เขามองคีย์นั้นเย็นเยือกจนคนมองยังต้องเสียวสันหลัง ก่อนที่เขาจะหันมาคว้าข้อมือของเมล่อนไว้แน่น “แต่เมล่อนต้องอยู่ต่อ เธอทำหน้าที่ของเธอไม่จบ อย่าให้ฉันต้องพูดซ้ำเป็นรอบที่สาม”
เมล่อนยืนนิ่งงัน ข้อมือของเธอถูกกุมไว้แน่นจนรู้สึกถึงอุณหภูมิความร้อนจากมือของประธานนักเรียนที่มักจะหน้านิ่งและเย็นชาเสมอ หัวใจของเธอเต้นรัวจนแทบกระดอนออกมานอกอก นี่มันเกิดอะไรขึ้น? เขาหึงเหรอ? หรือเขาแค่กำลังรำคาญคีย์จนพาลมาลงที่เธอ?
แต่ในจังหวะที่คีย์กำลังจะโต้ตอบกลับ แสงจากหน้าจอโทรศัพท์ของธันวาที่วางอยู่บนโต๊ะก็สว่างวาบขึ้น ข้อความแจ้งเตือนเด้งขึ้นมาทำให้ธันวาต้องหันไปมองเพียงเสี้ยววินาที
นั่นคือข้อความจาก ‘คน’ ที่เมล่อนไม่คิดว่าจะเห็นชื่อบนหน้าจอของธันวา—ชื่อที่ทำให้ความหวังของเธอที่ริบหรี่อยู่แล้ว ดับวูบลงในพริบตาเดียว
*‘ธันวา... เย็นนี้แวะมาหาที่เดิมนะ เมล่อนเพิ่งส่งจดหมายรักให้เธอเหรอ? ระวังอย่าไปเผลอใจเข้าล่ะ เดี๋ยวฉันจะหึงเอาได้นะ’*
เมล่อนรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน มือที่ธันวากุมไว้เริ่มเย็นเฉียบขึ้นมาทันที เธอค่อยๆ เงยหน้ามองใบหน้าที่เรียบเฉยของธันวา ที่ตอนนี้กำลังจ้องมองข้อความนั้นด้วยสายตาที่ยากจะอ่านออก
และสิ่งที่ธันวาทำต่อมา คือการตวัดสายตากลับมามองเมล่อนด้วยแววตาที่ทำให้เธอตระหนักได้ว่า... ทั้งหมดที่ผ่านมา มันอาจเป็นเพียงแค่เกมที่เธอไม่เคยรู้กติกาเลยแม้แต่นิดเดียว
"เธอยังอยากจะตื้อต่อไหม?" เขาถามเบาๆ แต่มันดังก้องไปทั่วความเงียบภายในห้อง "ในเมื่อตอนนี้... ตัวจริงของฉันเขากลับมาแล้ว"
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความรักที่ซับซ้อนของเมล่อนในตอนนี้นะคะ ทุกกำลังใจคือแรงผลักดันให้คนเขียนอยากสร้างสรรค์ตอนต่อไปให้ดียิ่งขึ้นไปอีกค่ะ - เมล่อนโซดา
แผนปฏิบัติการตื้อรักนายหน้านิ่ง (ที่แอบหึงเก่งเป็นที่หนึ่ง)•ตอนที่ 12
ความหวังริบหรี่
ผลงานโดย เมล่อนโซดา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมล่อนโซดา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แผนปฏิบัติการตื้อรักนายหน้านิ่ง (ที่แอบหึงเก่งเป็นที่หนึ่ง) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!