“ถ้าไม่อยากให้ชีวิตพังเหมือนแก้วใบนี้ ก็เลิกยุ่งกับธันวาเสียเถอะ เมล่อน”
คีย์ทิ้งท้ายประโยคที่เย็นเยียบพอๆ กับแววตาที่เขามองมาที่ฉัน ก่อนจะวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะจนเกิดเสียงดัง 'ปัง' สั่นสะเทือนไปถึงหัวใจที่กำลังเต้นรัวเป็นจังหวะที่ไม่ปกติ ธันวายังคงยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น กำหมัดแน่นจนเส้นเลือดที่ข้อมือปูดโปน ใบหน้าของเขาเรียบเฉยไร้อารมณ์เหมือนหน้ากากหินที่ไร้รอยร้าว ทว่าดวงตาคู่นั้น... มันกำลังพายุหมุนที่ซ่อนไว้ภายใต้ความนิ่งสงบ
“คีย์ นายกำลังพูดเรื่องอะไร” ฉันถามออกไป เสียงของฉันแหบพร่าอย่างช่วยไม่ได้ พยายามกลบเกลื่อนความสั่นไหวด้วยการสูดลมหายใจเข้าลึกๆ
ธันวาไม่พูดอะไร เขาเพียงแต่ปรายตามองคีย์ด้วยสายตาที่ถ้ามีดโกนบินออกมาจากดวงตาได้ คีย์คงพรุนไปทั้งตัวแล้ว ก่อนที่เขาจะหันหลังกลับเดินดุ่มๆ ออกไปโดยไม่หันมามองฉันแม้แต่นิดเดียว แผ่นหลังกว้างนั้นดูโดดเดี่ยวและเยือกเย็นจนน่าใจหาย
“ธันวา! เดี๋ยวสิ!” ฉันทำท่าจะวิ่งตาม แต่คีย์กลับคว้าแขนฉันไว้แน่น แรงบีบนั้นไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่มันหนักแน่นและเด็ดขาดจนฉันไม่อาจขัดขืน
“ปล่อยนะคีย์” ฉันสะบัดแขนออกพลางขมวดคิ้ว
“ฉันเตือนเธอในฐานะที่รู้จักกันมานาน” คีย์ถอนหายใจยาว ก่อนจะหย่อนตัวลงนั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามแล้วจ้องหน้าฉัน “ธันวาไม่ได้เย็นชาเพราะเขาไม่รู้สึกอะไร แต่เขากำลังกลัว... เขาไม่ใช่คนที่จะเปิดใจให้ใครได้ง่ายๆ ยิ่งกับคนที่มีพลังงานเหลือล้นอย่างเธอ มันยิ่งทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังสูญเสียการควบคุม ถ้าเธอขืนตื้อเขาไปแบบนี้ วันหนึ่งคนที่เจ็บปวดที่สุดไม่ใช่เขาหรอกนะ แต่จะเป็นเธอเอง”
ฉันแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ ทั้งที่ข้างในรู้สึกเหมือนถูกของแข็งกระแทกเข้าที่อก “คำเตือนเหรอ? หรือว่านายแค่กลัวว่าถ้าฉันจีบธันวาติด นายจะไม่มีใครให้มาหาเรื่องรังแกเล่นกันแน่”
“เมล่อน... ฟังนะ” คีย์โน้มตัวเข้ามาใกล้ น้ำเสียงของเขาอ่อนลงแต่กลับแฝงความหนักอึ้ง “โลกของธันวามันไม่ได้สวยงามเหมือนนิยายที่เธออ่านหรอก เขามีเหตุผลที่ต้องรักษาระยะห่างกับทุกคน และถ้าเธอพังกำแพงนั้นเข้าไปโดยไม่มีเกราะป้องกัน เธอจะถูกคมของมันบาดจนเลือดไหลไม่หยุด”
บทสนทนาหลังจากนั้นเริ่มพร่าเลือนในโสตประสาทของฉัน ฉันจำได้เพียงความรู้สึกกระวนกระวายใจที่ตีตื้นขึ้นมา ฉันไม่ได้กลัวคำเตือนของคีย์ ฉันแค่กลัว... กลัวว่าสิ่งที่ธันวากำลังปกปิดอยู่มันคือเรื่องจริง กลัวว่าความรักที่ฉันทุ่มเทไปจะกลายเป็นดาบสองคมที่ย้อนกลับมาทำร้ายเขามากกว่าตัวฉันเอง
เย็นวันนั้น ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีส้มอมม่วงที่ดูเหงาจับใจ ฉันเดินวนไปวนมาอยู่หน้าห้องสมุด สถานที่ที่ฉันรู้ว่าธันวามักจะใช้เวลาหลังเลิกเรียนขลุกตัวอยู่ที่นั่นเพื่ออ่านหนังสือเงียบๆ หัวใจของฉันเต้นโครมครามยามคิดถึงภาพใบหน้าเรียบเฉยของเขา
*ตื้อเท่านั้นที่ครองโลก* ฉันบอกตัวเองซ้ำๆ เพื่อเรียกขวัญกำลังใจ แต่ประโยคของคีย์ยังคงหลอกหลอนอยู่ไม่ห่าง
ฉันผลักประตูห้องสมุดเข้าไป กลิ่นกระดาษเก่าๆ และความเงียบงันต้อนรับฉันเหมือนเช่นเคย ฉันสอดส่ายสายตาหาคนร่างสูงที่มักจะนั่งอยู่ที่มุมในสุดของห้องสมุด แล้วฉันก็พบเขา... ธันวานั่งอ่านหนังสืออยู่ตรงที่เดิม แสงแดดรำไรที่ลอดผ่านหน้าต่างกระทบเสี้ยวหน้าหล่อเหลาที่ดูไร้ที่ติ แต่ทว่า... เขากลับไม่ได้อ่านหนังสือเล่มนั้นจริงๆ เพราะหน้ากระดาษที่เปิดค้างไว้ไม่เคยถูกพลิกเลยมานานกว่าสิบนาทีแล้ว
ฉันก้าวเข้าไปหาช้าๆ ทุกย่างก้าวดูเชื่องช้าจนได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นสะท้อนออกมา
“ธันวา...” ฉันเรียกชื่อเขาเบาๆ
เขาชะงักไปเล็กน้อย แต่ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมอง “บอกแล้วไงว่าอย่าตามมา”
“ฉันแค่...” ฉันเว้นจังหวะ กลืนก้อนสะอื้นที่จุกอยู่ในคอ “ฉันแค่สงสัยว่า... ทำไมคุณถึงทำเหมือนโกรธคีย์ ทั้งที่จริงๆ แล้วคุณควรจะดีใจที่เขาเตือนฉัน”
ธันวาปิดหนังสือลงด้วยเสียงดัง 'ปึก' ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาฉัน ดวงตาคู่นั้นไม่ได้ราบเรียบเหมือนเคย แต่มันกลับวาวโรจน์ไปด้วยความรู้สึกที่ฉันอ่านไม่ออก แววตาหึงหวงที่ซ่อนไว้ไม่อยู่กำลังแผ่ซ่านออกมาจนฉันรู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งใบหน้า
“เธอสนคำพูดของมันมากกว่าความรู้สึกของตัวเองงั้นเหรอ?” เขาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าทุกคำกลับเฉือนลึกถึงกระดูก “ทำไมเธอถึงมั่นใจนักว่าเธอรู้จักฉันดีพอที่จะเดินเข้ามาในชีวิตฉัน?”
เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเข้ามาหาฉันจนแผ่นหลังของฉันชนเข้ากับชั้นวางหนังสือ ลมหายใจอุ่นๆ ของเขาปะทะเข้ากับใบหน้าของฉัน กลิ่นหอมจางๆ ประจำตัวเขากำลังทำให้สติของฉันพร่าเลือน
“ธันวา... ฉัน...”
“ถ้าอยากจะตื้อฉันต่อ” เขาโน้มใบหน้าลงมาจนปลายจมูกแทบจะแตะกัน “ก็อย่าไปฟังคำพูดไร้สาระของใครอีก... เพราะคนที่กำหนดว่าฉันจะเปิดใจให้ใคร... มีแค่ฉันคนเดียวเท่านั้น”
วินาทีนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงของฉันก็สั่นรัวขึ้นมา ทำลายภวังค์ที่กำลังจะแตกสลาย ฉันหยิบมันขึ้นมาด้วยมือที่สั่นเทา หน้าจอแสดงชื่อ 'คีย์' พร้อมข้อความแจ้งเตือนที่ทำให้หัวใจของฉันกระตุกวูบลงไปถึงตาตุ่ม
*‘เมล่อน รีบออกมาจากตรงนั้น เดี๋ยวนี้! ธันวาไม่ได้เป็นอย่างที่เธอคิด... เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อสามปีก่อน มันกำลังจะกลับมาซ้ำรอยเดิม!’*
ธันวาชำเลืองมองหน้าจอโทรศัพท์ของฉันเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่มุมปากของเขาจะยกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่ดูน่าขนลุกที่สุดเท่าที่ฉันเคยเห็นมา
“หึ... เห็นไหมเมล่อน? ความลับมันซ่อนได้ไม่นานหรอก”
ขอบคุณที่เดินทางมากับเมล่อนโซดาจนถึงตอนนี้ แล้วพบกันในตอนหน้าที่จะทำให้ทุกคนต้องอึ้งนะคะ!
แผนปฏิบัติการตื้อรักนายหน้านิ่ง (ที่แอบหึงเก่งเป็นที่หนึ่ง)•ตอนที่ 6
คำเตือนจากเพื่อนสนิท
ผลงานโดย เมล่อนโซดา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมล่อนโซดา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แผนปฏิบัติการตื้อรักนายหน้านิ่ง (ที่แอบหึงเก่งเป็นที่หนึ่ง) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!