“ถ้าการที่ฉันพยายามเข้าหาคุณ มันทำให้คุณลำบากใจขนาดนั้น ก็พูดออกมาตรงๆ สิคะ อย่าใช้ความเงียบมาเป็นอาวุธฆ่ากันแบบนี้เลย”
ฉันเอ่ยขึ้น ท่ามกลางความกดอากาศที่ดูเหมือนจะลดต่ำลงจนแทบหายใจไม่ออก ในความมืดมิดของยามค่ำคืน ร่างสูงสง่าของธันวายังคงยืนอยู่ที่เดิม เขาดูเหมือนรูปปั้นที่ถูกสลักจากน้ำแข็งชั้นดี แววตาที่เคยมีความอ่อนโยนให้ฉันเพียงชั่วครู่เมื่อตอนเย็น บัดนี้กลับถูกฉาบไว้ด้วยกำแพงความเย็นชาที่หนาเตอะยิ่งกว่าเดิม
ธันวาไม่ตอบทันที เขาเพียงแต่ขยับตัวเล็กน้อย เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นคอนกรีตดังสะท้อนก้องในความเงียบ ก่อนที่เขาจะหันหลังกลับช้าๆ ราวกับคำพูดของฉันเป็นเพียงสายลมที่พัดผ่านไปโดยไม่มีตัวตน
“ธันวา!” ฉันเรียกชื่อเขาเสียงดังขึ้น ตัดสินใจก้าวเข้าไปขวางหน้าเขาไว้ “คุณลืมไปแล้วหรือไงว่าเมื่อวานเราเพิ่ง... เราเพิ่งจะ...”
“เราไม่ได้ทำอะไรเลย” เขาพูดแทรกขึ้นมา น้ำเสียงนั้นราบเรียบ ไร้ซึ่งคลื่นอารมณ์ใดๆ เหมือนกับเสียงอ่านรายงานในห้องประชุมสภานักเรียน “เมล่อน... ความรู้สึกชั่ววูบไม่ได้เปลี่ยนความจริงที่ว่า เราอยู่คนละโลกกัน”
คำว่า ‘คนละโลก’ บาดลึกเข้าไปในอกฉันจนชาไปหมด ฉันพยายามรักษาใบหน้าให้คงรอยยิ้มที่สดใสเอาไว้เหมือนเช่นทุกครั้ง แต่วินาทีนี้มุมปากของฉันกลับสั่นระริก
“งั้นช่วยบอกเหตุผลที่สมเหตุสมผลกว่านี้หน่อยได้ไหมคะ? ทำไมคุณถึงเปลี่ยนไปกะทันหันขนาดนี้? หรือว่าจะเป็นเพราะคีย์ที่เข้ามาหาฉันเมื่อตอนเย็น?”
คำถามนั้นทำให้ธันวาชะงักไปครู่หนึ่ง เพียงเสี้ยววินาที... ฉันเห็นม่านตาของเขาขยับไหว แต่แล้วเขาก็กลับมาเป็นรูปปั้นที่ไร้ความรู้สึกดังเดิม เขาปัดมือฉันออกเบาๆ อย่างมีมารยาท แต่เย็นชาจนน่ารังเกียจ
“อย่าเอาเรื่องของคนอื่นมาโยงกับเรื่องของเรา” เขาพูดพลางก้าวเดินผ่านฉันไป “และโปรดจำไว้ด้วยว่า ต่อจากนี้... ให้เว้นระยะห่างให้เหมาะสม ในฐานะประธานนักเรียนและนักเรียนทั่วไป”
เขาทิ้งฉันไว้กับความว่างเปล่า หัวใจของฉันกระตุกวูบ ความรู้สึกพ่ายแพ้ที่เคยซ่อนเอาไว้ใต้หน้ากาก ‘สาวน้อยพลังบวก’ เริ่มจะต้านทานไม่ไหว แต่เมล่อนโซดาจะไม่ยอมให้ตัวเองจมดิ่งไปกับความเศร้าหรอกค่ะ ถ้ากำแพงน้ำแข็งมันหนานัก ฉันก็แค่ต้องหาทางทุบมันให้แตกละเอียด หรือไม่ก็ทำให้มันละลายด้วยความร้อนแรงของฉันเอง!
วันรุ่งขึ้นในโรงเรียน บรรยากาศดูจะตึงเครียดกว่าปกติ ฉันพยายามจะเอาขนมไปวางบนโต๊ะของเขาในห้องสภานักเรียนเหมือนทุกวัน แต่ทันทีที่ฉันก้าวเท้าเข้าไป ธันวาก็เลื่อนเอกสารขึ้นมาบังหน้าตา เขาไม่ได้เงยหน้ามองฉันแม้แต่น้อย
“ผมมีงานด่วน” เขาพูดโดยไม่มองมาทางนี้ “และกฎของห้องสภาคือห้ามบุคคลภายนอกเข้ามารบกวนระหว่างการทำงาน”
“แต่ฉันเอาพายแอปเปิ้ลมาฝากนะคะ ทำเองกับมือเลย...”
“ทิ้งไว้ตรงหน้าประตูเถอะครับ” เขาใช้คำแทนตัวว่า ‘ผม’ และใช้หางเสียงที่ห่างเหินที่สุดเท่าที่มนุษย์คนหนึ่งจะใช้กับเพื่อนมนุษย์ได้ “เมล่อน... อย่าให้ผมต้องพูดซ้ำเป็นครั้งที่สาม”
เสียงของเขาเย็นเยียบจนคนในห้องสภานักเรียนที่เหลือต่างพากันก้มหน้าก้มตาทำงานอย่างหวาดกลัว ฉันกำถุงขนมแน่นจนมันยับยู่ยี่ หัวใจฉันเต้นรัวด้วยความเจ็บปวดผสมความหงุดหงิด นี่มันไม่ใช่ธันวาคนเดิม คนที่เคยแอบหึงเวลาคีย์เดินมาใกล้ คนที่เคยแอบมองฉันตอนเผลอ... นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?
ช่วงพักเที่ยง ฉันแอบตามเขาไปที่ดาดฟ้าตึกเก่า ที่ที่เขาชอบมาหลบพักผ่อนคนเดียว แต่เมื่อฉันไปถึง กลับพบว่าเขาไม่ได้อยู่คนเดียว
คีย์ยืนอยู่ตรงนั้น ร่างสูงโปร่งของนักกีฬาสุดฮอตกำลังพูดอะไรบางอย่างกับธันวาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ฉันแอบซ่อนตัวอยู่หลังกำแพง พยายามทำตัวให้ลีบที่สุด
“นายชอบเขาไม่ใช่หรือไงธันวา?” เสียงของคีย์ดังขึ้น “ถ้าชอบ ก็แสดงออกมาสิ อย่ามัวแต่ปอดแหกทำตัวนิ่งเป็นหินแบบนี้ เมล่อนน่ะ... มีคนเข้าหาเยอะนะ ถ้าวันหนึ่งเขาเหนื่อยที่จะวิ่งตามนาย นายจะเสียใจไปตลอดชีวิต”
ความเงียบปกคลุมไปทั่วดาดฟ้า ธันวายืนหันหลังให้คีย์ ไหล่กว้างของเขาสั่นไหวเล็กน้อยด้วยอารมณ์ที่พยายามกดทับไว้ “นายไม่เข้าใจหรอก คีย์... ยิ่งฉันเข้าใกล้เธอมากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งเหมือนกับการพาเธอลงนรกไปด้วย”
นรก? เขาหมายความว่ายังไง?
หัวใจฉันแทบหยุดเต้น เมื่อธันวาหมุนตัวกลับมา สายตาของเขาปะทะเข้ากับเงาของฉันที่หลบอยู่หลังกำแพงพอดี เขาไม่ได้ตกใจ แต่กลับแสดงสีหน้าเรียบเฉยที่ดูน่ากลัวยิ่งกว่าเดิม เขาก้าวตรงมาหาฉันอย่างรวดเร็ว ในขณะที่คีย์ทำได้เพียงถอยหลังออกไปอย่างรู้หน้าที่
“เธอได้ยินหมดแล้วสินะ” ธันวาเอ่ยขึ้น เสียงของเขาแหบพร่าลงเล็กน้อย มือหนาของเขาเอื้อมมาคว้าข้อมือฉันไว้แน่นแน่นจนฉันรู้สึกถึงความร้อนจากปลายนิ้วเขาที่ขัดกับสีหน้าเย็นชา “กลับไปซะ เมล่อน... อย่าทำตัวให้ฉันต้องเกลียดเธอไปมากกว่านี้เลย”
เขาก้มลงมากระซิบข้างหูฉัน ลมหายใจอุ่นๆ ของเขาทำให้ขนอ่อนลุกชัน “เพราะถ้าฉันปล่อยให้ตัวเองรักเธอจริงๆ... คนที่จะเจ็บที่สุด ก็คือเธอเองนั่นแหละ”
วินาทีที่เขากำลังจะผละออก แรงดึงดูดบางอย่างทำให้ฉันรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี คว้าคอเสื้อของเขาไว้แล้วกระชากลงมาจนใบหน้าของเราห่างกันเพียงลมหายใจกั้น แต่ก่อนที่ฉันจะได้เอ่ยอะไรออกไป ประตูดาดฟ้าก็ถูกผลักออกอย่างแรง พร้อมกับเสียงตะโกนของรุ่นพี่สภานักเรียนที่ดูตื่นตระหนก
“ธันวา! แย่แล้ว! เกิดเรื่องใหญ่ที่ห้องเก็บเอกสาร... มีคนพบจดหมายขู่ที่เขียนถึงเมล่อน... พร้อมกับภาพถ่ายตอนที่พวกคุณอยู่ด้วยกันเมื่อคืน!”
เมล่อนโซดาหวังว่ารี้ดเดอร์ทุกท่านจะยังคงเป็นกำลังใจให้เมล่อนในสถานการณ์ที่บีบคั้นหัวใจแบบนี้ต่อไปนะคะ!
แผนปฏิบัติการตื้อรักนายหน้านิ่ง (ที่แอบหึงเก่งเป็นที่หนึ่ง)•ตอนที่ 27
กำแพงน้ำแข็งก่อตัวใหม่
ผลงานโดย เมล่อนโซดา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมล่อนโซดา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แผนปฏิบัติการตื้อรักนายหน้านิ่ง (ที่แอบหึงเก่งเป็นที่หนึ่ง) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!