“คุณจะเก็บมันไว้ทำไมคะ ในเมื่อความจริงมันอยู่ตรงหน้าแล้ว”
ฉันถามออกไปทันทีที่ตัดสินใจคลี่กระดาษแผ่นนั้นออกภายใต้แสงไฟสลัวของห้องสภานักเรียนที่เหลือเพียงเราสองคน เสียงกระดาษยับย่นที่เสียดสีกันฟังดูบาดหูราวกับเสียงกรีดร้องของความลับที่ธันวาพยายามฝังกลบมาตลอด เขาไม่ได้ตอบในทันที ดวงตาคมกริบคู่นั้นยังคงจับจ้องอยู่ที่หน้าจอมอนิเตอร์ ก่อนจะค่อยๆ ละสายตามามองฉันด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก
“ถ้าอยากรู้ ก็ต้องอ่านให้จบ ไม่ใช่ถามหาคำตอบจากปากผมตอนนี้” ธันวากล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบจนน่าหมั่นไส้ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวขาเพียงไม่กี่ก้าวก็มายืนประชิดอยู่ที่ข้างโต๊ะทำงานของฉัน ร่างสูงใหญ่ที่ทาบทับลงมาทำให้พื้นที่หายใจของฉันเหลือน้อยลงทุกที
ฉันเม้มริมฝีปากแน่น กวาดสายตาอ่านข้อความในกระดาษซ้ำแล้วซ้ำเล่า หัวใจเต้นรัวจนแทบทะลุออกมานอกอก มันไม่ใช่แค่เอกสารงบประมาณอย่างที่เขาอ้าง แต่มันคือรายชื่อโครงการลับที่ชื่อว่า ‘Operation Mirror’ ซึ่งมีชื่อของฉันปรากฏอยู่เป็นลำดับต้นๆ ในฐานะ... ตัวแปรที่ต้องควบคุม
“ควบคุมงั้นเหรอคะ?” ฉันหัวเราะแห้งๆ พยายามกลบเกลื่อนความสั่นไหวในน้ำเสียง “นี่ฉันเป็นอะไรสำหรับคุณกันแน่คะธันวา เป็นเป้าหมาย เป็นตัวหมากในเกม หรือเป็นแค่... ขยะที่คุณต้องคอยกวาดให้พ้นทาง?”
ธันวาโน้มตัวลงมา กลิ่นหอมอ่อนๆ แบบผู้ชายสะอาดสะอ้านที่คุ้นเคยขยับเข้ามาใกล้จนปลายจมูกของเราเกือบจะแตะกัน เขาใช้ฝ่ามือหนาวางทาบลงบนโต๊ะ ขนาบข้างตัวฉันไว้ราวกับกรงขังที่ไม่มีวันหนีรอด “คุณถามในเวลาที่ผิดนะคะเมล่อน ตอนนี้เราต้องเตรียมงานพรุ่งนี้ให้เสร็จ ถ้าไม่เริ่มพิมพ์รายงานฉบับนั้น ผมก็ไม่รับประกันนะว่า ‘ความจริง’ ของคุณจะถูกเปิดเผยในทิศทางไหน”
“คุณมันร้ายกาจที่สุด!” ฉันผลักไหล่เขาเบาๆ อย่างเหลืออด แต่ดูเหมือนมันจะไม่มีผลอะไรเลยกับคนตัวโตที่เอาแต่ยืนนิ่งราวกับรูปปั้นน้ำแข็ง
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องอีกครั้ง มีเพียงเสียงพิมพ์ดีดที่ดังประสานกันเป็นจังหวะ ฉันพยายามจดจ่ออยู่กับการรวบรวมตัวเลข แต่สายตาของฉันกลับแอบชำเลืองมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของเขาอยู่ตลอด ธันวาในชุดเชิ้ตสีขาวที่ปลดกระดุมคอออกสองเม็ด ดูผ่อนคลายกว่าทุกวัน แต่นั่นกลับทำให้เขามีเสน่ห์จนใจสั่นอย่างบอกไม่ถูก
เวลาล่วงเลยไปจนเข็มนาฬิกาขยับผ่านเลขสิบสอง ความเหนื่อยล้าเริ่มกัดกินแรงกายของฉัน จนเผลอฟุบหน้าลงกับโต๊ะทำงานโดยไม่รู้ตัว
“เมล่อน... เมล่อนครับ”
เสียงเรียกทุ้มต่ำที่ดูอ่อนโยนลงกว่าทุกครั้งปลุกฉันให้ลืมตาขึ้น สิ่งแรกที่เห็นคือใบหน้าของธันวาที่อยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่เซนติเมตร เขากำลังนั่งยองๆ อยู่ข้างเก้าอี้ของฉัน ดวงตาคู่นั้นไม่ได้ราบเรียบเหมือนเคย แต่มันมีความไหววูบบางอย่างที่ทำให้ลมหายใจของฉันสะดุด
“ซ้อมต่อไม่ไหวแล้วเหรอคะ?” เขาถามเบาๆ มือหนาเอื้อมมาปัดปอยผมที่ปรกหน้าฉันออกอย่างแผ่วเบา สัมผัสอุ่นร้อนที่ไล้ผ่านผิวแก้มทำให้ฉันนิ่งค้างไป
“เพราะคุณนั่นแหละที่ทำตัวน่าสงสัยจนฉันนอนไม่หลับ” ฉันเถียงอุบอิบ แต่ก็ไม่ได้ขยับหนี
ธันวาแค่นยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่หาดูได้ยาก และเป็นรอยยิ้มที่ทำลายปราการป้องกันในใจฉันลงจนหมดสิ้น “ที่ผมต้องเก็บเรื่องนี้ไว้ ไม่ใช่เพื่อควบคุมคุณ แต่มันคือการปกป้อง... ถ้าคุณรู้ว่าทำไมผมถึงต้องเลือกคุณเข้ามาในงานนี้ ตั้งแต่วันแรกที่คุณเริ่ม ‘ตื้อ’ ผมจนน่ารำคาญ คุณอาจจะไม่ได้นั่งอยู่ตรงนี้ด้วยซ้ำ”
“หมายความว่ายังไงคะ?” ฉันขมวดคิ้วแน่น หัวใจเริ่มเต้นไม่เป็นจังหวะ
เขาไม่ได้ตอบ แต่กลับเลื่อนมือมาจับมือฉันที่วางอยู่บนโต๊ะ แรงบีบกระชับที่ส่งผ่านปลายนิ้วทำให้ฉันรู้สึกถึงความร้อนผ่าวไปถึงหัวใจ เขาขยับเข้ามาใกล้จนหน้าผากของเราจรดกัน ความใกล้ชิดที่เกินต้านทานนี้ทำให้ทุกอย่างรอบตัวดูเหมือนหยุดหมุนไปชั่วขณะ
“ธันวา... คุณกำลังจะทำอะไรคะ?”
“ผมกำลังจะเฉลยตอนจบของเกมนี้... แต่ถ้าคุณไม่อยากรู้ ก็หยุดตอนนี้ได้นะ” เขาเว้นจังหวะ สายตาจับจ้องที่ริมฝีปากของฉันอย่างจงใจ “เพราะถ้าผมตัดสินใจพูดออกไปแล้ว เราจะไม่มีทางกลับไปเป็นแค่ประธานนักเรียนกับยัยตัวแสบจอมตื้อได้อีกตลอดไป”
ในตอนที่ฉันกำลังจะตัดสินใจเอ่ยปากถามต่อนั้น เสียงเคาะประตูห้องสภาก็ดังขึ้นอย่างรุนแรงสามครั้งติดกัน ก่อนที่บานประตูจะถูกเปิดออกโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่างสูงของ ‘คีย์’ ก้าวเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ดวงตาของเขาไม่ได้มองมาที่ฉัน แต่จ้องเขม็งไปที่มือของธันวาที่ยังกุมมือฉันไว้อย่างไม่ยอมปล่อย
“ธันวา... ฉันเพิ่งรู้เรื่อง ‘แผนปฏิบัติการ’ ของนายแล้วนะ” คีย์กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา ก่อนจะเหลือบมองฉันด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสงสาร “เมล่อน... ถอยออกมาจากเขาก่อนที่เธอจะเจ็บปวดไปมากกว่านี้ เพราะสิ่งที่หมอนี่ซ่อนไว้ในลิ้นชักโต๊ะนั่น ไม่ใช่แค่กระดาษรายงานธรรมดา แต่มันคือพินัยกรรมที่ตัดสินชะตาชีวิตของเธอ!”
ฉันหันขวับไปมองที่โต๊ะทำงานของธันวาด้วยความตกใจ ขณะที่เจ้าของชื่อยังคงนิ่งเงียบ แววตาของเขาเปลี่ยนจากความอ่อนโยนกลับมาเป็นความเย็นชาดุจน้ำแข็งอีกครั้ง เขาค่อยๆ ลุกขึ้นยืน ปล่อยมือฉันช้าๆ ก่อนจะเดินไปที่โต๊ะแล้วหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลที่คีย์พูดถึงขึ้นมาด้วยมือที่สั่นเทาเพียงเล็กน้อย
“คุณจะฟังเขา... หรือจะฟังผม?” ธันวาถามด้วยเสียงที่เย็นเยียบที่สุดเท่าที่ฉันเคยได้ยินมา พร้อมกับวางเอกสารแผ่นนั้นลงตรงกลางโต๊ะท่ามกลางความกดดันที่พุ่งสูงจนถึงขีดสุด
เมล่อนโซดาหวังว่าทุกท่านจะตื่นเต้นและพร้อมจะไปลุ้นกันต่อในตอนหน้าแล้วนะคะ!
แผนปฏิบัติการตื้อรักนายหน้านิ่ง (ที่แอบหึงเก่งเป็นที่หนึ่ง)•ตอนที่ 14
ความใกล้ชิดที่เกินต้าน
ผลงานโดย เมล่อนโซดา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมล่อนโซดา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แผนปฏิบัติการตื้อรักนายหน้านิ่ง (ที่แอบหึงเก่งเป็นที่หนึ่ง) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!