“รูปนี้… นายได้มาจากไหนคีย์?”
เมล่อนเค้นเสียงถามออกมาได้เพียงแค่นั้น ปลายนิ้วของเธอสั่นระริกขณะแตะลงบนขอบกระดาษรูปถ่ายที่เผยให้เห็นใบหน้าคุ้นตาคนนั้น คนที่ควรจะยืนอยู่ข้างพวกเขาในฐานะเพื่อนที่ไว้ใจได้ที่สุด ไม่ใช่ผู้บงการอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์วุ่นวายทั้งหมดในโรงเรียน
บรรยากาศในห้องสภานักเรียนที่เคยเงียบสงบกลับกลายเป็นเย็นเยียบขึ้นมาฉับพลัน ธันวาไม่ได้เอ่ยปากพูดอะไรเลยแม้แต่คำเดียว ร่างสูงสง่าในชุดนักเรียนรีดเรียบกริบยืนตระหง่านอยู่ข้างหลังเมล่อน แผ่นหลังของเขากว้างใหญ่จนดูเหมือนกำแพงเหล็กกล้า ทว่าไอเย็นที่แผ่ออกมาจากตัวเขานั้นกลับรุนแรงจนน่าขนลุก
“ผมก็แค่คนส่งสาร” คีย์ไหวไหล่ ท่าทางสบายๆ ของนักกีฬาหนุ่มช่างขัดกับสถานการณ์ตึงเครียดตรงหน้าเหลือเกิน เขากระตุกยิ้มมุมปากก่อนจะเอนหลังพิงขอบโต๊ะประธานนักเรียน “แต่ถ้าอยากรู้มากกว่านี้ ก็คงต้องแลกด้วยอะไรที่มันคุ้มค่าหน่อย จริงไหม... เมล่อน?”
คีย์ถือวิสาสะยื่นมือไปหมายจะแตะปลายคางของหญิงสาวเพื่อหยั่งเชิง แต่ยังไม่ทันที่ปลายนิ้วจะถึงผิวเนียน มือหนาของใครบางคนก็คว้าหมับเข้าที่ข้อมือของเขาเสียก่อน
“คุยเรื่องงานก็คือเรื่องงาน อย่าถือโอกาสแตะเนื้อต้องตัวคนของฉัน”
น้ำเสียงของธันวาเรียบนิ่ง ทว่าทุกพยางค์กลับแฝงไปด้วยแรงกดดันมหาศาล ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวคู่นั้นจ้องเขม็งไปที่คีย์โดยไม่มีหลบสายตา ความหึงหวงที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้ภายใต้มาดประธานนักเรียนผู้สุขุม เริ่มรั่วไหลออกมาเหมือนเขื่อนที่กำลังจะแตก
เมล่อนลอบกลืนน้ำลายลงคอ เธอไม่เคยเห็นธันวาในโหมดนี้มาก่อน ปกติเขาแค่ทำหน้าตึงใส่ แต่ครั้งนี้... กรามของเขาขบกันจนนูนเด่น บ่งบอกว่าความอดทนของเขากำลังถึงขีดจำกัด
“ ‘คนของฉัน’ งั้นเหรอ?” คีย์เลิกคิ้วกวนประสาท “ผมไม่เห็นเมล่อนจะเคยเซ็นสัญญาเป็นกรรมสิทธิ์ของใครเลยนี่นา ประธานนักเรียนครับ... คำพูดที่แสดงความเป็นเจ้าของแบบนี้ มันออกจะเกินหน้าที่ไปหน่อยหรือเปล่า?”
“ถ้าการปกป้องเพื่อนร่วมทีมเรียกกว่าเกินหน้าที่ งั้นฉันก็คงต้องทำตัว ‘เกินหน้าที่’ ต่อไป” ธันวาบีบข้อมือคีย์แน่นขึ้นอีกนิด ก่อนจะสะบัดออกอย่างแรงจนร่างของนักกีฬาหนุ่มเซไปด้านหลัง “ออกไปได้แล้ว สิ่งที่นายเอามาให้ ฉันจะจัดการต่อเอง”
“ธันวา... ใจเย็นๆ ก่อนนะ” เมล่อนพยายามเอื้อมมือไปแตะแขนเขาเพื่อปราม แต่ธันวากลับเบี่ยงตัวหลบด้วยท่าทางห่างเหิน
เขายังคงจ้องมองตามหลังคีย์ที่เดินผิวปากออกไปจากห้องด้วยสายตาที่บอกไม่ถูก พอประตูปิดลง ความเงียบก็เข้ามาปกคลุมจนน่าอึดอัด เมล่อนรู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก เธอพยายามจะเอ่ยชวนเขาคุยเรื่องรูปถ่าย แต่ความรู้สึกที่ได้รับกลับมาคือความเย็นชาที่เขาไม่เคยใช้กับเธอมาก่อน
“ธันวา... โกรธเหรอ?” เมล่อนถามเสียงอ่อย พลางเดินไปดักหน้าเขา “เรื่องรูปถ่ายนั่นมันกะทันหันไปหน่อย ฉันรู้ว่านายตกใจ แต่คีย์เขาแค่...”
“เขาแค่มาเต๊าะเธอ?” ธันวาขัดขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าด้วยอารมณ์ที่เจ้าตัวควบคุมไม่ได้ “เมล่อน เธอเห็นไหมว่ามันจ้องเธอสายตาแบบไหน? แล้วเธอยังจะยืนยิ้มให้มันอีกหรือไง?”
“ฉันไม่ได้ยิ้ม! ฉันตกใจ!” เมล่อนเถียงกลับ พลังบวกในใจเริ่มสั่นคลอน “แล้วอีกอย่าง นายจะมาหึงอะไรตอนนี้ ในเมื่อเรากำลังเจอเรื่องใหญ่กว่านั้นนะ เรื่องคนที่อยู่ในรูปน่ะ...”
“ฉันไม่ได้หึง” ธันวาปฏิเสธเสียงแข็ง ทั้งที่สายตากลับจ้องมองริมฝีปากของเธอด้วยความรู้สึกที่ขัดแย้งกันอย่างสิ้นเชิง “ฉันแค่ห่วงชื่อเสียงของสภานักเรียน ถ้าข่าวลือเรื่องเธอไปยุ่งกับไอ้พวกนักกีฬาแพร่กระจายออกไป งานที่ฉันทำมาทั้งหมดจะจบเห่”
คำพูดที่ดูไร้หัวใจนั่นบาดลึกเข้าไปในความรู้สึกของเมล่อนจนเธอหน้าร้อนผ่าว ความโกรธเริ่มเข้ามาแทนที่ความกังวล เธอเม้มปากแน่นก่อนจะตัดสินใจทำในสิ่งที่ธันวาต้องอึ้ง
“ถ้าประธานนักเรียนเป็นห่วงชื่อเสียงขนาดนั้น ก็เชิญดูแลสภาไปคนเดียวเถอะค่ะ!”
เธอกระแทกเท้าเดินผ่านเขาไป แต่แล้วมือแกร่งก็คว้าข้อมือเธอไว้แน่น แรงดึงนั้นทำให้ร่างของเธอปะทะเข้ากับอกกว้างของเขาทันที กลิ่นหอมอ่อนๆ แบบฉบับของธันวาลอยมาปะทะจมูก ทำให้หัวใจที่เต้นรัวด้วยความโกรธเริ่มเปลี่ยนเป็นเต้นไม่เป็นจังหวะเพราะความเขินอายแทน
“จะไปไหน?” เขาถาม เสียงแหบพร่าลงอย่างเห็นได้ชัด
“จะไปหาคีย์ค่ะ!” เมล่อนแกล้งประชด “ในเมื่อนายไม่สนใจความรู้สึกฉัน งั้นฉันไปหาคนที่เขาอยากคุยกับฉันจริงๆ ก็คงไม่ผิดอะไร... อื้อ!”
ไม่ทันที่เธอจะได้พูดจบ ประโยคเหล่านั้นก็ถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อร่างสูงโน้มลงมาประชิดจนแทบไม่มีอากาศหายใจ ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้ามาในแววตาของเธอราวกับต้องการจะอ่านใจกันและกัน
เขาไม่ได้จูบเธอ... แต่สัมผัสจากลมหายใจร้อนๆ ที่รินรดอยู่บนพวงแก้มนั้นทำเอาเมล่อนขาอ่อนแทบทรุดลงไปกองกับพื้น มือของเขาที่กุมข้อมือเธออยู่เปลี่ยนมาเป็นรวบเอวเธอไว้แน่น เหมือนกลัวว่าเธอจะหายไปจริงๆ
“อย่าไป” เขากระซิบชิดใบหู เสียงที่เคยแข็งกระด้างตอนนี้กลับมีความเว้าวอนปนอยู่เล็กน้อย “ฉันขอโทษ... ฉันแค่... ทนไม่ได้เวลาเห็นมันมองเธอแบบนั้น”
ทว่าในจังหวะที่หัวใจของทั้งคู่กำลังเต้นเป็นจังหวะเดียวกัน เสียงเคาะประตูห้องสภาก็ดังขึ้นอย่างรัวและร้อนรน พร้อมกับเสียงของเลขาฯ สภานักเรียนที่ตะโกนเข้ามาด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก
“ประธานนักเรียนคะ! แย่แล้วค่ะ! เกิดเรื่องใหญ่ที่ห้องเก็บของหลังโรงเรียน... มีคนพบ ‘หลักฐานชิ้นใหม่’ ถูกวางไว้ตรงหน้าห้อง... และมันเขียนจ่าหน้าซองถึง... เมล่อนค่ะ!”
ธันวาผละออกจากเมล่อนทันที ใบหน้าของเขากลับมาเรียบนิ่งดุจหินผาอีกครั้ง แต่แววตาที่สั่นไหวเมื่อครู่ยังคงตกค้างอยู่ เมล่อนรีบวิ่งไปเปิดประตูตามเสียงเรียก ทันทีที่เธอหยิบซองสีน้ำตาลใบนั้นขึ้นมาดู ความรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุนก็ถาโถมเข้ามา
หน้าซองเขียนด้วยลายมือที่เธอจำได้แม่นยำที่สุด... ลายมือของคนที่เพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อสามปีก่อน!
เมล่อนโซดาหวังว่ารีดเดอร์ทุกคนจะยังไม่เผลอใจไปเชียร์คีย์จนลืมพี่ธันวาของเรานะคะ!
แผนปฏิบัติการตื้อรักนายหน้านิ่ง (ที่แอบหึงเก่งเป็นที่หนึ่ง)•ตอนที่ 10
ปฏิกิริยาที่แปลกไป
ผลงานโดย เมล่อนโซดา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมล่อนโซดา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แผนปฏิบัติการตื้อรักนายหน้านิ่ง (ที่แอบหึงเก่งเป็นที่หนึ่ง) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!